หน้าแรก > คอร์สเตรียมสอบ IELTS > IELTS คืออะไร? สรุปภาพรวมข้อสอบสำหรับผู้ที่จะสอบระหว่างเรียนต่อที่เซบู พร้อมความแตกต่างจาก TOEIC และ TOEFL
คอร์สเตรียมสอบ IELTS

IELTS คืออะไร? สรุปภาพรวมข้อสอบสำหรับผู้ที่จะสอบระหว่างเรียนต่อที่เซบู พร้อมความแตกต่างจาก TOEIC และ TOEFL

17 สิงหาคม 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

IELTS คืออะไร? สรุปภาพรวมข้อสอบสำหรับผู้ที่จะสอบระหว่างเรียนต่อที่เซบู พร้อมความแตกต่างจาก TOEIC และ TOEFL
01

IELTS คืออะไร?

IELTS (International English Language Testing System) เป็นข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับสากล ที่ใช้ประเมิน “ความสามารถทางภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ” ของผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ข้อสอบนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากมหาวิทยาลัยในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ รวมถึงใช้ในการยื่นขอย้ายถิ่นฐาน โดยมีผู้เข้าสอบมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี

จุดเด่นของ IELTS

  • รูปแบบการสอบ: ประเมินทักษะทั้ง 4 ด้านอย่างสมดุล ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking
  • Speaking เป็นการสอบแบบสัมภาษณ์: เป็นการสนทนาแบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบ จึงเป็นการทดสอบความสามารถในการสนทนาจริง
  • รูปแบบคะแนน: ประเมินด้วยคะแนนแบบ Band Score ตั้งแต่ 0.0 ถึง 9.0 โดยให้คะแนนละเอียดทีละ 0.5

2 ประเภท ได้แก่ Academic และ General Training

  • Academic Module: สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือบัณฑิตวิทยาลัย
  • General Training Module: สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายย้ายถิ่นฐาน ทำงาน หรือฝึกอบรมในต่างประเทศ

การเลือกสอบประเภทใดนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเรียนต่อหรือย้ายถิ่นฐานของแต่ละบุคคล

02

ระบบคะแนนของ IELTS

IELTS ใช้ระบบ Band Score ตั้งแต่ 0.0 ถึง 9.0 ในการประเมินผล โดยแต่ละพาร์ท (Listening, Reading, Writing, Speaking) จะได้รับการให้คะแนนแยกกัน แล้วนำมาเฉลี่ยเป็นคะแนนรวมสุดท้าย

เกณฑ์คะแนนโดยประมาณ

  • 5.0-5.5: ความสามารถทางภาษาอังกฤษขั้นต่ำที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศได้
  • 6.0-6.5: ระดับที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยอมรับให้เข้าศึกษา
  • 7.0 ขึ้นไป: ได้เปรียบสำหรับการศึกษาต่อระดับบัณฑิตวิทยาลัยหรือสถาบันเฉพาะทางขั้นสูง รวมถึงการยื่นขอวีซ่าถาวร
  • 8.0 ขึ้นไป: ความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับสูงใกล้เคียงเจ้าของภาษา

วิธีคำนวณคะแนน

  • แต่ละทักษะ (L/R/W/S) ให้คะแนนละเอียดทีละ 0.5
  • คะแนนรวมสุดท้ายคำนวณจากค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 ทักษะแล้วปัดเศษ ตัวอย่าง: Listening 6.5, Reading 7.0, Writing 6.0, Speaking 6.5 → ค่าเฉลี่ย 6.5

เปรียบเทียบคะแนนโดยประมาณกับ TOEIC

  • TOEIC ช่วง 600 คะแนน → IELTS ประมาณ 5.0
  • TOEIC ช่วง 800 คะแนน → IELTS ประมาณ 6.0-6.5
  • TOEIC ช่วง 900 คะแนน → IELTS 7.0 ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก IELTS วัด “ความสามารถในการใช้งานจริง” จึงมีลักษณะเฉพาะที่คนญี่ปุ่นจำนวนมากประสบปัญหา โดยเฉพาะในพาร์ท Speaking และ Writing

03

ความแตกต่างระหว่าง IELTS กับ TOEIC และ TOEFL

ข้อสอบภาษาอังกฤษที่ควรเลือกจะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ ในที่นี้เราจะเปรียบเทียบ TOEIC ที่เป็นที่รู้จักดีในญี่ปุ่น TOEFL ที่แข็งแกร่งด้านการศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา และ IELTS ที่เน้นความสามารถเชิงปฏิบัติ

1. TOEIC (Test of English for International Communication)

  • วัด ความสามารถภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ เป็นหลัก
  • เป็นที่นิยมในบริษัทและการหางานในญี่ปุ่นและเกาหลี
  • เน้น Listening และ Reading เป็นหลัก (ปัจจุบันมีการสอบ Speaking และ Writing ด้วย แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก)
  • ช่วงคะแนน: 10-990 คะแนน

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแสดงความสามารถทางภาษาอังกฤษเพื่อการหางานหรือเปลี่ยนงาน

2. TOEFL (Test of English as a Foreign Language)

  • จำเป็นสำหรับ การศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดา เป็นหลัก
  • นิยมสอบผ่านคอมพิวเตอร์ (TOEFL iBT)
  • ครอบคลุมทั้ง Reading, Listening, Speaking และ Writing
  • ช่วงคะแนน: 0-120 คะแนน

เป็นข้อสอบมาตรฐานสำหรับนักเรียนที่มุ่งศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา

3. IELTS (International English Language Testing System)

  • ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางใน สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์
  • Speaking เป็นการ สัมภาษณ์กับผู้คุมสอบ (ใกล้เคียงกับการสนทนาจริง)
  • ช่วงคะแนน: 0.0-9.0
  • มี 2 ประเภท ได้แก่ Academic (สำหรับการศึกษาต่อ) และ General Training (สำหรับการย้ายถิ่นฐาน/ทำงาน)

เป็นข้อสอบที่สามารถพิสูจน์ความสามารถในการสื่อสารเชิงปฏิบัติได้

สรุป: ควรเลือกสอบข้อสอบใด?

  • หากต้องการหางานหรือเลื่อนตำแหน่ง ให้เลือก TOEIC
  • หากต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสหรัฐอเมริกา ให้เลือก TOEFL
  • หากต้องการย้ายถิ่นฐานหรือศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือแคนาดา ให้เลือก IELTS

โดยเฉพาะการเรียนต่อที่เซบู มีคอร์สเตรียมสอบ IELTS ที่หลากหลายมากกว่าคอร์สเตรียมสอบ TOEIC จึงเป็นที่นิยมของผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานหรือศึกษาต่อในต่างประเทศ

04

ข้อดีของการเรียน IELTS ที่เซบู

แม้จะสามารถเรียน IELTS ได้ทั้งในญี่ปุ่นและประเทศตะวันตก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเรียนต่อที่เซบู ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลด้านความคุ้มค่าและสภาพแวดล้อมการเรียนที่ดี

1. เรียนแบบตัวต่อตัวเพื่อแก้จุดอ่อนอย่างละเอียด

โรงเรียนสอนภาษาที่เซบูส่วนใหญ่มีคาบเรียนตัวต่อตัวมากถึง 4-6 คาบขึ้นไปต่อวัน ทำให้สามารถฝึกฝนจุดอ่อนด้าน Speaking และ Writing ของ IELTS ร่วมกับผู้สอนแบบตัวต่อตัวได้อย่างละเอียด ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเพิ่มคะแนนมากกว่าการเรียนแบบกลุ่มในญี่ปุ่น

2. เรียนแบบเข้มข้นเพื่อเพิ่มคะแนนในระยะสั้น

หากเทียบกับการเรียนที่โรงเรียนในญี่ปุ่นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การเรียนแบบเข้มข้นวันละ 8 ชั่วโมงที่เซบูจะทำให้ได้ปริมาณการเรียนรู้มากกว่า 1 ปีในญี่ปุ่นภายในเวลาเพียง 3 เดือน จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคะแนนเป็น 6.5-7.0 ขึ้นไปในระยะเวลาสั้นๆ

3. ค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผล

จุดเด่นอีกประการคือค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพที่ถูกกว่าการเรียนต่อในประเทศตะวันตกมาก มีโรงเรียนจำนวนมากที่สามารถเรียนได้ในราคาประมาณ 100,000-150,000 เยนต่อเดือน (รวมค่าหอพักและค่าอาหาร) ซึ่งคุ้มค่ากว่าการเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในเขตเมืองของญี่ปุ่น

4. หลักสูตรเฉพาะทาง IELTS ที่ครบครัน

โรงเรียนสอนภาษาที่เซบูบางแห่งมีศูนย์สอบ IELTS อย่างเป็นทางการในตัวหรือมีคอร์สรับประกันคะแนน IELTS ทำให้สามารถเรียนหลักสูตรที่เชื่อมโยงตรงสู่การสอบได้

5. สภาพแวดล้อมชีวิตที่แวดล้อมด้วยภาษาอังกฤษ

เนื่องจากต้องใช้ชีวิตเป็นภาษาอังกฤษนอกเวลาเรียนด้วย จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทักษะ Speaking พัฒนาขึ้นได้ตามธรรมชาติ ไม่ใช่แค่การเรียนเพื่อสอบเท่านั้น แต่ยังได้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริงอีกด้วย

ดังนั้น การเรียนต่อที่เซบูจึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพอย่างมากสำหรับ ผู้ที่ต้องการเพิ่มคะแนน IELTS ในระยะเวลาสั้นๆ พร้อมประหยัดค่าใช้จ่าย

05

IELTS เหมาะกับใคร?

IELTS เป็นข้อสอบที่ประเมิน “ความสามารถทางภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ” จึงแนะนำเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. ผู้ที่กำลังพิจารณาย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ

ในประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร จำเป็นต้องยื่นคะแนน IELTS เป็นเงื่อนไขในการขอวีซ่าถาวรหรือวีซ่าทำงาน โดยเฉพาะ General Training Module เหมาะสำหรับวัตถุประสงค์การย้ายถิ่นฐานเป็นอย่างยิ่ง

2. ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหรือบัณฑิตวิทยาลัยในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ

Academic Module ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเป็นเงื่อนไขการเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยและบัณฑิตวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา โดยทั่วไปการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีต้องการคะแนน 6.0-6.5 ส่วนระดับบัณฑิตวิทยาลัยต้องการ 6.5-7.0 ขึ้นไป

3. ผู้ที่ต้องการพัฒนาความสามารถ Speaking เชิงปฏิบัติ

Speaking ของ IELTS เป็นการสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้ากับผู้คุมสอบ จึงเหมาะสำหรับการฝึกฝน “ความสามารถในการตอบโต้ทันที” และ “ความสามารถในการแสดงออก” ที่คนญี่ปุ่นมักไม่ถนัด นอกจากคะแนน Reading และ Listening แล้ว ยังทดสอบความสามารถในการสนทนาด้วย จึงช่วยให้ได้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เชื่อมโยงตรงสู่ชีวิตประจำวันและการทำงาน

4. ผู้ที่มุ่งสู่เส้นทางอาชีพระดับนานาชาติในอนาคต

บริษัทระดับโลกและบริษัทต่างชาติหลายแห่งให้ความสำคัญกับ IELTS หรือ TOEFL มากกว่า TOEIC มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการมีคะแนน IELTS จะช่วยพิสูจน์ “ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้แม้ในต่างประเทศ” ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพได้เช่นกัน

สรุปได้ว่า IELTS เป็นข้อสอบที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่มุ่งสู่การย้ายถิ่นฐาน การศึกษาต่อ และเส้นทางอาชีพระดับนานาชาติ

06

สรุป

IELTS (ไอเอลทส์) เป็นข้อสอบระดับสากลที่วัด ความสามารถทางภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ ของผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่มุ่งย้ายถิ่นฐานหรือศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

  • TOEIC เหมาะสำหรับการหางานและภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ
  • TOEFL เหมาะสำหรับการศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา
  • IELTS แข็งแกร่งด้านการศึกษาต่อและย้ายถิ่นฐานในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์

ดังนี้จะเห็นได้ว่าข้อสอบแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะ การเรียนต่อที่เซบู มีสภาพแวดล้อมที่พร้อมสำหรับการเพิ่มคะแนนในระยะเวลาสั้นๆ ผ่านการเรียนแบบตัวต่อตัวและการเรียนแบบเข้มข้น จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมสอบ IELTS อย่างจริงจัง

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศหรือย้ายถิ่นฐานในอนาคต ขอแนะนำให้เลือก “ข้อสอบที่เหมาะกับตนเอง” และ “วิธีการเรียนที่มีประสิทธิภาพ” เพื่อบรรลุเป้าหมายคะแนนที่ตั้งไว้

07

คอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY

3D ACADEMY ที่เซบูมี คอร์สเตรียมสอบ IELTS 3 รูปแบบ ให้เลือกตามวัตถุประสงค์และสไตล์การเรียนรู้ของแต่ละคน

1. IELTS 5 MTM (รูปแบบตัวต่อตัวเข้มข้น)

  • โครงสร้างคาบเรียน: คาบเรียนทั้งหมดในหนึ่งวันเป็นตัวต่อตัว (5 คาบ)
  • จุดเด่น: รูปแบบเรียนเข้มข้นระยะสั้นที่สามารถแก้จุดอ่อนได้อย่างละเอียด
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีกำหนดเวลาใกล้เข้ามา เช่น การศึกษาต่อต่างประเทศหรือยื่นขอวีซ่าถาวร

2. คอร์ส IELTS (รูปแบบผสม IELTS + ESL)

  • โครงสร้างคาบเรียน: - IELTS ตัวต่อตัว: 2 คาบ - ESL ตัวต่อตัว: 2 คาบ - IELTS กลุ่ม: 2 คาบ - ESL กลุ่ม: 1 คาบ
  • จุดเด่น: รูปแบบสมดุลที่พัฒนาทั้งการเตรียมสอบและความสามารถทางภาษาอังกฤษโดยรวมไปพร้อมกัน
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเพิ่มคะแนน IELTS ทีละขั้น พร้อมรักษาพื้นฐานภาษาอังกฤษไว้

3. คอร์สเฉพาะทาง IELTS

  • โครงสร้างคาบเรียน: - IELTS ตัวต่อตัว: 3 คาบ - IELTS กลุ่ม: 4 คาบ
  • จุดเด่น: ฝึกฝนเชิงปฏิบัติที่เชื่อมโยงตรงสู่คะแนน โดยเน้นเฉพาะวิชาสอบ
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการฝึกฝนเชิงปฏิบัติซ้ำๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบจริง
ดูรายละเอียดคอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY ได้ที่นี่
08

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง