![รวมหนังสือและสื่อการเรียนแนะนำสำหรับเตรียมสอบ IELTS Speaking [ฉบับปี 2025]](/wp-content/uploads/2025/09/ChatGPT-Image-Sep-16-2025-08_12_55-PM.png)
![รวมหนังสือและสื่อการเรียนแนะนำสำหรับเตรียมสอบ IELTS Speaking [ฉบับปี 2025]](/wp-content/uploads/2025/09/ChatGPT-Image-Sep-16-2025-08_12_55-PM.png)
การสอบ IELTS Speaking เป็นส่วนที่ต้องอาศัย "ความสามารถในการปฏิบัติจริง" มากที่สุดในการวัดทักษะภาษาอังกฤษ ผู้เข้าสอบต้องสื่อสารความคิดของตนอย่างมีตรรกะและคล่องแคล่วภายในเวลาที่จำกัด จึงเป็นส่วนที่ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกว่ายากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรูปแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ละส่วน ได้แก่ บทสนทนาในชีวิตประจำวันของ Part 1, สปีชของ Part 2 และการอภิปรายในเชิงนามธรรมของ Part 3 จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับหัวข้อที่หลากหลาย
ในขณะเดียวกัน ในระยะหลังสื่อการเรียนสำหรับผู้เรียนก็มีความหลากหลายมากขึ้น การเลือกหนังสือและสื่อการเรียนที่เหมาะกับระดับและเป้าหมายคะแนนของตนเองจะช่วยให้เตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่หนังสือเบื้องต้นที่มีคำอธิบายภาษาไทยครบถ้วน ไปจนถึงชุดข้อสอบจำลองที่ใกล้เคียงกับข้อสอบจริง และสื่อการเรียนฝึกพูดออนไลน์
บทความนี้จะแนะนำสื่อการเรียน IELTS Speaking ล่าสุดที่แนะนำได้ ณ ปี 2025 ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง เลือกสื่อการเรียนที่เหมาะกับตัวคุณ แล้วมาพัฒนาทักษะการพูดอย่างมีประสิทธิภาพกันเถอะ
ท่ามกลางหนังสือและสื่อการเรียนจำนวนมาก ผู้เข้าสอบไม่น้อยที่ลังเลว่า "ควรเลือกเล่มไหนดี" การจะเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สิ่งสำคัญคือการเลือกสื่อการเรียนที่เหมาะกับระดับและวัตถุประสงค์ของตนเอง ในที่นี้จะสรุปประเด็นสำคัญในการเลือกไว้ให้
หัวข้อของ IELTS Speaking จะมีการอัปเดตอยู่เป็นระยะ หากใช้สื่อการเรียนที่เก่าเกินไป อาจทำให้เนื้อหาไม่ตรงกับหัวข้อที่ออกในข้อสอบจริง ดังนั้นการเลือกชุดข้อสอบล่าสุดหรือสื่อการเรียนที่ระบุว่าเป็น "ฉบับปี 2025" จะช่วยให้อุ่นใจได้มากกว่า
ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือเท่านั้น แต่การเรียนรู้วิธีตอบจริงผ่านการฟังก็สำคัญเช่นกัน หากเลือกสื่อการเรียนที่มีไฟล์เสียงหรือเชื่อมโยงกับวิดีโอออนไลน์ ก็จะช่วยให้เรียนรู้การออกเสียงและการขึ้นลงของน้ำเสียงได้ง่ายขึ้นด้วย
ส่วนสปีกกิ้งประกอบด้วย 3 พาร์ท ซึ่งแต่ละพาร์ทต้องการทักษะที่แตกต่างกัน สื่อการเรียนที่ในอุดมคติควรมีการฝึกทั้งรูปแบบสปีชและรูปแบบอภิปรายด้วย ไม่ใช่เน้นแค่การฝึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันเท่านั้น
สำหรับผู้เริ่มต้น สื่อการเรียนที่มีคำอธิบายภาษาไทยอย่างละเอียดจะเข้าใจง่ายกว่า ในขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่มีระดับสูงหรือมุ่งเป้าคะแนนสูง สื่อการเรียนภาษาอังกฤษล้วนอาจมีประสิทธิภาพในการฝึกปฏิบัติจริงมากกว่าในบางกรณี
บางคนอยากเรียนอย่างละเอียดจากหนังสือ ในขณะที่บางคนอยากเรียนอย่างมีประสิทธิภาพในเวลาสั้นๆ ผ่านแอปสมาร์ทโฟนหรือสื่อการเรียนออนไลน์ การเลือกรูปแบบสื่อการเรียนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองคือกุญแจสำคัญสู่ความต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มเรียน IELTS Speaking สิ่งสำคัญคือการเลือกสื่อการเรียนที่สามารถเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานได้อย่างมั่นคง แทนที่จะเริ่มจากชุดข้อสอบที่ยากทันที ในที่นี้จะแนะนำหนังสือที่เหมาะกับผู้เรียนที่มีเป้าหมาย Band 5.0-6.0
สำหรับผู้เรียนที่จบพื้นฐานแล้วและมุ่งหวังการพูดที่เป็นธรรมชาติและมีตรรกะมากขึ้น สื่อการเรียนที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับข้อสอบจริงและครอบคลุมหัวข้อที่กว้างขึ้นจะมีประสิทธิภาพ ในที่นี้จะแนะนำสื่อการเรียนสำหรับผู้ที่มีเป้าหมาย Band 6.0-7.0
สำหรับผู้เรียนที่มุ่งหวัง Band 7.0 ขึ้นไป นอกจาก "ความคล่องแคล่ว" และ "ความหลากหลายของคำศัพท์" แล้ว ยังต้องการวิธีตอบที่มีตรรกะและความสอดคล้องกันด้วย กุญแจสำคัญคือการฝึกฝนสำนวนขั้นสูงและสามารถสื่อสารกับผู้ตรวจสอบได้อย่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ในที่นี้จะแนะนำสื่อการเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เรียนระดับสูง
ในระยะหลัง ไม่เพียงแต่หนังสือเท่านั้น สื่อการเรียนออนไลน์และแอปพลิเคชันที่สามารถเรียนได้อย่างสะดวกผ่านสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ก็มีความหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากสามารถใช้ได้ในช่วงเวลาว่างระหว่างเดินทางไปทำงานหรือไปเรียน จึงมีประโยชน์ในการพัฒนาทักษะการพูดอย่างมีประสิทธิภาพ
เพียงแค่ได้ความรู้จากหนังสือหรือสื่อการเรียนออนไลน์ ทักษะการพูดจะยังไม่พัฒนาได้เต็มที่ การฝึกพูดออกเสียงจริงและสั่งสมการฝึกปฏิบัติจริงคือกุญแจสำคัญในการเพิ่มคะแนน ในที่นี้จะแนะนำวิธีการฝึกปฏิบัติจริงที่ควรนำมาใช้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนด้วยตนเอง
การใช้ประโยชน์จากแอปบันทึกเสียงในสมาร์ทโฟน บันทึกคำตอบของตนเองแล้วฟังย้อนกลับ จะช่วยให้เข้าใจนิสัยการออกเสียง ข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์ และระยะเวลาความเงียบได้อย่างเป็นกลาง
การฝึกเลียนแบบและพูดซ้ำตามคำตอบตัวอย่างหรือเสียงเจ้าของภาษา มีประสิทธิภาพในการสร้างการขึ้นลงของน้ำเสียงและความคล่องแคล่วที่เป็นธรรมชาติ
การให้เพื่อนหรือเพื่อนร่วมเรียนถามคำถามกันเอง แล้วฝึกทำ Part 1-3 ต่อเนื่องกัน จะทำให้ได้สัมผัสกับความตึงเครียดแบบวันสอบจริง การใช้บริการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ให้ผู้สอนสวมบทบาทเป็นผู้ตรวจสอบก็มีประสิทธิภาพเช่นกัน
การสร้างนิสัยพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ "คุ้นชินกับการพูดภาษาอังกฤษเอง" ซึ่งสำคัญมาก คาเฟ่สนทนาภาษาอังกฤษหรือการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์เหมาะอย่างยิ่งในฐานะพื้นที่สำหรับการฝึกพูดอย่างต่อเนื่อง
ในการเตรียมสอบ IELTS Speaking การผสมผสานระหว่างวิธีเลือกหนังสือ・สื่อการเรียน กับการฝึกปฏิบัติจริง คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
สิ่งสำคัญในการเพิ่มคะแนนในท้ายที่สุดคือการทำอินพุต (เรียนจากสื่อการเรียน) และเอาต์พุต (ฝึกพูด) อย่างสมดุล ขอให้ใช้สื่อการเรียนแนะนำฉบับปี 2025 นี้เป็นข้อมูลอ้างอิง ค้นหาวิธีการเรียนที่เหมาะกับระดับและไลฟ์สไตล์ของตนเอง แล้วเข้าสอบ IELTS อย่างมั่นใจ
สื่อการเรียน IELTS Speaking ควรมีกี่เล่มถึงจะเพียงพอ?
โดยประมาณ 1 เล่มสำหรับปูพื้นฐาน 1 เล่มสำหรับฝึกปฏิบัติจริง และ 1 เล่มสำหรับเสริมจุดอ่อน (การออกเสียง คำศัพท์ ฯลฯ) รวมทั้งหมด 2-3 เล่ม หากมากเกินไปจะทำให้ไม่ซึมซับ ควรจำกัดให้อยู่ในปริมาณที่สามารถทบทวนซ้ำได้
ฉบับปี 2025 กับฉบับเก่าต่างกันอย่างไร? ใช้ฉบับเก่าได้หรือไม่?
ฉบับปี 2025 มีข้อดีคือมักสะท้อนการอัปเดตหัวข้อและการปรับคำตอบตัวอย่างให้ทันสมัย ฉบับเก่าก็สามารถใช้ทฤษฎีพื้นฐานได้ แต่ฉบับล่าสุดจะได้เปรียบทั้งด้านความสดใหม่ของหัวข้อและความเป็นธรรมชาติของคำตอบ
ผู้เริ่มต้นควรเลือกแบบมีคำอธิบายภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษล้วน?
แนวทางที่มีประสิทธิภาพคือ ในช่วงแรกใช้คำอธิบายภาษาไทยเพื่อซึมซับความเข้าใจรูปแบบและสำนวนพื้นฐานอย่างรวดเร็ว จากนั้นเมื่อคุ้นเคยแล้วจึงเปลี่ยนไปใช้สื่อการเรียนภาษาอังกฤษล้วนแบบเป็นขั้นเป็นตอน
เรียนจากตำราเพียงอย่างเดียวจะพัฒนาความสามารถในการพูดได้หรือไม่?
ตำราเป็นเพียงเครื่องมือในการเรียนรู้ "รูปแบบ" ความสามารถในการพูดจะพัฒนาได้ด้วยปริมาณการพูดออกเสียง × ฟีดแบ็ก จึงควรใช้การอ่านออกเสียง shadowing ตรวจสอบเสียงบันทึก และการสัมภาษณ์จำลองควบคู่กันไปด้วย
จำเป็นต้องมีสื่อการเรียนเฉพาะสำหรับ Part 2 (Cue Card) หรือไม่?
Part 2 นั้นความสามารถในการเรียบเรียงโครงสร้างเป็นกุญแจสำคัญ ไม่ใช่แค่การท่องจำเทมเพลตเท่านั้น สื่อการเรียนที่สามารถฝึกโครงสร้าง บทนำ → ภาพรวม → รายละเอียด 2 ประเด็น → สรุป จะมีประสิทธิภาพ ควรเลือกหนังสือที่มีบทเฉพาะและตัวอย่าง Task Card หลากหลาย
การออกเสียงจำเป็นต้องดีระดับไหน? สำเนียงเป็นเหตุให้เสียคะแนนหรือไม่?
การประเมินไม่ได้ดูว่ามีสำเนียงหรือไม่ แต่ดูความชัดเจน ความสม่ำเสมอของการขึ้นลงน้ำเสียง และการเน้นหนัก-เบาของคำ ควรใช้สื่อการเรียนที่เน้นการออกเสียงหรือสื่อที่มีเสียงประกอบเพื่อให้สื่อสารเข้าใจได้ในระดับขั้นต่ำ
การเตรียมคำศัพท์ควรเน้น "คำยาก" หรือไม่?
การใช้คำยากมากเกินไปไม่ได้ทำให้ได้คะแนนสูงเท่ากับการใช้ collocation ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะกับหัวข้อ สื่อการเรียนที่มีคำศัพท์ตามหัวข้อและสำนวนพารีเฟรส (paraphrase) จะมีประสิทธิภาพ
ควรผสมผสานสื่อการเรียนออนไลน์และแอปพลิเคชันอย่างไร?
โครงสร้าง 4 ชั้น คือ เรียนรูปแบบจากหนังสือ ฝึกซ้ำด้วยแอป ชมตัวอย่างจริงทาง YouTube และฝึกปฏิบัติจริงด้วยการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดต่อการซึมซับ
เรียนด้วยตนเองก็สามารถทำคะแนน Band 7 ได้หรือไม่?
เป็นไปได้ หากสามารถฝึกซ้อมต่อเนื่อง (Part 1-3) สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง พร้อมรับฟีดแบ็กจากบุคคลที่สามสัปดาห์ละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ ก็มีตัวอย่างผู้ที่ทำได้จำนวนมาก ควรเลือกสื่อการเรียนที่มีรายการตรวจสอบสำหรับแก้ไขด้วยตนเอง
การท่องจำคำตอบตัวอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่?
การท่องจำแบบคำต่อคำอาจนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมชาติได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการดึงโครงสร้างประโยค คำเชื่อม และรูปแบบการพารีเฟรสมาปรับใช้กับหัวข้อของตนเอง
ระยะเวลาในการเรียนโดยประมาณเป็นเท่าไหร่?
โดยประมาณตามแต่ละ Band คือ ・5.5→6.0: 30-50 ชั่วโมง ・6.0→6.5: 40-60 ชั่วโมง ・6.5→7.0: 60-80 ชั่วโมง (รวมการฝึกพูดออกเสียงและทบทวนเสียงบันทึก แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล)
ควรทบทวนหนังสือ 1 เล่มกี่รอบ? เคล็ดลับการทบทวนคืออะไร?
แนะนำให้ทบทวนอย่างน้อย 2 รอบ บวกกับการทบทวนบทที่เป็นจุดอ่อนเพิ่มเติม ในรอบที่ 2 ควรทำ "การอ่านออกเสียง・ฝึกจับเวลา・บันทึกเสียง" ควบคู่กันเสมอเพื่อวัดผลการซึมซับ
จะหาการตรวจแก้และฟีดแบ็กได้อย่างไร?
ควรหมุนวงจร PDCA คือ บันทึกเสียง → รายการตรวจให้คะแนนตนเอง → คำชี้แนะจากการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์หรือผู้สอน → บันทึกเสียงใหม่ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สามารถใช้การประเมินอัตโนมัติของแอปเป็นตัวช่วยเสริมได้เช่นกัน
ก่อนสอบควรให้ความสำคัญกับอะไรเป็นอันดับแรก?
ควรให้ความสำคัญกับการปรับแต่งขั้นสุดท้ายของเทมเพลตที่เป็นจุดแข็งของตนเอง (บทนำ สำนวนซื้อเวลา การเปลี่ยนหัวข้อ การยกตัวอย่าง) และการฝึกพูดหัวข้อที่ออกบ่อยให้คล่องปาก หลีกเลี่ยงการเริ่มเรียนสื่อการเรียนใหม่ และควรทบทวนสื่อการเรียนเดิมซ้ำอย่างรวดเร็ว
สาเหตุที่คะแนนไม่ขยับและวิธีแก้ไขคืออะไร?
สาเหตุส่วนใหญ่มักเป็น "การขยายเนื้อหาไม่เพียงพอ" "ขาดความหลากหลายในการพารีเฟรส" "ความเงียบที่หยุดชะงัก" วิธีแก้ไขคือ ①ฝึกสร้างโครงร่าง 30 วินาที ②ฝึกฝนรายการคำพารีเฟรสความหมายเดียวกัน ③บันทึกเสียงการฝึกพูดต่อเนื่อง 60 วินาที → ปรับปรุง
วิธีที่เร็วที่สุดในการตัดสินใจเลือกสื่อการเรียนคืออะไร?
ควรกำหนดลำดับความสำคัญตามขั้นตอน: วินิจฉัยระดับ → เป้าหมาย (คะแนนผ่าน/คะแนนสูง) → ทรัพยากรเวลา (สัปดาห์ละกี่ชั่วโมง) → ทักษะที่ขาด (การออกเสียง คำศัพท์ โครงสร้าง) แล้วจำกัดการซื้อให้เหลือเพียง 1 เล่มพื้นฐาน + 1 เล่มฝึกปฏิบัติ + 1 เล่มเสริมจุดอ่อน
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง