หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Reading > เทคนิครับมือ IELTS Reading: การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่าน
เตรียมสอบ IELTS Reading

เทคนิครับมือ IELTS Reading: การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่าน

8 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เทคนิครับมือ IELTS Reading: การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่าน
01

บทนำ

IELTS Reading เป็นข้อสอบที่เข้มงวดเรื่องเวลาอย่างมาก เนื่องจากต้องอ่านบทความยาว 3 บทความและตอบคำถาม 40 ข้อภายในเวลาจำกัดเพียง 60 นาที ในความเป็นจริง ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกว่า “เข้าใจเนื้อหาได้ แต่เวลาไม่พอจึงทำไม่เสร็จ”

ในการเพิ่มความสามารถด้าน Reading คำศัพท์และความสามารถในการอ่านอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยชี้ขาดในการสอบผ่านหรือไม่นั้นคือ “ความเร็วในการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาจำกัด” กล่าวอีกนัยหนึ่ง การฝึกฝนความเร็วในการอ่านคือเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จใน IELTS Reading

บทความนี้จะแนะนำวิธีการที่เป็นรูปธรรมสำหรับ “การฝึกเพิ่มความเร็วในการอ่าน” เพื่อเพิ่มคะแนนได้อย่างแน่นอนภายในเวลาจำกัด โดยใช้พื้นฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

02

ทำไมความเร็วในการอ่านจึงสำคัญ

IELTS Reading ไม่ได้เป็นเพียงข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังทดสอบว่าคุณสามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดภายในเวลาที่กำหนด หากความเร็วในการอ่านไม่เพียงพอ จะเกิดปัญหาดังต่อไปนี้

  • หมดเวลาก่อนทำเสร็จ เนื่องจากต้องแก้ 3 พาสเสจภายใน 60 นาที จึงมีเวลาเฉลี่ยเพียง 20 นาทีต่อ 1 บทความ ผู้เข้าสอบจำนวนมากมักเวลาไม่พอในระหว่างทาง
  • ไม่สามารถรับมือกับโจทย์ยากได้อย่างละเอียด พาสเสจสุดท้ายมักยาวและโจทย์ก็ซับซ้อน การจะเหลือเวลาให้เพียงพอสำหรับส่วนนี้ จำเป็นต้องสร้างความเร็วตั้งแต่ช่วงต้น
  • ความเสี่ยงที่จะติดขัดกับคำศัพท์ที่ไม่รู้ หากพยายามเข้าใจทุกคำ จะเสียเวลาไปมาก ผู้ที่มีความเร็วจะ “คาดเดาจากบริบท” และอ่านต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

กล่าวคือ ยิ่งความเร็วในการอ่านสูงเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาเหลือมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ตอบคำถามได้อย่างสงบ ในทางกลับกัน หากความเร็วช้า ก็จะเกิดความรีบร้อนและความประมาทเลินเล่อเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่คะแนนที่ลดลง

03

แนวทางพื้นฐานในการฝึกฝนความเร็วในการอ่าน

ความเร็วในการอ่านไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากฝึกฝนอย่างต่อเนื่องด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะพัฒนาขึ้นได้อย่างแน่นอน ที่นี่จะแนะนำแนวทางพื้นฐานในการฝึกฝนความเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ

1. ฝึกอ่านเร็วในปริมาณที่กำหนดทุกวัน

  • สร้างนิสัยฝึกอ่านโดยจำกัดเวลา โดยใช้หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ (The Guardian, BBC, The Japan Times ฯลฯ) หรือบทความออนไลน์
  • ไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาในรายละเอียดทั้งหมด ให้ให้ความสำคัญกับ “อ่านได้เร็วแค่ไหน” ก่อน

2. จับใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า

  • ฝึก “สรุปแต่ละย่อหน้าให้เหลือ 1 ประโยค”
  • จุดประสงค์ไม่ใช่การอ่านทั้งบทความอย่างละเอียด แต่คือการฝึกความสามารถในการจับไอเดียหลัก

3. แก้ข้อสอบเก่าในรูปแบบจับเวลา

  • ใช้ซีรีส์ Cambridge IELTS ท้าทายการแก้ 1 พาสเสจภายใน 15 นาที
  • เมื่อคุ้นเคยแล้ว ให้ย่นเวลาลงเหลือ 10-12 นาทีเพื่อฝึกฝน จะทำให้มีเวลาเหลือในวันสอบจริง
  • เมื่อแก้เสร็จแล้ว ให้ทบทวนเสมอว่า “ใช้เวลาไปกับส่วนใด”
04

การฝึกฝนที่เป็นรูปธรรมเพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่าน

เมื่อเข้าใจแนวทางพื้นฐานแล้ว ขั้นต่อไปคือการฝึกฝนภาคปฏิบัติ หากผสมผสานวิธีการต่อไปนี้ในการฝึกฝน จะสามารถเพิ่มความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในระยะเวลาอันสั้น

การฝึกฝนที่ 1: Chunk Reading

  • แทนที่จะอ่านทีละคำ ให้ฝึกเคลื่อนสายตาเป็น **กลุ่มคำ 3-5 คำ (Chunk)**
  • ตัวอย่าง: ประมวลผลเป็นหน่วยความหมาย เช่น “the rapid growth of / urban population / in Asia”
  • ให้ตั้งใจเข้าใจตามลำดับคำภาษาอังกฤษ โดยไม่แปลตรงเป็นภาษาไทย

การฝึกฝนที่ 2: ขัดเกลาความสามารถด้าน Scanning

  • ฝึก “กวาดสายตาหา” ตัวเลข ชื่อเฉพาะ วันที่ ฯลฯ เพื่อค้นหาข้อมูลที่จำเป็นสำหรับโจทย์อย่างรวดเร็ว
  • การฝึกฝนระยะสั้น เช่น “หาตัวเลขหรือชื่อบุคคลภายใน 10 วินาที” จากหนังสือพิมพ์หรือบทความ ได้ผลดี

การฝึกฝนที่ 3: การอ่านอย่างละเอียดแบบจำกัดเวลา

  • ฝึกซ้ำๆ ให้ “อ่านให้จบภายใน 5 นาที แล้วเขียนสรุป”
  • จะช่วยเพิ่มสมาธิในเวลาสั้นๆ และฝึกความสามารถในการดึงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น

การฝึกฝนที่ 4: ผสมผสานการอ่านออกเสียงและการอ่านในใจ

  • อ่านออกเสียง: การอ่านพร้อมออกเสียงจะช่วยสร้างสมองที่เข้าใจประโยคภาษาอังกฤษตามลำดับคำ
  • อ่านในใจ: การอ่านโดยไม่ออกเสียงจะช่วยฝึกการเพิ่มความเร็ว
  • การผสมผสานทั้งสองวิธีจะช่วยเพิ่มสมดุลระหว่างความเข้าใจและความเร็ว
05

ข้อควรระวังในการเพิ่มความเร็วในการอ่าน

การเพิ่มความเร็วในการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ แต่การอ่านให้เร็วโดยไม่มีทิศทางก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มคะแนน ให้ฝึกฝนโดยระวังประเด็นต่อไปนี้

1. อย่ายึดติดกับคำศัพท์ที่ไม่รู้

  • หากมีนิสัยเปิดพจนานุกรม จะเสียเวลาในวันสอบจริง
  • สิ่งสำคัญคือทัศนคติที่คาดเดาความหมายจากบริบทหน้าหลัง แล้วตรวจสอบภายหลังหากจำเป็น

2. หลีกเลี่ยงความสมบูรณ์แบบ

  • ไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาทั้งบทความ 100% หากดึงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับตอบโจทย์ได้ก็เพียงพอแล้ว
  • ให้ความสำคัญกับ “การเข้าใจภาพรวม + การจับตำแหน่งที่จำเป็นอย่างแม่นยำ”

3. วัดความเร็วในการอ่านของตนเองเป็นประจำ

  • การบันทึกจำนวนคำที่อ่านได้ต่อนาที (WPM: words per minute) และทำให้เห็นการเติบโตเป็นภาพ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจ
  • เกณฑ์ของผู้เข้าสอบ IELTS คือ 150-200 wpm ควรฝึกฝนต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ระดับนี้

4. ตระหนักถึงการรักษาสมาธิ

  • แม้ความเร็วจะเพิ่มขึ้น หากสมาธิขาดหายไประหว่างทาง ความเข้าใจก็จะลดลง
  • แนะนำให้ฝึกในจังหวะ สมาธิ 20 นาที → พัก 5 นาที โดยจำลองสถานการณ์วันสอบจริง
06

สรุป

การจะได้คะแนนสูงใน IELTS Reading นั้น นอกจากความสามารถทางภาษาอังกฤษเองแล้ว ความเร็วในการอ่านเพื่อเอาชนะการแข่งขันกับเวลาก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

  • หากมีความเร็วในการอ่าน จะป้องกันการหมดเวลา และมีความผ่อนคลายในการรับมือกับโจทย์ยากอย่างละเอียด
  • การฝึกฝนอย่าง Chunk Reading และ Scanning จะช่วยให้ประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การหลีกเลี่ยงความสมบูรณ์แบบและโฟกัสที่ข้อมูลที่จำเป็นคือกุญแจสำคัญของการเพิ่มคะแนน

การสั่งสมทุกวันจะนำไปสู่การเพิ่มความเร็วในการอ่านได้อย่างแน่นอน แม้จะเริ่มจากการอ่านเร็ว 5 นาทีก็ไม่เป็นไร การรักษานิสัยเล็กๆ นี้ไว้จะช่วยขจัดความกังวลเรื่อง “เวลาไม่พอ” ในวันสอบจริง และทำให้คุณตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ

07

คำถามที่พบบ่อย: การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่าน

ควรตั้งเป้าหมายความเร็วในการอ่าน IELTS Reading เท่าไร?

เกณฑ์คือ 150-200 wpm (words per minute) ก่อนอื่นให้วัดค่าปัจจุบันของตนเอง แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละ 10 wpm

สาเหตุที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้อ่านช้าคืออะไร?

คือการแปลทีละคำและการยึดติดกับคำศัพท์ที่ไม่รู้ หากจับเป็น Chunk (กลุ่มคำ) และคาดเดาจากบริบทอย่างเคร่งครัด จะช่วยปรับปรุงได้

ต้องใช้เวลาฝึกฝนต่อวันเท่าไร?

อย่างน้อยที่สุดคืออ่านเร็ว 20 นาที + ทบทวน 10 นาที (สรุปความ/วิเคราะห์ข้อผิดพลาด) หากเป็นไปได้ ให้สร้างเป็น “20 นาที × 2 เซต” รวม 60 นาทีเป็นเกณฑ์

หากอ่านเร็วแล้วความเข้าใจจะตื้นขึ้นหรือไม่?

หากใช้โครงสร้าง 2 ขั้นตอนคือ “จับภาพรวม → อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็นสำหรับโจทย์” คุณภาพความเข้าใจจะไม่ลดลง การอ่านอย่างละเอียดจะจำกัดเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น

ควรใช้สื่อการเรียนใดในการฝึกความเร็ว?

ข้อสอบเก่า: Cambridge IELTS (จับเวลา) สื่อภาษาอังกฤษ: The Guardian, BBC, The Japan Times ฯลฯ (อ่านเร็ว/สรุปความ) บทความยาว: สาขาที่ IELTS ออกสอบบ่อย เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ธุรกิจ

วิธีวัด WPM (ความเร็วในการอ่าน) ทำอย่างไร?

นับจำนวนคำในบทความ แล้ววัดเวลาที่อ่านจบด้วยนาฬิกาจับเวลา WPM = จำนวนคำทั้งหมด ÷ จำนวนนาที (หน่วยเป็นนาที) ควรบันทึกเป็นล็อกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

วิธีรับมือกับคำศัพท์ที่ไม่รู้คืออะไร?

เหมือนกับวันสอบจริงคือ “คาดเดาจากบริบทหน้าหลัง → พักไว้ก่อน → ตรวจสอบภายหลัง” ควรฝึกฝนไม่พึ่งพจนานุกรมทันทีตั้งแต่วันธรรมดา

การอ่านออกเสียงมีประโยชน์ต่อการเพิ่มความเร็วในการอ่านหรือไม่?

มีประโยชน์ จะช่วยเสริมสร้างการประมวลผลตามลำดับคำภาษาอังกฤษ และยกระดับความเร็วในการอ่านด้วยสายตาขณะอ่านในใจ การฝึกเป็นชุดตามลำดับ อ่านออกเสียง→อ่านในใจ จะได้ผลดี

ควรกำหนดการจัดสรรเวลาแยกตามโจทย์อย่างไร?

ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 15-18 นาทีต่อพาสเสจ แล้วปรับให้เหลือเวลามากขึ้นสำหรับ Passage 3 ที่ยากกว่า (ตัวอย่าง: P1=14 นาที, P2=18 นาที, P3=23 นาที, ทบทวน 5 นาที)

มีเคล็ดลับเพิ่มความเร็วในการทำ Scanning (ค้นหาข้อมูล) อย่างไร?

ใช้ตัวเลข ชื่อเฉพาะ วันที่ คำสำคัญเป็นตัวกระตุ้นสายตา ฝึกฝนซ้ำในเวลาสั้นๆ โดยรวมการดึงหัวข้อและประโยคเปิดของย่อหน้าด้วย

ควรบันทึกอะไรบ้างเมื่อทบทวนการฝึกฝน?

เวลาที่ใช้ อัตราการตอบถูก และ WPM ของแต่ละพาสเสจ สาเหตุของการเสียเวลา (คำศัพท์ที่ไม่รู้ การอ่านโจทย์ การย้อนกลับไปอ้างอิง) งานที่ต้องปรับปรุงในวันถัดไป (ฝึก Chunk รับมือประเภทโจทย์ ฯลฯ)

การปรับสภาพครั้งสุดท้ายก่อนวันสอบจริงทำอย่างไร?

ฝึกฝนต่อเนื่อง 3-5 เซตล่าสุดในเงื่อนไขเดียวกับวันสอบจริง เพื่อยึดการจัดสรรเวลาและลำดับการทำโจทย์ที่เหมาะสมที่สุดให้คงที่ ควรทำวอร์มอัพก่อนเริ่มสอบเป็นกิจวัตร เช่น การนอนหลับ การรับประทานอาหาร และการอ่านเร็ว+สรุปความ 1 ย่อหน้า

IELTS Reading (เตรียมสอบ Reading) วิธีเรียนและคู่มือฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือเตรียมสอบและสอบ IELTS ฉบับสมบูรณ์ - พิชิตทุกเทคนิคและวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง