

IELTS Reading เป็นข้อสอบที่เข้มงวดเรื่องเวลาอย่างมาก เนื่องจากต้องอ่านบทความยาว 3 บทความและตอบคำถาม 40 ข้อภายในเวลาจำกัดเพียง 60 นาที ในความเป็นจริง ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกว่า “เข้าใจเนื้อหาได้ แต่เวลาไม่พอจึงทำไม่เสร็จ”
ในการเพิ่มความสามารถด้าน Reading คำศัพท์และความสามารถในการอ่านอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยชี้ขาดในการสอบผ่านหรือไม่นั้นคือ “ความเร็วในการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาจำกัด” กล่าวอีกนัยหนึ่ง การฝึกฝนความเร็วในการอ่านคือเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จใน IELTS Reading
บทความนี้จะแนะนำวิธีการที่เป็นรูปธรรมสำหรับ “การฝึกเพิ่มความเร็วในการอ่าน” เพื่อเพิ่มคะแนนได้อย่างแน่นอนภายในเวลาจำกัด โดยใช้พื้นฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
IELTS Reading ไม่ได้เป็นเพียงข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังทดสอบว่าคุณสามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดภายในเวลาที่กำหนด หากความเร็วในการอ่านไม่เพียงพอ จะเกิดปัญหาดังต่อไปนี้
กล่าวคือ ยิ่งความเร็วในการอ่านสูงเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาเหลือมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ตอบคำถามได้อย่างสงบ ในทางกลับกัน หากความเร็วช้า ก็จะเกิดความรีบร้อนและความประมาทเลินเล่อเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่คะแนนที่ลดลง
ความเร็วในการอ่านไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากฝึกฝนอย่างต่อเนื่องด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะพัฒนาขึ้นได้อย่างแน่นอน ที่นี่จะแนะนำแนวทางพื้นฐานในการฝึกฝนความเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเข้าใจแนวทางพื้นฐานแล้ว ขั้นต่อไปคือการฝึกฝนภาคปฏิบัติ หากผสมผสานวิธีการต่อไปนี้ในการฝึกฝน จะสามารถเพิ่มความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในระยะเวลาอันสั้น
การเพิ่มความเร็วในการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ แต่การอ่านให้เร็วโดยไม่มีทิศทางก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มคะแนน ให้ฝึกฝนโดยระวังประเด็นต่อไปนี้
การจะได้คะแนนสูงใน IELTS Reading นั้น นอกจากความสามารถทางภาษาอังกฤษเองแล้ว ความเร็วในการอ่านเพื่อเอาชนะการแข่งขันกับเวลาก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
การสั่งสมทุกวันจะนำไปสู่การเพิ่มความเร็วในการอ่านได้อย่างแน่นอน แม้จะเริ่มจากการอ่านเร็ว 5 นาทีก็ไม่เป็นไร การรักษานิสัยเล็กๆ นี้ไว้จะช่วยขจัดความกังวลเรื่อง “เวลาไม่พอ” ในวันสอบจริง และทำให้คุณตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ
ควรตั้งเป้าหมายความเร็วในการอ่าน IELTS Reading เท่าไร?
เกณฑ์คือ 150-200 wpm (words per minute) ก่อนอื่นให้วัดค่าปัจจุบันของตนเอง แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละ 10 wpm
สาเหตุที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้อ่านช้าคืออะไร?
คือการแปลทีละคำและการยึดติดกับคำศัพท์ที่ไม่รู้ หากจับเป็น Chunk (กลุ่มคำ) และคาดเดาจากบริบทอย่างเคร่งครัด จะช่วยปรับปรุงได้
ต้องใช้เวลาฝึกฝนต่อวันเท่าไร?
อย่างน้อยที่สุดคืออ่านเร็ว 20 นาที + ทบทวน 10 นาที (สรุปความ/วิเคราะห์ข้อผิดพลาด) หากเป็นไปได้ ให้สร้างเป็น “20 นาที × 2 เซต” รวม 60 นาทีเป็นเกณฑ์
หากอ่านเร็วแล้วความเข้าใจจะตื้นขึ้นหรือไม่?
หากใช้โครงสร้าง 2 ขั้นตอนคือ “จับภาพรวม → อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็นสำหรับโจทย์” คุณภาพความเข้าใจจะไม่ลดลง การอ่านอย่างละเอียดจะจำกัดเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น
ควรใช้สื่อการเรียนใดในการฝึกความเร็ว?
ข้อสอบเก่า: Cambridge IELTS (จับเวลา) สื่อภาษาอังกฤษ: The Guardian, BBC, The Japan Times ฯลฯ (อ่านเร็ว/สรุปความ) บทความยาว: สาขาที่ IELTS ออกสอบบ่อย เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ธุรกิจ
วิธีวัด WPM (ความเร็วในการอ่าน) ทำอย่างไร?
นับจำนวนคำในบทความ แล้ววัดเวลาที่อ่านจบด้วยนาฬิกาจับเวลา WPM = จำนวนคำทั้งหมด ÷ จำนวนนาที (หน่วยเป็นนาที) ควรบันทึกเป็นล็อกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
วิธีรับมือกับคำศัพท์ที่ไม่รู้คืออะไร?
เหมือนกับวันสอบจริงคือ “คาดเดาจากบริบทหน้าหลัง → พักไว้ก่อน → ตรวจสอบภายหลัง” ควรฝึกฝนไม่พึ่งพจนานุกรมทันทีตั้งแต่วันธรรมดา
การอ่านออกเสียงมีประโยชน์ต่อการเพิ่มความเร็วในการอ่านหรือไม่?
มีประโยชน์ จะช่วยเสริมสร้างการประมวลผลตามลำดับคำภาษาอังกฤษ และยกระดับความเร็วในการอ่านด้วยสายตาขณะอ่านในใจ การฝึกเป็นชุดตามลำดับ อ่านออกเสียง→อ่านในใจ จะได้ผลดี
ควรกำหนดการจัดสรรเวลาแยกตามโจทย์อย่างไร?
ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 15-18 นาทีต่อพาสเสจ แล้วปรับให้เหลือเวลามากขึ้นสำหรับ Passage 3 ที่ยากกว่า (ตัวอย่าง: P1=14 นาที, P2=18 นาที, P3=23 นาที, ทบทวน 5 นาที)
มีเคล็ดลับเพิ่มความเร็วในการทำ Scanning (ค้นหาข้อมูล) อย่างไร?
ใช้ตัวเลข ชื่อเฉพาะ วันที่ คำสำคัญเป็นตัวกระตุ้นสายตา ฝึกฝนซ้ำในเวลาสั้นๆ โดยรวมการดึงหัวข้อและประโยคเปิดของย่อหน้าด้วย
ควรบันทึกอะไรบ้างเมื่อทบทวนการฝึกฝน?
เวลาที่ใช้ อัตราการตอบถูก และ WPM ของแต่ละพาสเสจ สาเหตุของการเสียเวลา (คำศัพท์ที่ไม่รู้ การอ่านโจทย์ การย้อนกลับไปอ้างอิง) งานที่ต้องปรับปรุงในวันถัดไป (ฝึก Chunk รับมือประเภทโจทย์ ฯลฯ)
การปรับสภาพครั้งสุดท้ายก่อนวันสอบจริงทำอย่างไร?
ฝึกฝนต่อเนื่อง 3-5 เซตล่าสุดในเงื่อนไขเดียวกับวันสอบจริง เพื่อยึดการจัดสรรเวลาและลำดับการทำโจทย์ที่เหมาะสมที่สุดให้คงที่ ควรทำวอร์มอัพก่อนเริ่มสอบเป็นกิจวัตร เช่น การนอนหลับ การรับประทานอาหาร และการอ่านเร็ว+สรุปความ 1 ย่อหน้า
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง