

IELTS (International English Language Testing System) เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก และถูกนำมาใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักหลายแห่ง เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา จุดเด่นคือจำเป็นต้องใช้คะแนนสอบในวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือบัณฑิตศึกษา การย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ หรือการขอวีซ่าทำงาน
IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ Academic และ General Training โดยการเลือกจะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของผู้สอบ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่สอบเพื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศมักเลือก Academic ในขณะที่ผู้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยื่นขอย้ายถิ่นฐานหรือพิสูจน์ความสามารถทางภาษาอังกฤษในที่ทำงานมักเลือก General Training
อย่างไรก็ตาม หากไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองประเภทอย่างถูกต้อง ก็อาจเสี่ยงต่อการสอบผิดโมดูล ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ บทความนี้จะสรุปลักษณะและความแตกต่างระหว่าง Academic และ General Training ให้เข้าใจง่าย พร้อมอธิบายวิธีเลือกที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของคุณ
IELTS Academic ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหรือบัณฑิตศึกษาในต่างประเทศ หรือผู้ที่ต้องการวุฒิวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น แพทย์หรือพยาบาลเป็นหลัก เนื้อหาข้อสอบอิงตามหัวข้อและข้อมูลเชิงวิชาการ โดยต้องใช้ทั้งความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลและความสามารถในการอ่านทำความเข้าใจบทความเฉพาะทาง
โดยสรุป โมดูล Academic เป็นการสอบที่พิสูจน์ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่จำเป็นในบริบทเชิงวิชาการและเฉพาะทาง ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่มุ่งศึกษาต่อหรือขอวุฒิวิชาชีพ
IELTS General Training เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันและที่ทำงาน จุดเด่นคือเน้นภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติในชีวิตประจำวันมากกว่าเนื้อหาเชิงวิชาการ
โดยสรุป General Training เป็นการสอบที่มุ่งเน้น "ชีวิตประจำวัน" และ "การใช้งานได้จริงในสังคม" เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณายื่นขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานหรือทำงานในต่างประเทศ
IELTS Academic และ General Training มีรูปแบบ Listening และ Speaking ที่เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่ชัดเจนใน Reading และ Writing โดยจะสรุปแยกตามทักษะดังต่อไปนี้
โดยสรุป ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างทั้งสองอยู่ที่ เนื้อหาโจทย์ของ Reading และ Writing โดย Academic เป็นการสอบที่วัด "ความสามารถทางภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ" ส่วน General เป็นการสอบที่วัด "ความสามารถทางภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและการทำงาน"
IELTS Academic และ General Training มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่แยกกันอย่างชัดเจน ก่อนสมัครสอบ สิ่งสำคัญคือการเลือกโมดูลที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาต่อ อาชีพ หรือการย้ายถิ่นฐานของคุณ
จุดสำคัญในการตัดสินใจ
เกณฑ์ที่เข้าใจง่ายที่สุดคือการตัดสินใจเลือกตามเป้าหมายของตนเองว่าเป็น "การเรียนรู้" หรือ "การใช้ชีวิต/การทำงาน"
IELTS มี 2 ประเภทคือ Academic และ General Training ซึ่งแต่ละประเภทต้องการความสามารถทางภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์
ทั้งสองโมดูลมีรูปแบบ Listening และ Speaking ที่เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างอย่างมากใน Reading และ Writing สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของตนเองให้ชัดเจนก่อนสมัครสอบ และเลือกโมดูลที่เหมาะสม
หากเลือกได้อย่างถูกต้อง คะแนน IELTS จะเป็นอาวุธสำคัญสำหรับการศึกษาต่อ การย้ายถิ่นฐาน และการสร้างเส้นทางอาชีพของคุณ
IELTS Academic กับ General Training อย่างไหนยากกว่ากัน?
ระดับความยากโดยรวมขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ Reading และ Writing ของ Academic มีแนวโน้มที่จะรู้สึกยากกว่าเนื่องจากเอนไปทางเชิงวิชาการ ส่วน Listening และ Speaking เหมือนกันทั้งสองโมดูล
ต้องการศึกษาต่อ แต่สามารถใช้ General Training แทนได้หรือไม่?
โดยพื้นฐานแล้วไม่สามารถทำได้ มหาวิทยาลัยและบัณฑิตศึกษาส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้ IELTS Academic เป็นเงื่อนไขการสมัคร ควรตรวจสอบการระบุโมดูลในระเบียบการรับสมัครเสมอ
การยื่นขอย้ายถิ่นฐานสามารถใช้ Academic ได้หรือไม่?
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในหลายประเทศกำหนดให้ใช้ General Training คะแนน Academic อาจไม่ได้รับการยอมรับในบางกรณี จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของหน่วยงานที่ยื่นขอ
โครงสร้างข้อสอบแตกต่างกันหลักๆ อย่างไร?
Listening และ Speaking เหมือนกัน Reading ของ Academic เน้นบทความเชิงวิชาการ ส่วน General เน้นเอกสารในชีวิตประจำวันและที่ทำงาน Writing ของ Academic คือการสรุปข้อมูล (Task 1) + เรียงความ ส่วน General คือการเขียนจดหมาย (Task 1) + เรียงความ
คะแนนถูกประเมินอย่างไร?
แต่ละทักษะ (Listening, Reading, Writing, Speaking) จะถูกให้คะแนนในรูปแบบ Band ตั้งแต่ 0.0 ถึง 9.0 แล้วนำค่าเฉลี่ยมาปัดเศษเพื่อคำนวณ Overall Band Score
หากลังเลว่าจะเลือกแบบใดควรทำอย่างไร?
โดยหลักการแล้ว หากเป็น "การเรียนรู้ (มหาวิทยาลัย/วิชาชีพเฉพาะทาง)" ให้เลือก Academic หากเป็น "การใช้ชีวิต/การทำงาน (ย้ายถิ่นฐาน/ทำงาน)" ให้เลือก General แต่ข้อกำหนดของหน่วยงานที่ยื่นเรื่องถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ควรปรับวิธีเตรียมสอบ Writing ตามแต่ละโมดูลหรือไม่?
ใช่ Academic เน้นการเขียนบรรยายกราฟหรือตารางอย่างเป็นกลาง (Task 1) และการพัฒนาเนื้อหาอย่างมีเหตุผล ส่วน General กุญแจสำคัญคือการเขียนจดหมายด้วยระดับภาษา (ทางการ/ไม่เป็นทางการ) ที่เหมาะกับสถานการณ์
การจัดสรรเวลาในการทำ Reading เหมือนกันหรือไม่?
เวลาในการสอบเท่ากัน แต่ Academic มีแนวโน้มที่บทความจะมีความหนาแน่นสูงและมีคำศัพท์เฉพาะทางมาก จึงยิ่งสำคัญที่ต้องอ่านคำถามล่วงหน้าและจับใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้าอย่างรวดเร็ว
สามารถเปลี่ยนโมดูลในวันเดียวกันได้หรือไม่?
การจัดการจะแตกต่างกันไปตามศูนย์สอบและรูปแบบการสอบ (กระดาษ/คอมพิวเตอร์) ควรตรวจสอบข้อกำหนดการจองสอบ และระวังค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงและกำหนดเวลา
วิธีเลือกข้อสอบเก่าและสื่อการเรียนที่เหมาะกับตนเองคืออะไร?
ผู้สอบ Academic ควรเน้นสื่อการเรียนเรื่องการสรุปกราฟและการอ่านเชิงวิชาการ ส่วนผู้สอบ General ควรเน้นการเขียนจดหมายแบบต่างๆ และการอ่านบทความเชิงปฏิบัติ ทั้งสองกลุ่มสามารถใช้สื่อการเรียนเดียวกันสำหรับ Listening และ Speaking ได้
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง