

ดิฉันอยากลองทำสิ่งใหม่ๆ จึงคิดที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เนื่องจากไม่อยากให้เป็นภาระกับพ่อแม่มากนัก การเรียนต่อครั้งนี้จึงใช้เงินที่เก็บสะสมมาด้วยตัวเองเป็นหลัก ดิฉันจึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและยืมหนังสือจากห้องสมุดเพื่อหาสถานที่เรียนต่อที่เหมาะสม
เนื่องจากฟิลิปปินส์มีค่าครองชีพต่ำ โดยรวมแล้วสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย หรือประเทศต่างๆ ในยุโรป และ 3D ACADEMY ก็เป็นโรงเรียนสอนภาษาในฟิลิปปินส์ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างประหยัดเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น อีกทั้งแม้จะราคาประหยัดแต่ก็มีประวัติความเป็นมายาวนาน และมีเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นคอยดูแล ทำให้รู้สึกอุ่นใจแม้จะเป็นมือใหม่ ดิฉันจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้
พอมาเรียนต่อจริงๆ สิ่งแรกที่ทำให้รู้สึกงุนงงมากคือแทบไม่มีนักเรียนมัธยมปลายรุ่นเดียวกับดิฉันเลย รอบตัวมีแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยและคนทำงานที่อายุมากกว่าดิฉันทั้งนั้น ในช่วงแรกจึงเข้ากับคนรอบข้างได้ไม่ค่อยดี จนเกิดอาการคิดถึงบ้าน หรือจริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าคิดถึงเพื่อนมากกว่า (หัวเราะ) แต่เพื่อนนักเรียนรอบตัวล้วนใจดีและน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องหรือคนอายุประมาณ 19-20 ปีที่โรงอาหาร ทำให้วงเพื่อนของดิฉันค่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากดิฉันเป็นผู้เริ่มต้นภาษาอังกฤษ ในตอนแรกจึงรู้สึกกังวลว่าจะเรียนตามทันหรือไม่ แต่คุณครูปรับการสอนให้เหมาะกับระดับของแต่ละคน ทำให้สามารถเรียนได้อย่างอุ่นใจ ผลก็คือ ดิฉันรู้สึกว่าความลังเลในการพูดลดลงกว่าตอนแรกมาก และทักษะการฟังก็พัฒนาขึ้นด้วย
มีคำศัพท์ที่ไม่รู้อยู่มาก จนต้องถามความหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คุณครูก็ใจดีและสอนให้ทุกครั้ง บางครั้งก็มีคุณครูที่รู้สึกว่าเข้ากันได้ไม่ค่อยดีนัก แต่เนื่องจากสามารถขอเปลี่ยนคุณครูได้สัปดาห์ละครั้ง จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่มากนัก
ในคาบเรียนตัวต่อตัว ดิฉันขอร้องคุณครูให้ร้องเพลงเพื่อฝึกฟังและออกเสียง และได้ร้องเพลงไปพร้อมกับเรียนในคาบเรียน ซึ่งสนุกมากค่ะ เพลงที่คุณครูแนะนำคือ ''Photograph'' ซึ่งจังหวะช้าจึงเรียนได้ง่ายจริงๆ ค่ะ! ในทางกลับกัน ดิฉันก็ได้แนะนำเพลงญี่ปุ่นชื่อ ''Mikazuki'' เวอร์ชันภาษาอังกฤษให้คุณครูฟังด้วยเช่นกัน
ในเรียนกลุ่ม คาบเรียนฝึกพูด (Speech Practice) เน้นการฝึกออกเสียง รวมถึงมีการทดสอบคำศัพท์และการสะกดคำ ทำให้รู้สึกได้ถึงการเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง!
นอกจากนี้ คาบสนทนาแบบสบายๆ (Casual Discussion) ที่สามารถเลือกเรียนในเวลาว่างก็เป็นการฝึกพูดที่ดีมากเช่นกัน ทุกครั้งจะมีคุณครูหรือเพื่อนนักเรียนคนใดคนหนึ่งกำหนดหัวข้อขึ้นมา แล้วพูดคุยกันเกี่ยวกับหัวข้อนั้น บางวันก็มีผู้เข้าร่วม 3-4 คน บางวันก็เป็นแบบตัวต่อตัว แต่เนื่องจากมีหัวข้อที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่พูดคุยเรื่อยเปื่อย จึงทำให้ได้เรียนรู้เยอะมาก
สำหรับคอร์สเซมิสปาร์ตา ดิฉันคิดว่าดีมากในแง่ที่ช่วยให้พัฒนาการเรียนได้จริง แต่เพื่อนสนิทที่รู้จักแต่ละคนเรียนคนละคอร์สกัน เวลาเคอร์ฟิวจึงต่างกัน ตรงจุดนี้ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน (หัวเราะ) เวลาไปกินข้าวด้วยกันตอนกลางคืน เนื่องจากคอร์สเซมิสปาร์ตากำหนดให้ต้องทำแบบทดสอบคำศัพท์ 10 ข้อตั้งแต่ 7 โมงครึ่งเช้าในวันธรรมดา และต้องทบทวนบทเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นไป เพื่อนๆ จึงวิ่งกลับหอพักไปพร้อมกับดิฉัน ซึ่งก็สนุกไปอีกแบบ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าทุกคนเรียนคอร์สเซมิสปาร์ตาเหมือนกันหมดคงจะดี (หัวเราะ) แต่อย่างไรก็ตาม การที่มันช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ
ดิฉันรู้สึกว่าสามารถใช้ภาษาอังกฤษในบทสนทนาประจำวันได้คล่องขึ้นกว่าตอนแรก และสามารถเข้าใจสิ่งที่คุณครูพูดได้มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ นอกเวลาเรียน เมื่อความรู้สึกกลัวและตึงเครียดตอนพูดคุยกับพนักงานร้านค้าหายไป ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงการเติบโตของความสามารถทางภาษาอังกฤษของตัวเองค่ะ!
สำหรับการทบทวนบทเรียนหลังเลิกเรียน ดิฉันตั้งใจไว้ว่าจะตั้งใจทำในช่วงเวลาทบทวนบทเรียนของคอร์สเซมิสปาร์ตา ส่วนเวลาที่เหลือก็ไปกินข้าวที่ตลาดกลางคืนย่าน IT Park กับเพื่อนๆ หรือไม่ก็ไปคาเฟ่ด้วยกัน! นอกจากนี้ยังได้ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ใกล้เคียง เช่น ร้านนวด โบสถ์ และร้านอาหาร ทุกอย่างสามารถเพลิดเพลินได้ในราคาที่ถูกกว่าที่ญี่ปุ่น จึงเป็นความทรงจำที่ดีมากค่ะ!
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันไปเที่ยว TOPS ไปออสโลบ ไปทัวร์เกาะ (Island Hopping) และไปเล่นแทรมโพลีนด้วยค่ะ! ช่วงนี้ดิฉันยังลองเข้าร่วมแผนการเที่ยวที่มีคนไปกันเยอะๆ แบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าด้วย จึงได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีก สนุกมากเลยค่ะ
นอกจากนี้ ดิฉันยังได้รู้จักกับนักเรียนคนหนึ่งที่มีอายุต่างจากดิฉันมาก เป็นคุณลุงวัย 30 กว่า (นี่คือชื่อเล่นที่เรียกกันค่ะ...หัวเราะ) พอรู้ว่าเป็นรุ่นพี่จากโรงเรียนเดียวกันที่ญี่ปุ่น ก็รู้สึกดีใจและรู้สึกใกล้ชิดกันขึ้นมาทันที จนสนิทกันในที่สุด แม้ท่านจะอยู่แค่หนึ่งสัปดาห์ แต่ตอนสุดท้ายพวกเราจัดปาร์ตี้อำลาเซอร์ไพรส์ที่ร้าน PINO กันทุกคน จนดิฉันอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ...เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ ดีใจที่ได้รู้จักกัน และหวังว่าจะได้พบกันอีกในสักวันค่ะ
เป้าหมายในอนาคตของดิฉันคือการเพิ่มคะแนน TOEIC ให้สูงขึ้น และตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษให้ถึงระดับที่สามารถไปแลกเปลี่ยนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ได้โดยไม่ลำบากค่ะ!
และคำแนะนำที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังจะมาเรียนต่อคือ ระหว่างที่พักอยู่ที่นี่ ดิฉันเคยเจอปัญหาบัตรเครดิตหาย และมีเงินสดติดตัวเหลืออยู่น้อยมาก ทำให้เดือดร้อนมากจริงๆ ค่ะ...ตอนนั้นดิฉันคิดว่าถ้ารู้เรื่องการโอนเงินจากต่างประเทศไว้ก่อน คงจะไม่ตกใจขนาดนี้! เรื่องนี้เคยมีเขียนไว้ในบล็อกของ 3D ACADEMY มาก่อนแล้ว ดิฉันคิดว่าทุกคนควรรู้ไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน ไม่มีผลเสียแน่นอนค่ะ! ขอให้ทุกคนดูแลของมีค่าให้ดีจริงๆ นะคะ!!
แม้จะมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่รวมถึงปัญหาเหล่านั้นด้วย ดิฉันก็ได้รับประสบการณ์มากมายที่ทำได้เฉพาะที่ฟิลิปปินส์เท่านั้น และได้พบเจอผู้คนดีๆ มากมายจริงๆ ค่ะ! ดิฉันได้เรียนรู้ว่าแม้ภาษาอังกฤษจะไม่สมบูรณ์แบบ ก็สามารถสนิทสนมกับชาวต่างชาติได้ และคิดว่าทั้งเรื่องการเรียนและความสัมพันธ์กับผู้คน สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระขึ้นอยู่กับความตั้งใจและการลงมือทำของตัวเอง
หากตั้งใจจริงที่จะเรียนภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ก็ควรอดทนต่อสิ่งยั่วยุและตั้งใจอยู่ในห้องทบทวนบทเรียน! แต่ถ้าเป็นการเรียนต่อที่เกาะเซบูครั้งแรก ดิฉันคิดว่า 3D ACADEMY เป็นโรงเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะมีค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อที่ประหยัด มีนักเรียนจำนวนมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวไปพร้อมกับเรียนภาษาอังกฤษได้ด้วยค่ะ!
ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ