หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Reading > เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Reading: ความแตกต่างระหว่าง Academic กับ General Reading และวิธีเรียน
เตรียมสอบ IELTS Reading

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Reading: ความแตกต่างระหว่าง Academic กับ General Reading และวิธีเรียน

8 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Reading: ความแตกต่างระหว่าง Academic กับ General Reading และวิธีเรียน
01

บทนำ

IELTS Reading แบ่งออกเป็น **Academic (อะคาเดมิก) และ General Training (เจเนอรัล)** ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านเนื้อหาและความยาก แม้ทั้งสองแบบจะใช้เวลา 60 นาทีเท่ากันในการตอบ 40 ข้อ แต่ประเภทของบทความและระดับคำศัพท์ที่ใช้แตกต่างกัน ทำให้วิธีเรียนที่มีประสิทธิภาพก็แตกต่างกันไปด้วย

ตัวอย่างเช่น Academic ต้องการความสามารถในการเข้าใจบทความเชิงวิชาการอย่างแม่นยำ ในขณะที่ General ต้องการทักษะการอ่านข้อมูลจากเอกสารในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว การเข้าใจลักษณะเฉพาะของโมดูลที่จะสอบและเตรียมตัวให้เหมาะสมคือก้าวแรกสู่การเพิ่มคะแนน

บทความนี้จะสรุปความแตกต่างระหว่าง Academic และ General Reading พร้อมอธิบายวิธีเรียนที่เหมาะสมกับแต่ละประเภท

02

จุดเด่นของ Academic Reading

IELTS Academic Reading เป็นข้อสอบสำหรับผู้ที่มุ่งศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหรือประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง เนื้อหามีความซับซ้อนสูง ทดสอบทั้งความสามารถในการคิดเชิงตรรกะและคำศัพท์เชิงวิชาการ

ประเภทของบทความ

  • หนังสือวิชาการหรือบทความจากวารสารเฉพาะทาง
  • บทคัดย่อจากงานวิจัย
  • บทความหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารด้านสังคมและวิทยาศาสตร์
  • บทความอธิบายที่มีแผนภูมิหรือข้อมูลประกอบ

ระดับคำศัพท์

  • มีคำศัพท์เชิงวิชาการที่อยู่ใน Academic Word List (AWL) ปรากฏบ่อยครั้ง
  • มีสำนวนเฉพาะทางและแนวคิดเชิงนามธรรมปรากฏอยู่
  • โจทย์ส่วนใหญ่สร้างจากคำพ้องความหมายหรือการ Paraphrase

รูปแบบคำถาม

  • True / False / Not Given
  • การจับคู่หัวข้อ (Matching Headings)
  • โจทย์เติมสรุปความหรือเติมตาราง
  • โจทย์จับคู่ (เช่น การจับคู่ชื่อนักวิจัยกับข้อความที่กล่าวอ้าง)

ระดับความยาก

  • ปริมาณเนื้อหามาก และแต่ละบทความมีความยาวมาก
  • เนื้อหามีความเป็นนามธรรมสูง หากไม่มีความรู้พื้นฐานจะใช้เวลาทำความเข้าใจนาน
  • ตัวเลือกในคำถามมีกับดักจำนวนมาก จึงต้องอาศัยความสามารถในการอ่านอย่างละเอียด
03

จุดเด่นของ General Training Reading

IELTS General Training Reading เป็นข้อสอบสำหรับผู้เข้าสอบที่มีเป้าหมายย้ายถิ่นฐานหรือทำงาน ระดับความยากของบทความต่ำกว่า Academic แต่มักออกเนื้อหาเชิงปฏิบัติที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน

ประเภทของบทความ

  • โฆษณา เอกสารแนะนำ กฎระเบียบบริษัท คำอธิบายที่พักหรือบริการ
  • คู่มือหรือสัญญาที่ใช้ในที่ทำงาน
  • บทความทั่วไปจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร
  • ประกาศหรือแผ่นพับของหน่วยงานสาธารณะ

ระดับคำศัพท์

  • ใช้คำศัพท์ที่เข้าใจง่ายกว่า Academic เป็นหลัก
  • มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันปรากฏบ่อย
  • ต้องการความสามารถในการอ่านสำนวนเชิงปฏิบัติและข้อมูลรายละเอียดที่ถูกเปลี่ยนคำ

รูปแบบคำถาม

  • การค้นหาข้อมูลจากข้อความสั้น (ค้นหาสิ่งที่ตรงเงื่อนไขจากโฆษณาหรือเอกสารแนะนำ)
  • การเติมฟอร์มหรือเติมตาราง
  • โจทย์จับคู่
  • Part 3 เน้นคำถามจากบทความยาว (บทความหนังสือพิมพ์/นิตยสาร) เป็นหลัก

ระดับความยาก

  • แม้คำศัพท์และโครงสร้างประโยคจะเข้าใจง่าย แต่หากอ่านเงื่อนไขหรือข้อมูลรายละเอียดไม่ถูกต้องจะผิดง่าย
  • การจัดสรรเวลาสำคัญมาก ต้องทำ Part 1 และ 2 ให้เสร็จเร็วเพื่อเหลือเวลาให้ Part 3
04

วิธีเรียนสำหรับ Academic

Academic Reading ต้องการความสามารถในการเข้าใจบทความที่ซับซ้อนและจัดระเบียบข้อมูลอย่างเป็นตรรกะ ดังนั้นนอกจากความสามารถทางภาษาอังกฤษทั่วไปแล้ว การเรียนที่คำนึงถึงทักษะการอ่านเชิงวิชาการจึงมีประสิทธิภาพ

1. สร้างนิสัยอ่านบทความเฉพาะทาง

  • อ่านบทความวิชาการและวิทยาศาสตร์จาก Nature, National Geographic, Scientific American, BBC เป็นประจำ
  • การคุ้นเคยกับหัวข้อที่ยากจะช่วยขยายความรู้พื้นฐานด้วย

2. เสริมสร้างคำศัพท์เชิงวิชาการ

  • เรียน Academic Word List (AWL) เพื่อจดจำคำศัพท์ที่ใช้บ่อยในบริบทวิชาการ
  • จำคำศัพท์ไม่ใช่แค่ “ความหมาย” แต่จำคู่กับ “การ Paraphrase” หรือคำพ้องความหมายด้วย

3. ฝึกอ่านอย่างละเอียดและสรุปความ

  • แบ่งบทความออกเป็นย่อหน้าและฝึกสรุปประเด็นหลัก ตัวอย่าง และบทสรุปเป็นนิสัย
  • แยกวิเคราะห์โครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนตามหลักไวยากรณ์เพื่อเพิ่มความเข้าใจ

4. ฝึกให้คุ้นเคยกับรูปแบบคำถาม

  • ฝึกทำโจทย์เฉพาะของ Academic ซ้ำๆ โดยเฉพาะ “True/False/Not Given” “Heading Matching” “Summary Completion”
  • สำหรับข้อที่ตอบผิด ให้ตรวจสอบจนถึงหลักฐานว่า “ทำไมตัวเลือกนั้นจึงถูกต้อง”
05

วิธีเรียนสำหรับ General

General Training Reading กุญแจสำคัญคือความสามารถในการอ่านบทความที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็วและค้นหาข้อมูลที่จำเป็น แม้ตัวบทความจะง่ายกว่า Academic แต่ความสามารถในการค้นหาข้อมูลและการจัดสรรเวลาจะเป็นตัวกำหนดคะแนน

1. คุ้นเคยกับเอกสารภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงชีวิตจริง

  • ฝึกอ่านโฆษณา เอกสารแนะนำโรงแรมหรือตั๋วเครื่องบิน คู่มือบริษัท แผ่นพับหน่วยงานราชการให้คุ้นเคย
  • จะสามารถรับมือกับสำนวนภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ

2. ฝึกฝนทักษะการค้นหาข้อมูล

  • ฝึกค้นหาคำสำคัญที่จำเป็นแทนการอ่านบทความทั้งหมดอย่างละเอียด
  • ใช้ Scanning เพื่อค้นหา “วันที่” “สถานที่” “เงื่อนไข” ได้อย่างรวดเร็ว

3. ให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลา

  • Part 1 และ Part 2 ค่อนข้างง่าย จึงควรทำให้เสร็จภายใน 10-15 นาที
  • เหลือเวลาที่เหลือไว้เน้นบทความยาวใน Part 3

4. ฝึกฝนรูปแบบคำถาม

  • ฝึกให้คุ้นเคยกับโจทย์เฉพาะของ General เช่น “การเติมฟอร์ม” หรือ “การเติมตาราง”
  • สร้างนิสัยตรวจสอบหลักฐานคำตอบอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้พลาดเงื่อนไขปลีกย่อย
06

วิธีเรียนที่ใช้ร่วมกันได้

แม้ Academic และ General จะแตกต่างกันในด้านประเภทบทความและระดับความยาก แต่วิธีเรียนพื้นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถด้าน Reading มีจุดร่วมกัน หากให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้ จะสามารถทำคะแนนสูงได้อย่างมั่นคงในทั้งสองโมดูล

1. ฝึกฝน Skimming และ Scanning

  • Skimming: อ่านทั้งบทความคร่าวๆ เพื่อจับหัวข้อและกระแสเนื้อหา
  • Scanning: ค้นหาคำสำคัญ ตัวเลข หรือชื่อเฉพาะอย่างรวดเร็ว
  • การผสมผสานทั้งสองวิธีนี้จะช่วยให้ทำโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ฝึกทำโจทย์ภายในเวลาจำกัดซ้ำๆ

  • ฝึกทำข้อสอบจำลองหรือข้อสอบเก่าให้เสร็จภายใน 60 นาทีซ้ำๆ
  • จะช่วยให้รู้สึกถึงการจัดสรรเวลาและทำโจทย์ได้โดยไม่ตื่นตระหนก

3. วิเคราะห์ข้อผิดพลาดอย่างละเอียด

  • ไม่ใช่แค่ตรวจคำตอบที่ถูก แต่ต้องระบุให้ชัดว่า “ทำไมถึงตอบผิด”
  • จัดหมวดหมู่สาเหตุ เช่น คำศัพท์ไม่พอ อ่านโจทย์ผิด หรือมองข้ามหลักฐานในบทความ เพื่อวางแผนแก้ไข

4. เสริมสร้างคลังคำศัพท์

  • ทั้งสองโมดูลต้องการความสามารถในการมองหาสำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำในภาษาอังกฤษ
  • การจดจำคำพ้องความหมายและการ Paraphrase จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำคะแนน
07

สรุป

IELTS Reading มีความแตกต่างในด้านประเภทบทความและทักษะที่ต้องการระหว่าง Academic กับ General Training

  • Academic ต้องการความสามารถในการอ่านบทความยาวเชิงวิชาการอย่างแม่นยำและหาคำตอบอย่างเป็นตรรกะ
  • General ต้องการความสามารถในการค้นหาข้อมูลที่จำเป็นจากเอกสารในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็วและตอบได้อย่างแม่นยำ

ไม่ว่าจะเป็นโมดูลใด การใช้ Skimming และ Scanning การฝึกฝนภายในเวลาจำกัด การวิเคราะห์ข้อผิดพลาด และการเสริมสร้างคำศัพท์ ล้วนเป็นวิธีเรียนที่ใช้ร่วมกันได้และขาดไม่ได้

การเข้าใจลักษณะเฉพาะของโมดูลตามวัตถุประสงค์ของตนเองและนำวิธีเรียนที่ถูกต้องมาใช้ จะช่วยให้สามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

08

FAQ: ความแตกต่างระหว่าง Academic กับ General Reading และวิธีเรียน

IELTS Reading ของ Academic กับ General ต่างกันอย่างไร?

แตกต่างกันที่ประเภทของบทความและทักษะที่ต้องใช้ Academic เน้นความสามารถในการอ่านบทความวิชาการเชิงลึกและติดตามตรรกะ ส่วน General เน้นความสามารถในการค้นหาข้อมูลที่ตรงเงื่อนไขจากเอกสารในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว

เวลาสอบและจำนวนข้อเหมือนกันหรือไม่?

ทั้งสองแบบใช้เวลา 60 นาที จำนวน 40 ข้อเหมือนกัน เวลาที่ใช้คัดลอกคำตอบลงกระดาษคำตอบก็รวมอยู่ใน 60 นาทีนี้ด้วย

บทความข้อสอบแบบไหนยากกว่ากัน?

โดยทั่วไป Academic จะยากกว่าเนื่องจากคำศัพท์และระดับความเป็นนามธรรมสูงกว่า ส่วน General แม้คำศัพท์จะง่ายกว่า แต่ก็มักเกิดความเข้าใจข้อมูลผิดพลาดได้ง่าย จึงต้องอ่านอย่างแม่นยำ

รูปแบบคำถามที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

จุดร่วม: True/False/Not Given, Multiple Choice, Matching พบบ่อยใน Academic: Heading Matching, Summary/Diagram Completion พบบ่อยใน General: การเติมฟอร์ม/ตาราง, การค้นหาข้อมูลจากโฆษณาหรือเอกสารแนะนำ

True/False/Not Given กับ Yes/No/Not Given ต่างกันอย่างไร?

หากเป็นการตัดสินข้อเท็จจริงจะใช้ True/False/Not Given หากเป็นการตัดสินความคิดเห็นของผู้เขียนจะใช้ Yes/No/Not Given หากไม่มีข้อมูลในบทความจะตอบว่า Not Given

การจัดสรรเวลาโดยประมาณเป็นอย่างไร?

Academic: แต่ละบทความประมาณ 20 นาที (อ่าน 10-12 นาที ตอบคำถาม 8-10 นาที) General: Section 1-2 รวม 20-25 นาที Section 3 ใช้ 35-40 นาที

ควรใช้ Skimming และ Scanning อย่างไรให้เหมาะสม?

ใช้ Skimming เพื่อจับหัวข้อและโครงสร้างโดยรวม จากนั้นตรวจสอบคำถามแล้วใช้ Scanning ค้นหาคำสำคัญ (ชื่อเฉพาะ ตัวเลข วันที่ คำสัญญาณ) เพื่อระบุตำแหน่งหลักฐานอย่างรวดเร็ว

ควรเตรียมตัวรับมือกับ Paraphrase อย่างไร?

สร้างชุดคำพ้องความหมาย (increase ≈ rise, concern ≈ worry เป็นต้น) ระวังการเปลี่ยนรูปคำ (economy ⇄ economic, decision ⇄ decide) อย่ามองข้ามคำปฏิเสธ คำเปรียบเทียบ และคำบอกระดับ (hardly, less than, significantly)

ควรปรับการเรียนคำศัพท์ให้ต่างกันระหว่าง Academic และ General หรือไม่?

ควรฝึกคำศัพท์หลักและความสามารถในการ Paraphrase ที่เป็นจุดร่วมก่อน จากนั้น Academic ควรเน้น Academic Word List (AWL) เป็นหลัก ส่วน General ควรเสริมคำศัพท์เชิงปฏิบัติที่เกี่ยวกับประกาศสาธารณะ คู่มือที่ทำงาน และโฆษณา

เทคนิคการทำโจทย์ Heading Matching คืออะไร?

ระบุประโยคหลัก (topic sentence) ของแต่ละย่อหน้าและสัญญาณของการเปรียบเทียบหรือเหตุผล ปรับระดับความเป็นนามธรรมของหัวข้อให้สอดคล้องกับเนื้อหา (หลีกเลี่ยงคำที่เจาะจงหรือรายละเอียดมากเกินไป) ย่อหน้าที่ไม่มั่นใจให้เลื่อนไปทำทีหลังแล้วใช้วิธีตัดตัวเลือกที่ผิด

จะลดข้อผิดพลาดจาก Not Given ได้อย่างไร?

หากไม่มีหลักฐานชัดเจนในบทความ อย่าเลือกคำตอบนั้น อย่าใช้ความรู้ทั่วไปหรือการคาดเดามาเติมเต็ม ให้ตรวจสอบว่าถ้อยคำในบทความ “ระบุไว้อย่างชัดเจน” หรือไม่

ควรใช้ประโยชน์จากการสอบจำลองอย่างไร?

ทำเต็มรูปแบบ 60 นาที → ตรวจคะแนน ก่อนดูเฉลย ให้ลองทำเครื่องหมายบรรทัดที่เป็นหลักฐานด้วยตนเองอีกครั้ง จัดหมวดหมู่คำตอบที่ผิดเป็น “คำศัพท์ การอ่านโจทย์ การระบุหลักฐาน หรือเวลาหมด” เพื่อวางแผนแก้ไข

ตัวอย่างเมนูฝึกฝนประจำวันเป็นอย่างไร? (30-45 นาที)

วันที่ 1: คำศัพท์ (15 นาที) + Scanning ประโยคสั้น 2 ประโยค (15 นาที) + วิเคราะห์คำตอบผิด (10 นาที) วันที่ 2: Heading Matching 1 ชุด (25 นาที) + สร้างสมุดบันทึก Paraphrase (15 นาที) วันที่ 3: อ่านบทความยาว 1 บทความใน 20 นาที + ตรวจสอบบรรทัดหลักฐาน (15 นาที)

รายการตรวจสอบเพื่อป้องกันความผิดพลาดโดยประมาทมีอะไรบ้าง?

ตรวจสอบคำสั่ง เช่น การจำกัดจำนวนคำตอบ/จำนวนคำ การสะกด รูปเอกพจน์-พหูพจน์ เครื่องหมายขีด และชื่อเฉพาะ ความสอดคล้องของตัวเลข หน่วย และวันที่

หากลังเลว่าจะสอบแบบไหนควรทำอย่างไร?

หากมุ่งศึกษาต่อหรือใช้ยื่นคุณสมบัติวิชาชีพเฉพาะทาง โดยทั่วไปควรเลือก Academic หากมุ่งย้ายถิ่นฐานหรือทำงานทั่วไป ควรเลือก General ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถาบันปลายทางกำหนดให้สอบประเภทใด

หากต้องการพัฒนาในระยะเวลาสั้น ควรให้ความสำคัญกับอะไรก่อน?

สร้างรูปแบบวิธีแก้โจทย์ตามประเภทคำถาม ท่องจำ Paraphrase ที่พบบ่อย กำหนดรูปแบบการทำเครื่องหมายบรรทัดหลักฐานและการจัดสรรเวลาให้เป็นแบบแผน

คู่มือเทคนิคและวิธีเรียน IELTS Reading (เตรียมสอบการอ่าน) ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือสอบ IELTS ฉบับสมบูรณ์ – เทคนิคและวิธีเตรียมสอบครบวงจร [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง