หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Listening > เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: แนวโน้มและวิธีรับมือบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์
เตรียมสอบ IELTS Listening

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: แนวโน้มและวิธีรับมือบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์

12 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: แนวโน้มและวิธีรับมือบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์
01

บทนำ

ใน IELTS Listening นอกจากบทสนทนาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีบทความที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเชิงวิชาการปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก และหัวข้อที่มักสร้างความยากลำบากให้ผู้เข้าสอบเป็นพิเศษคือ หัวข้อปัญหาสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์

หัวข้อที่ได้รับความสนใจในสังคมปัจจุบัน เช่น “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” “พลังงานหมุนเวียน” “การอนุรักษ์สัตว์” และ “การวิจัยเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ใหม่” ถูกนำมาใช้เป็นเนื้อหา หากมีความรู้พื้นฐานน้อยอาจรู้สึกว่ายาก นอกจากนี้ยังมีศัพท์เฉพาะและตัวเลข/สถิติปรากฏขึ้นมาก จึงต้องการความสามารถในการติดตามเนื้อหาพร้อมจับคำตอบที่ถูกต้องไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลไป เนื่องจาก IELTS ไม่ได้ต้องการความรู้เฉพาะทางขั้นสูง แต่ทดสอบเพียงว่าสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษเชิงวิชาการทั่วไปได้หรือไม่ กล่าวคือ หากฝึกฝนการฟังคำเปลี่ยนคำ (Paraphrase) อย่างถูกต้องและจับประเด็นสำคัญได้ ก็สามารถรับมือได้อย่างเพียงพอ

บทความนี้จะอธิบายแนวโน้มการออกโจทย์ หัวข้อที่พบบ่อย และวิธีเตรียมตัวด้าน Listening อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเคล็ดลับเชิงปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพิชิต Section 3 และ 4 จึงขอแนะนำให้นำไปใช้ในการเรียน

02

แนวโน้มการออกโจทย์บทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์

บทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ใน IELTS Listening ส่วนใหญ่จะปรากฏใน **Section 3 (บทอภิปรายระหว่างนักศึกษาด้วยกันหรือกับอาจารย์) และ Section 4 (บทบรรยายรูปแบบพูดคนเดียว)** ระดับความยากค่อนข้างสูง และมีลักษณะเฉพาะคือมีเนื้อหาเชิงวิชาการและศัพท์เฉพาะปรากฏอยู่

1. หัวข้อที่พบบ่อย

  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ・ปัญหาสิ่งแวดล้อม global warming (ภาวะโลกร้อน), climate change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ), carbon emissions (การปล่อยก๊าซคาร์บอน)
  • การอนุรักษ์ธรรมชาติ・เรื่องสัตว์ endangered species (สัตว์ใกล้สูญพันธุ์), wildlife conservation (การอนุรักษ์สัตว์ป่า)
  • พลังงานหมุนเวียน・ปัญหาทรัพยากร renewable energy (พลังงานหมุนเวียน), wind/solar power (พลังงานลม/พลังงานแสงอาทิตย์)
  • เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์・การวิจัย genetic research (การวิจัยพันธุกรรม), space exploration (การสำรวจอวกาศ), artificial intelligence (ปัญญาประดิษฐ์)

2. รูปแบบการพูด

  • รูปแบบอธิบาย/บรรยาย (Section 4) ผู้พูดคนเดียวจะอธิบายเป็นเวลานานเหมือนการบรรยายในมหาวิทยาลัย มักมีศัพท์เฉพาะปรากฏขึ้น จำเป็นต้องมีสมาธิไม่ให้พลาดประเด็นสำคัญ
  • รูปแบบอภิปราย (Section 3) รูปแบบบทสนทนาระหว่างนักศึกษาด้วยกันหรือกับอาจารย์ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและคำอธิบายแผนการวิจัย จำเป็นต้องเข้าใจจุดยืนของผู้พูดแต่ละคน

3. แนวโน้มของโจทย์

  • การเติมคำในโน้ต/ตาราง มักเป็นรูปแบบการเติมโน้ตบรรยายหรือภาพรวมงานวิจัย จำเป็นต้องฟังคำสำคัญได้อย่างแม่นยำ
  • โจทย์เลือกตอบ (Multiple Choice) มักออกโจทย์ที่ให้เปรียบเทียบองค์ประกอบหลายอย่าง ทดสอบความสามารถในการเข้าใจความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ
  • โจทย์แผนที่/แผนภาพ ทดสอบความสามารถในการเข้าใจตำแหน่งและโครงสร้าง จากคำอธิบายการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกในการทดลองหรือพื้นที่วิจัย

4. จุดที่ทำให้ยาก

  • มีคำศัพท์เฉพาะทางปรากฏขึ้นมาก มักพบคำที่ไม่รู้ความหมาย
  • ตัวเลข สัดส่วน และช่วงเวลา มักเป็นกุญแจสำคัญของคำตอบ
  • มีการใช้คำเปลี่ยนคำ (Paraphrase) บ่อยครั้ง ทำให้สำนวนในโจทย์และในเสียงไม่ตรงกัน
03

ประเภทโจทย์ที่ออกบ่อย

ในบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ มักออกโจทย์รูปแบบเฉพาะเพื่อวัดว่าสามารถฟังพร้อมจัดระเบียบเนื้อหาเชิงวิชาการได้หรือไม่ ด้านล่างนี้จะแนะนำประเภทโจทย์ที่ควรระวังและเตรียมรับมือเป็นพิเศษ

1. การเติมคำในโน้ต/ตาราง (Note/Table Completion)

  • ลักษณะเฉพาะ: โจทย์เติมคำในช่องว่าง ในรูปแบบคล้ายโน้ตบรรยายมหาวิทยาลัยหรือภาพรวมงานวิจัย
  • ตัวอย่าง: “Solar energy is ______ compared to fossil fuels.”
  • จุดสำคัญ: ควรทำความเข้าใจบริบทก่อนและหลังช่องว่างล่วงหน้า และคาดการณ์ว่าควรเติมคำชนิดใด (คำนาม คำคุณศัพท์ ตัวเลข) ก่อนฟังเสียง จะมีประสิทธิภาพมากกว่า

2. โจทย์เลือกตอบ (Multiple Choice Questions)

  • ลักษณะเฉพาะ: รูปแบบที่ถามเกี่ยวกับการตีความผลการวิจัยหรือความแตกต่างของความคิดเห็น บางครั้งต้องเลือก 1 ข้อหรือหลายข้อจากตัวเลือก 3-4 ข้อ
  • ตัวอย่าง: “What is the main cause of the decline in species population?” A. Climate change B. Pollution C. Overhunting D. Natural disasters
  • จุดสำคัญ: คำในตัวเลือกมักไม่ปรากฏตรงๆ ในเสียง จึงจำเป็นต้องไวต่อคำเปลี่ยนคำ

3. โจทย์แผนที่/แผนภาพ (Map/Diagram Labeling)

  • ลักษณะเฉพาะ: รูปแบบที่ตอบโดยเข้าใจความสัมพันธ์ของตำแหน่ง จากคำอธิบายสิ่งอำนวยความสะดวกในการทดลองหรือการแนะนำเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • ตัวอย่าง: “The laboratory is located to the ______ of the main hall.”
  • จุดสำคัญ: สิ่งสำคัญคือต้องไม่พลาดฟังคำบอกทิศทาง (north, south, left, right, adjacent to) และสำนวนเชิงพื้นที่

4. โจทย์เติมคำสรุปความ (Summary Completion)

  • ลักษณะเฉพาะ: รูปแบบที่เติมคำในช่องว่างของข้อความที่สรุปคำอธิบายยาวๆ
  • ตัวอย่าง: “The research suggests that renewable energy sources are ______ and more environmentally friendly.”
  • จุดสำคัญ: คำสำคัญที่ปรากฏซ้ำในเสียงมักเป็นคำตอบ
04

ประเด็นสำคัญในการเตรียมตัว

การฟังหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์มีเนื้อหาเชิงวิชาการ จึงมักรู้สึกว่ามีระดับความยากสูง แต่รูปแบบการออกโจทย์มีความแน่นอนในระดับหนึ่ง หากคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้ จะช่วยเพิ่มอัตราความถูกต้องได้อย่างมาก

1. ให้ความสำคัญกับคำเปลี่ยนคำมากกว่าศัพท์เฉพาะ

  • ใน IELTS คำสำคัญในโจทย์มักไม่ถูกใช้ตรงๆ ในเสียง แต่มักปรากฏในรูปแบบ **คำเปลี่ยนคำ (paraphrasing)**
  • ตัวอย่าง: global warming → rise in average temperatures renewable energy → energy from natural resources endangered animals → species at risk of extinction

2. ฟังตัวเลขและข้อมูลอย่างแม่นยำ

  • ในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ สถิติ สัดส่วน และช่วงเวลามักเป็นคำตอบ
  • ข้อควรระวัง: ระวังตัวเลขที่ออกเสียงคล้ายกัน เช่น fifteen และ fifty อย่าพลาดฟังการออกเสียงปี (eighteen ninety → 1890, twenty twenty-five → 2025)

3. คำนึงถึงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล

  • ในบทบรรยายหรือคำอธิบายงานวิจัย มักปรากฏสำนวนที่แสดงสาเหตุและผลลัพธ์บ่อยครั้ง
  • ตัวอย่างคำเชื่อม: สาเหตุ → because, due to, as a result of ผลลัพธ์ → therefore, consequently, lead to
  • คำตอบมักปรากฏทันทีหลังวลีเหล่านี้

4. อย่าพลาดฟังสำนวนเน้นย้ำ

  • ผู้พูดอาจเน้นย้ำข้อมูลสำคัญเป็นพิเศษ
  • ตัวอย่าง: The most significant factor is… What I’d like to highlight is…
  • ส่วนที่ถูกเน้นย้ำมีโอกาสสูงที่จะเป็นคำตอบของโจทย์

5. อ่านล่วงหน้าถึงทิศทางของเสียง

  • ตรวจสอบสมุดข้อสอบอย่างรวดเร็ว อ่านก่อนและหลังช่องว่างเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้าว่า “คำตอบเป็นประเภทใด” ควรเป็นคำนาม คำคุณศัพท์ หรือตัวเลข
  • การเตรียมใจล่วงหน้าจะช่วยให้จับข้อมูลที่ถูกต้องจากเสียงได้ง่ายขึ้น
05

วิธีเรียน

การพิชิตบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ ต้องการทั้งการฝึกฝนทักษะการฟังและการรับความรู้พื้นฐานควบคู่กัน การนำวิธีเรียนด้านล่างนี้มาปรับใช้จะช่วยฝึกฝนทั้งความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาและสมาธิไปพร้อมกัน

1. ฝึกหูให้คุ้นเคยด้วยเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์

  • รับชมวิดีโอที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ เช่น BBC Earth, National Geographic, TED Talks
  • ได้สัมผัสความเร็วที่ใกล้เคียงกับวันสอบ IELTS จริงและคำศัพท์เชิงวิชาการ
  • โดยเฉพาะเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับ “คำอธิบายรูปแบบสารคดี” หรือ “การบรรยายของอาจารย์มหาวิทยาลัย” จะมีประสิทธิภาพมาก

2. ฝึกฝน Section 4 อย่างเข้มข้นด้วยข้อสอบเก่า

  • ใช้ประโยชน์จากตระกูล Cambridge IELTS และฝึกทำ Section 4 (รูปแบบบทบรรยาย) ซึ่งมักมีหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ปรากฏอยู่มากซ้ำๆ
  • หลังตอบคำถามเสร็จต้องตรวจสอบสคริปต์ทุกครั้ง เพื่อสรุป คำที่ฟังไม่ทัน สำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำ คำสัญญาณที่เชื่อมโยงตรงสู่คำตอบ

3. คุ้นเคยกับความเร็วด้วยชาโดวอิง

  • ทำ “ชาโดวอิง” โดยออกเสียงตามเสียงโดยไม่หยุด
  • โดยเฉพาะการฝึกซ้ำในส่วนที่มีตัวเลข ข้อมูล หรือศัพท์เฉพาะ จะช่วยลดความสับสนในข้อสอบจริง

4. เรียนรู้คำศัพท์ในหัวข้อที่พบบ่อยรวมกัน

  • ไม่จำเป็นต้องท่องจำศัพท์เฉพาะที่ยาก แต่ควรคุ้นเคยกับคำศัพท์พื้นฐานที่พบบ่อยเพื่อความอุ่นใจ
  • ตัวอย่าง: pollution (มลพิษ) conservation (การอนุรักษ์) habitat (ถิ่นที่อยู่อาศัย) sustainable (ยั่งยืน)
  • ไม่ใช่เพียงแค่ท่องจำเป็นสมุดคำศัพท์ แต่ให้สังเกตว่าคำเหล่านี้ถูกใช้อย่างไรใน Listening

5. ค้นหาจุดอ่อนด้วยการเขียนตามคำบอก

  • ฝึก “การเขียนตามคำบอก” โดยหยุดเสียงสั้นๆ เป็นระยะแล้วเขียนตาม
  • จะช่วยให้เข้าใจแนวโน้มของส่วนที่ตนเองฟังไม่ทัน (ตัวเลข? คำเชื่อม? ศัพท์เฉพาะ?) ซึ่งนำไปสู่การเสริมจุดอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
06

สรุป

บทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ใน IELTS Listening มีคำศัพท์เฉพาะ ตัวเลข และข้อมูลปรากฏขึ้นมาก จึงเป็นด้านที่มักเป็นอุปสรรคสำหรับผู้เข้าสอบ อย่างไรก็ตาม หากเข้าใจแนวโน้มการออกโจทย์และเตรียมตัวอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถทำคะแนนได้อย่างมั่นคง

สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • หัวข้อที่ออกสอบมีจำกัด (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การวิจัยวิทยาศาสตร์ ฯลฯ)
  • รูปแบบโจทย์เป็นแบบแผน โดยเฉพาะการเติมคำในโน้ต โจทย์เลือกตอบ และโจทย์แผนภาพที่พบมาก
  • การไวต่อคำเปลี่ยนคำคือกุญแจสำคัญในการเพิ่มอัตราความถูกต้อง
  • ให้ความสำคัญกับการฟังตัวเลขและความสัมพันธ์เชิงเหตุผล
  • การเรียนด้วยการผสมผสานข้อสอบเก่า เนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ และชาโดวอิงจะมีประสิทธิภาพ

สิ่งสำคัญที่สุดในท้ายที่สุดไม่ใช่การท่องจำเนื้อหาที่ยากทั้งหมด แต่คือการฝึกฝน **“ความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูลที่ฟังได้และเชื่อมโยงกับโจทย์”** หัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ไม่ได้ปรากฏเฉพาะใน IELTS เท่านั้น แต่ยังเป็นหัวข้อที่พบได้แน่นอนในมหาวิทยาลัยต่างประเทศและที่ทำงาน ดังนั้นการเรียนรู้นี้จะช่วยให้ได้ “ทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่ใช้งานได้จริง”

07

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์มักออกใน Section ไหน?

ส่วนใหญ่ออกใน Section 3 (บทอภิปราย) และ Section 4 (รูปแบบบทบรรยาย) โดยเฉพาะ Section 4 ที่ผู้พูดคนเดียวอธิบายเป็นเวลานาน จึงมีระดับความยากค่อนข้างสูง

Q2. หัวข้อใดที่พบบ่อย?

มักออกหัวข้อวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์สัตว์ป่า ปัญหาทรัพยากร การวิจัยพันธุกรรม การสำรวจอวกาศ และ AI

Q3. ควรจำศัพท์เฉพาะมากแค่ไหน?

ไม่จำเป็นต้องท่องจำทั้งหมด การจำกัดการเรียนเฉพาะคำศัพท์พื้นฐานที่รับมือกับคำเปลี่ยนคำได้และคำสัญญาณที่พบบ่อยจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

Q4. จุดที่ต้องฟังซึ่งเชื่อมโยงตรงสู่คะแนนคืออะไร?

คำตอบมักปรากฏทันทีหลังตัวเลข (สัดส่วน ปี จำนวน) คำนามเฉพาะ และสำนวนที่แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล (because, due to, therefore เป็นต้น)

Q5. วิธีรับมือกับคำเปลี่ยนคำที่ไม่ถนัดคืออะไร?

ควรทบทวนโดยสร้างตารางเทียบคำสำคัญในโจทย์ข้อสอบเก่ากับคำเปลี่ยนคำในสคริปต์ ตัวอย่าง: global warming → rise in average temperatures

Q6. รูปแบบโจทย์ที่ออกบ่อยคืออะไร?

ได้แก่ การเติมคำในโน้ต/ตาราง โจทย์เลือกตอบ การติดป้ายแผนภาพ/แผนที่ และการเติมคำสรุปความ การคาดการณ์ชนิดของคำ (คำนาม คำคุณศัพท์ ตัวเลข) จากบริบทก่อนและหลังช่องว่างก่อนฟัง จะช่วยเพิ่มอัตราความถูกต้อง

Q7. วิธีฝึกให้เก่งขึ้นใน Section 4 (รูปแบบบทบรรยาย) คืออะไร?

ฝึกทำ Section 4 จากข้อสอบเก่าซ้ำๆ และตรวจสอบสำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำและคำสัญญาณจากสคริปต์ ส่วนที่ยากควรทำให้ติดตัวด้วยชาโดวอิงพร้อมจังหวะของเสียง

Q8. ลดการฟังตัวเลขผิดได้อย่างไร?

ฝึกฝนอย่างเข้มข้นกับการออกเสียงที่คล้ายกัน เช่น fifteen และ fifty และคุ้นเคยกับวิธีพูดปี (eighteen ninety → 1890) ก็จะช่วยป้องกันการเสียคะแนนได้

Q9. ควรเตรียมตัวสำหรับโจทย์แผนภาพ/แผนที่อย่างไร?

ให้เข้าใจทิศทางและความสัมพันธ์ของตำแหน่งอย่างรวดเร็ว (north, south, left, right, adjacent to เป็นต้น) เคล็ดลับคือการอ่านล่วงหน้าถึงโครงสร้างแผนภาพและตัวเลือกที่เป็นไปได้ก่อนฟังเสียง

Q10. ต้องมีความรู้พื้นฐานมากแค่ไหน?

ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางขั้นสูง แต่การฝึกหูให้คุ้นเคยกับคำศัพท์พื้นฐานตามหัวข้อ (pollution, conservation, habitat, sustainable เป็นต้น) จะช่วยให้เข้าใจได้ราบรื่นขึ้น

Q11. สื่อหรือช่องทางที่แนะนำมีอะไรบ้าง?

เนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ เช่น BBC Earth, National Geographic, TED Talks มีประโยชน์ เนื่องจากได้สัมผัสคำศัพท์ ความเร็ว และการดำเนินเรื่องที่ใกล้เคียงกับวันสอบจริง

Q12. ควรจดบันทึกอย่างไรระหว่างฟัง?

ไม่ต้องเขียนทั้งประโยค ให้จดเป็นข้อๆ เฉพาะตัวเลข คำนามเฉพาะ และคำสำคัญ ควรแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลหรือการเปรียบเทียบด้วยลูกศร (→, ⇄) หรือสัญลักษณ์อย่างรวดเร็ว

Q13. ควรวางตารางการเรียนอย่างไร?

สัปดาห์ละ 3 ครั้งให้ทำ Section 4 จากข้อสอบเก่า ทำชาโดวอิงวันละ 10-15 นาที และเขียนตามคำบอกสัปดาห์ละครั้งเพื่อค้นหาจุดอ่อน สุดท้ายให้อัปเดตตารางคำเปลี่ยนคำเพื่อนำความรู้กลับมาใช้ซ้ำ

Q14. หากพลาดฟังในวันสอบจริงควรทำอย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าจมอยู่กับข้อนั้นและเดินหน้าต่อไปยังข้อถัดไป เนื่องจากลำดับโจทย์สอดคล้องกับลำดับของเสียง ให้คาดการณ์ประเภทของช่องว่างถัดไปทันทีเพื่อฟื้นตัวกลับมา

Q15. เรียนด้วยตัวเองสามารถเพิ่มคะแนนได้หรือไม่?

เป็นไปได้อย่างเพียงพอ หากทำต่อเนื่องโดยเน้นการทำข้อสอบเก่าซ้ำๆ (ฟังอย่างละเอียด → ตรวจสอบสคริปต์ → ฟังซ้ำ) การอัปเดตตารางคำเปลี่ยนคำ และการฝึกฝนตัวเลขและความสัมพันธ์เชิงเหตุผลอย่างเข้มข้น จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำคะแนนได้อย่างมั่นคง

เทคนิคเตรียมสอบและวิธีเรียน IELTS Listening: คู่มือรวม IELTS Listening ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือเตรียมสอบและเทคนิคการสอบ IELTS ฉบับสมบูรณ์ – พิชิตข้อสอบและวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง