คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับพิชิต IELTS Listening ทั้งหมด 40 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อธิบายอย่างเป็นระบบตั้งแต่ความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ เทคนิคพิชิตข้อสอบตามระดับคะแนน หัวข้อที่พบบ่อย ไปจนถึงเทคนิคการเรียน
IELTS Listening เป็นส่วนสำคัญที่ออกข้อสอบร่วมกันทั้งในโมดูล Academic และ General Training ในข้อสอบทั้งหมด 40 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผู้สอบจะถูกวัดทั้งความสามารถในการฟัง สมาธิ ความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล และความสามารถในการฟังสำเนียงต่างๆ ไปพร้อมกัน เนื่องจากเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น การเตรียมตัวล่วงหน้าและการฝึกฝนภาคปฏิบัติจึงส่งผลอย่างมากต่อคะแนนที่จะได้รับ
ในคู่มือฉบับสมบูรณ์นี้ เราจะอธิบายประเด็นต่อไปนี้อย่างเป็นระบบ
Listening เป็นทักษะที่ยากจะพัฒนาให้ก้าวกระโดดได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่หากใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้องควบคู่กับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างแน่นอน ให้บทความนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วศึกษาต่อในบทความเฉพาะเรื่องที่ตรงกับจุดอ่อนของคุณ เพื่อสร้างแผนการเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณเอง
IELTS Listening ประกอบด้วยทั้งหมด 4 พาร์ท ตอบคำถามทั้งหมด 40 ข้อภายในเวลาประมาณ 30 นาที หลังจบการฟัง จะมีเวลาให้เขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบ (10 นาที) เนื้อหาและระดับความยากจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละพาร์ท โดยคำศัพท์และเนื้อหาจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่พาร์ทหลัง
Listening มีรูปแบบโจทย์ที่หลากหลาย การทำความเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยลดความสับสนในวันสอบจริงได้
IELTS Listening ให้คะแนนเต็ม 40 คะแนน และจะถูกแปลงเป็น band score (0.0-9.0) ตามจำนวนข้อที่ตอบถูก โดยมีเกณฑ์โดยประมาณดังนี้
※อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามระดับความยากของข้อสอบแต่ละครั้ง
IELTS Listening วัดความสามารถได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐานไปจนถึงความสามารถในการฟังเชิงวิชาการขั้นสูง เนื่องจากกลยุทธ์ที่ควรใช้จะแตกต่างกันไปตามคะแนนเป้าหมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเลือกวิธีเรียนที่เหมาะสมกับระดับของตนเอง
กลยุทธ์:
กลยุทธ์:
กลยุทธ์:
กลยุทธ์:
เมื่อคะแนนเป้าหมายเปลี่ยน สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นก็เปลี่ยนไปด้วย
การประเมินระดับของตัวเองอย่างถูกต้อง และวางแผนการเรียนโดยคำนวณย้อนกลับจากคะแนนเป้าหมาย จะนำไปสู่การเพิ่มคะแนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
IELTS Listening ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่ชีวิตประจำวันไปจนถึงเนื้อหาเชิงวิชาการ การเข้าใจรูปแบบของหัวข้อล่วงหน้าจะช่วยให้มีความรู้พื้นฐานที่เป็นประโยชน์ และทำให้ฟังเข้าใจง่ายขึ้นอย่างมาก
การเตรียมตัว: เน้นเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย (เช่น assignment, tutorial, lecture, enrollment)
การเตรียมตัว: เสริมสร้างความสามารถในการฟังตัวเลข การตรวจสอบการสะกดคำ และสำนวนในชีวิตประจำวัน
การเตรียมตัว: ฝึกฝนโดยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างสำนวน formal และ informal
การเตรียมตัว: จัดระเบียบคำศัพท์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (เช่น species, atmosphere, experiment, statistics)
การเตรียมตัว: ฝึกฝนการฟังชื่อเฉพาะ ชื่อสถานที่ และคำศัพท์เกี่ยวกับวัฒนธรรม
การจะเพิ่มคะแนน IELTS Listening ให้ได้นั้น เพียงแค่ฟังเสียงเฉยๆ ยังไม่เพียงพอ การนำเทคนิคที่ช่วยให้ฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาใช้ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนแม้ในระยะเวลาอันสั้น
IELTS Listening เปิดเสียงเพียงครั้งเดียวจริงหรือไม่
ใช่ เสียงทั้งหมดจะเปิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นการสร้างนิสัยอ่านโจทย์ล่วงหน้าและฟังโดยคาดการณ์จุดที่น่าจะมีคำตอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
IELTS Listening กับ TOEIC Listening แตกต่างกันอย่างไร
TOEIC เน้นบทสนทนาทางธุรกิจและสถานการณ์ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก แต่ IELTS จะออกข้อสอบครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่ชีวิตประจำวัน วิชาการ ไปจนถึงประเด็นทางสังคม นอกจากนี้ IELTS ยังมีจุดเด่นตรงที่มักปรากฏสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลียบ่อยครั้ง
เรียนด้วยตนเองสามารถได้ band score 8 ขึ้นไปหรือไม่
เป็นไปได้ แต่จำเป็นต้องฝึกฝนอย่างจริงจังด้วยชุดข้อสอบทางการ (ซีรีส์ Cambridge) เป็นสิ่งจำเป็น การวิเคราะห์จุดอ่อนและการฝึกฝนซ้ำๆ คือหัวใจสำคัญ
มีสื่อฝึกฝน Listening ที่ใช้ได้ฟรีหรือไม่
มี ขอแนะนำทรัพยากรฟรีดังต่อไปนี้: BBC Learning English, TED Talks, พอดแคสต์ (BBC, ABC, NPR เป็นต้น), ตัวอย่างข้อสอบทางการของ IELTS
วันสอบจริงจะได้ใช้หูฟังหรือไม่
แตกต่างกันไปตามสถานที่สอบ หลายสถานที่จะจัดเตรียมหูฟังให้ แต่บางแห่งก็ใช้ลำโพง จึงควรฝึกฝนให้คุ้นเคยกับทั้งสองแบบเพื่อความอุ่นใจ
การสะกดคำผิดในคำตอบจะถูกหักคะแนนหรือไม่
ใช่ จะถือว่าตอบผิด โดยเฉพาะควรระวังเรื่อง ชื่อเฉพาะ・รูปพหูพจน์・เครื่องหมายยัติภังค์
ตัวเลขและหน่วยควรเขียนอย่างไร
โดยพื้นฐานให้ใช้ตัวเลขอารบิก (เช่น 20, 100) ส่วนหน่วยต้องเขียนให้ถูกต้องตามที่ระบุในข้อสอบ เช่น km / kilograms / % เป็นต้น
ความแตกต่างของการสะกดคำระหว่างภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและแบบอเมริกันจะถูกจัดการอย่างไร
ทั้งสองแบบถือว่าถูกต้อง (เช่น colour / color) แต่ควรรักษาความสม่ำเสมอไว้ตลอดการสอบ
สามารถจดโน้ตลงในเล่มข้อสอบได้หรือไม่
ได้ สามารถเขียนได้อย่างอิสระ การทำเครื่องหมายที่คำสำคัญหรือจดโน้ตด้วยคำย่อจะมีประสิทธิภาพมาก
ระหว่างฟัง สามารถเขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบได้เลยหรือไม่
ได้ แต่เนื่องจากมีเวลา 10 นาทีสำหรับคัดลอกคำตอบในตอนท้าย ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่มักเขียนลงในเล่มข้อสอบก่อน แล้วจึงคัดลอกให้เรียบร้อยในตอนท้าย
IELTS Listening มีความแตกต่างระหว่าง Academic และ General หรือไม่
ไม่มี Listening เป็นข้อสอบร่วมกันทั้งสองโมดูล ทั้งผู้เข้าสอบ Academic และ General จะตอบข้อสอบชุดเดียวกัน
หากฟังไม่ทันในระหว่างสอบควรทำอย่างไร
สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดชะงัก แล้วรีบเปลี่ยนไปที่ข้อถัดไปทันที หากรีบร้อนและยังคงจดจ่อกับจุดเดิม อาจเสี่ยงต่อการพลาดฟังข้อถัดไปด้วยเช่นกัน
IELTS Listening เป็นส่วนสำคัญที่เรียกร้องทั้งความสามารถในการฟัง สมาธิ และความสามารถในการประมวลผลข้อมูล ไปพร้อมกันภายในเวลาที่จำกัด คือ 30 นาที สำหรับ 40 ข้อ เนื่องจากเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียว การเตรียมตัวล่วงหน้าและการปรับวิธีฝึกฝนให้เหมาะสมจึงส่งผลอย่างมากต่อคะแนนที่จะได้รับ
ในคู่มือนี้ เราได้ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้:
ความสามารถในการฟังไม่สามารถพัฒนาได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากใช้วิธีที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้อย่างแน่นอน ให้บทความหลักนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วศึกษาต่อในแต่ละบทความรายละเอียดตามจุดอ่อนและเป้าหมายของตัวคุณเอง เพื่อสร้างแผนการเรียนที่มีประสิทธิภาพ
หวังว่าการเตรียมสอบ IELTS Listening ของคุณจะนำไปสู่การบรรลุคะแนนเป้าหมายที่ตั้งไว้
ด้วยการสอนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองในรูปแบบเดียวกับการสอบจริง ช่วยให้คุณเอาชนะจุดอ่อนด้าน Listening ได้ในระยะเวลาอันสั้น