หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Listening
IELTS Listening Guide
The Complete Guide to Mastering the IELTS Listening Section

การเตรียมสอบและวิธีเรียน IELTS Listening: คู่มือรวม IELTS Listening [ฉบับปี 2026]

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับพิชิต IELTS Listening ทั้งหมด 40 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อธิบายอย่างเป็นระบบตั้งแต่ความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ เทคนิคพิชิตข้อสอบตามระดับคะแนน หัวข้อที่พบบ่อย ไปจนถึงเทคนิคการเรียน

IELTS Listening เป็นส่วนสำคัญที่ออกข้อสอบร่วมกันทั้งในโมดูล Academic และ General Training ในข้อสอบทั้งหมด 40 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผู้สอบจะถูกวัดทั้งความสามารถในการฟัง สมาธิ ความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล และความสามารถในการฟังสำเนียงต่างๆ ไปพร้อมกัน เนื่องจากเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น การเตรียมตัวล่วงหน้าและการฝึกฝนภาคปฏิบัติจึงส่งผลอย่างมากต่อคะแนนที่จะได้รับ

01

เกริ่นนำ

ในคู่มือฉบับสมบูรณ์นี้ เราจะอธิบายประเด็นต่อไปนี้อย่างเป็นระบบ

  • ความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ: รู้จักรูปแบบการออกข้อสอบและประเภทของโจทย์ เพื่อสร้างความสามารถในการรับมือกับโจทย์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
  • เทคนิคพิชิตตามระดับคะแนน: กลยุทธ์ภาคปฏิบัติที่เหมาะกับผู้เรียนที่มุ่งเป้าคะแนนตั้งแต่ 5 ถึง 8+
  • การเตรียมตัวรับมือหัวข้อที่พบบ่อย: สร้างความคุ้นเคยกับหัวข้อทั่วไป เช่น การศึกษา การเดินทาง ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม
  • วิธีเรียนที่มีประสิทธิภาพ: shadowing, dictation, การเตรียมตัวรับมือสำเนียง และเคล็ดลับการบริหารเวลา
  • การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด: วิธีฝึกฝนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยชุดข้อสอบทางการและสื่อการเรียนฟรี

Listening เป็นทักษะที่ยากจะพัฒนาให้ก้าวกระโดดได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่หากใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้องควบคู่กับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างแน่นอน ให้บทความนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วศึกษาต่อในบทความเฉพาะเรื่องที่ตรงกับจุดอ่อนของคุณ เพื่อสร้างแผนการเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

02

พื้นฐานของ IELTS Listening

โครงสร้างของข้อสอบ

IELTS Listening ประกอบด้วยทั้งหมด 4 พาร์ท ตอบคำถามทั้งหมด 40 ข้อภายในเวลาประมาณ 30 นาที หลังจบการฟัง จะมีเวลาให้เขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบ (10 นาที) เนื้อหาและระดับความยากจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละพาร์ท โดยคำศัพท์และเนื้อหาจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่พาร์ทหลัง

  • พาร์ท 1: บทสนทนาในชีวิตประจำวัน (เช่น การจองที่พัก การสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์)
  • พาร์ท 2: บทพูดคนเดียว (เช่น ข้อมูลนำเที่ยว การประกาศให้ข้อมูล)
  • พาร์ท 3: บทสนทนาเชิงวิชาการ (เช่น การพูดคุยระหว่างนักศึกษาและอาจารย์)
  • พาร์ท 4: บทพูดคนเดียวในรูปแบบการบรรยาย (เช่น การบรรยายเชิงวิชาการ)

ประเภทของโจทย์

Listening มีรูปแบบโจทย์ที่หลากหลาย การทำความเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยลดความสับสนในวันสอบจริงได้

  • Multiple Choice (คำถามแบบเลือกตอบ)
  • Form/Note/Flow-chart Completion (คำถามเติมข้อความ)
  • Sentence/Summary Completion (คำถามเติมคำในช่องว่าง)
  • Matching (คำถามจับคู่)
  • Map/Diagram/Plan Labeling (การเติมป้ายชื่อบนแผนที่หรือแผนภาพ)

การให้คะแนนและการแปลงคะแนน

IELTS Listening ให้คะแนนเต็ม 40 คะแนน และจะถูกแปลงเป็น band score (0.0-9.0) ตามจำนวนข้อที่ตอบถูก โดยมีเกณฑ์โดยประมาณดังนี้

คะแนน 5.0
ตอบถูก 16-18 ข้อ
คะแนน 6.0
ตอบถูก 23-25 ข้อ
คะแนน 7.0
ตอบถูก 30-31 ข้อ
คะแนน 8.0
ตอบถูก 35-36 ข้อ

※อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามระดับความยากของข้อสอบแต่ละครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • เสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นการอ่านโจทย์ล่วงหน้าและการรักษาสมาธิจึงเป็นกุญแจสำคัญ
  • การสร้างความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์จะช่วยให้สามารถโฟกัสไปที่การทำความเข้าใจเสียงในสถานการณ์จริงได้เต็มที่
  • การรู้เกณฑ์การแปลงคะแนนโดยประมาณ และวางกลยุทธ์โดยคำนวณย้อนกลับจากคะแนนเป้าหมาย เป็นสิ่งสำคัญ
03

เทคนิคพิชิตตามระดับคะแนน

IELTS Listening วัดความสามารถได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐานไปจนถึงความสามารถในการฟังเชิงวิชาการขั้นสูง เนื่องจากกลยุทธ์ที่ควรใช้จะแตกต่างกันไปตามคะแนนเป้าหมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเลือกวิธีเรียนที่เหมาะสมกับระดับของตนเอง

สำหรับผู้ที่มุ่งเป้า band score 5.0

จำนวนข้อที่ตอบถูกเป้าหมาย
ประมาณ 16-18 ข้อ
ปัญหาที่พบ
ฟังคำศัพท์และสำนวนได้ไม่เพียงพอ ใช้เวลานานในการทำความเข้าใจความหมายของโจทย์

กลยุทธ์:

  • เสริมสร้างความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานให้แข็งแกร่ง (ทำให้คำศัพท์ระดับมัธยมต้น-ปลายแม่นยำ)
  • ใช้ dictation เพื่อระบุเสียงที่ฟังไม่ออกให้ชัดเจน
  • มุ่งเน้นการทำคะแนนในพาร์ท 1 และ 2 เป็นหลัก

สำหรับผู้ที่มุ่งเป้า band score 6.0

จำนวนข้อที่ตอบถูกเป้าหมาย
ประมาณ 23-25 ข้อ
ปัญหาที่พบ
เข้าใจเนื้อหาได้บางส่วน แต่มักพลาดรายละเอียดหลายจุด

กลยุทธ์:

  • อ่านโจทย์ล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ และโฟกัสไปที่คำสำคัญ
  • ใช้สื่อการเรียนแนวเชิงวิชาการเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับพาร์ท 3 และ 4
  • ฝึกฝนด้วยการเปิดเสียงความเร็วสองเท่า เพื่อให้คุ้นเคยกับความเร็วของเสียง

สำหรับผู้ที่มุ่งเป้า band score 7.0

จำนวนข้อที่ตอบถูกเป้าหมาย
ประมาณ 30-31 ข้อ
ปัญหาที่พบ
เข้าใจภาพรวมได้ แต่ยังอ่อนในเรื่องข้อมูลรายละเอียดและตัวเลข

กลยุทธ์:

  • สร้างนิสัยการจดโน้ตโดยใช้คำย่อ
  • เสริมสร้างความแม่นยำในการฟังตัวเลข ชื่อเฉพาะ และการสะกดคำ
  • ฝึกทำข้อสอบจำลองระดับใกล้เคียงข้อสอบจริงซ้ำๆ ด้วยชุดข้อสอบทางการของ Cambridge

สำหรับผู้ที่มุ่งเป้า band score 8.0 ขึ้นไป

จำนวนข้อที่ตอบถูกเป้าหมาย
35-36 ข้อขึ้นไป
ปัญหาที่พบ
สิ่งที่ขัดขวางคะแนนสูงคือการฟังพลาดเล็กน้อยและช่วงที่สมาธิหลุด

กลยุทธ์:

  • ฝึกทำข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบในสภาพแวดล้อมเดียวกับวันสอบจริง
  • เสริมสร้างความสามารถในการฟังสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลีย
  • ใช้ TED Talks และการบรรยายเชิงวิชาการฝึกสรุปประเด็นสำคัญได้ทันที
  • เพื่อเพิ่มความแม่นยำในแต่ละข้อ ให้วิเคราะห์อย่างละเอียดว่า “เหตุใดจึงตอบผิด” เมื่อทบทวนบทเรียน

สรุป

เมื่อคะแนนเป้าหมายเปลี่ยน สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นก็เปลี่ยนไปด้วย

  • 5.0-6.0: เสริมสร้างพื้นฐาน + สร้างความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์
  • 7.0: ระบุจุดอ่อนเพื่อทำให้อัตราการตอบถูกมั่นคงขึ้น
  • 8.0 ขึ้นไป: ลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุดและรักษาสมาธิ

การประเมินระดับของตัวเองอย่างถูกต้อง และวางแผนการเรียนโดยคำนวณย้อนกลับจากคะแนนเป้าหมาย จะนำไปสู่การเพิ่มคะแนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

04

หัวข้อที่พบบ่อยและแนวโน้มข้อสอบ

IELTS Listening ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่ชีวิตประจำวันไปจนถึงเนื้อหาเชิงวิชาการ การเข้าใจรูปแบบของหัวข้อล่วงหน้าจะช่วยให้มีความรู้พื้นฐานที่เป็นประโยชน์ และทำให้ฟังเข้าใจง่ายขึ้นอย่างมาก

เรื่องการศึกษาและการเรียนต่อต่างประเทศ

  • บทสนทนาในมหาวิทยาลัย (การลงทะเบียนเรียน การใช้ห้องสมุด การสนับสนุนการเรียน)
  • การปฐมนิเทศนักศึกษาต่างชาติหรือการแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวก
  • การพูดคุยระหว่างนักศึกษาและอาจารย์เกี่ยวกับเนื้อหาบทเรียนหรือการบ้าน

การเตรียมตัว: เน้นเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย (เช่น assignment, tutorial, lecture, enrollment)

สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

  • การจองโรงแรมหรือการจัดการการเดินทาง
  • การสนทนาระหว่างช้อปปิ้งหรือในร้านอาหาร
  • การสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์ (ธนาคาร บริการสาธารณะ ฯลฯ)

การเตรียมตัว: เสริมสร้างความสามารถในการฟังตัวเลข การตรวจสอบการสะกดคำ และสำนวนในชีวิตประจำวัน

เรื่องที่ทำงานและธุรกิจ

  • การอบรมภายในองค์กรหรือการประชุมชี้แจง
  • บทสนทนาระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง
  • การนำเสนอทางธุรกิจหรือการอธิบายผลิตภัณฑ์

การเตรียมตัว: ฝึกฝนโดยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างสำนวน formal และ informal

เรื่องสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์

  • การนำเสนองานวิจัยหรือการบรรยายเชิงวิชาการ
  • การอธิบายปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์
  • เนื้อหาที่มีข้อมูลหรือแผนภูมิประกอบ

การเตรียมตัว: จัดระเบียบคำศัพท์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (เช่น species, atmosphere, experiment, statistics)

เรื่องวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

  • การอธิบายเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์
  • การนำเสนอเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
  • การอธิบายเกี่ยวกับงานประเพณีหรือเทศกาลทางวัฒนธรรม

การเตรียมตัว: ฝึกฝนการฟังชื่อเฉพาะ ชื่อสถานที่ และคำศัพท์เกี่ยวกับวัฒนธรรม

ประเด็นแนวโน้ม

  • พาร์ท 1・2 → เนื้อหาเน้นชีวิตประจำวัน (ระวังตัวเลขและชื่อเฉพาะ)
  • พาร์ท 3・4 → เนื้อหาเน้นวิชาการ/งานวิจัย (จับใจความสำคัญ + เตรียมตัวรับมือศัพท์เฉพาะทาง)
  • หัวข้อที่ออกข้อสอบมีทั้งด้าน “เชิงปฏิบัติ” และ “เชิงวิชาการ” จึงจำเป็นต้องฟังเสียงภาษาอังกฤษที่หลากหลายให้เป็นประจำ
05

เทคนิคการเรียน

การจะเพิ่มคะแนน IELTS Listening ให้ได้นั้น เพียงแค่ฟังเสียงเฉยๆ ยังไม่เพียงพอ การนำเทคนิคที่ช่วยให้ฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาใช้ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนแม้ในระยะเวลาอันสั้น

Shadowing

  • วิธีฝึกที่พูดตามออกเสียงไปพร้อมๆ กับฟังเสียง
  • การฝึกฝนให้ร่างกายจดจำการออกเสียง น้ำเสียง และจังหวะ ช่วยเพิ่มความสามารถในการฟัง
  • มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในการสร้างความคุ้นเคยกับการเชื่อมเสียงและเสียงเบาในภาษาอังกฤษ

Dictation

  • การฝึกโดยหยุดเสียงแล้วเขียนสิ่งที่ฟังได้ยินลงไป
  • ช่วยให้เห็นชัดเจนว่าคำหรือเสียงใดที่ตนเองฟังไม่ออก
  • หากใช้เสียงสั้นๆ ซ้ำๆ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเขียนควบคู่ไปกับการฟังได้พร้อมกัน

การจดโน้ตและการใช้คำย่อ

  • เนื่องจากในวันสอบจริงเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียว จึงจำเป็นต้องมีนิสัยจดคำสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
  • การกำหนดคำย่อของตัวเองไว้ล่วงหน้า (เช่น info → information, dev → development) จะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตัวเลข วันที่ และชื่อเฉพาะเป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

การเตรียมตัวรับมือสำเนียง

  • ใน IELTS มักพบสำเนียงอังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์บ่อยครั้ง
  • ผู้ที่คุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันควรระวังความแตกต่างของเสียงสระและน้ำเสียง
  • ใช้ประโยชน์จากข่าวและพอดแคสต์ของ BBC และ ABC (สถานีวิทยุกระจายเสียงของออสเตรเลีย)

การบริหารเวลาและสมาธิ

  • เนื่องจากเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียว การอ่านโจทย์ล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
  • หาคำสำคัญจากตัวโจทย์ และฟังโดยคาดการณ์คำตอบล่วงหน้า
  • ฝึกทำข้อสอบจำลองเป็นเวลานานเพื่อสร้างความสามารถในการรักษาสมาธิต่อเนื่อง 30 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Shadowing → เรียนรู้การออกเสียงและจังหวะ
  • Dictation → ค้นหาจุดอ่อน・เสริมสร้างความแม่นยำ
  • การจดโน้ต → ความสามารถในการรับมือสถานการณ์จริง
  • การเตรียมตัวรับมือสำเนียง → สร้างความคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษที่หลากหลาย
  • การบริหารเวลา → ความสามารถในการรับมือวันสอบจริง
06

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

IELTS Listening เปิดเสียงเพียงครั้งเดียวจริงหรือไม่

ใช่ เสียงทั้งหมดจะเปิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นการสร้างนิสัยอ่านโจทย์ล่วงหน้าและฟังโดยคาดการณ์จุดที่น่าจะมีคำตอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

IELTS Listening กับ TOEIC Listening แตกต่างกันอย่างไร

TOEIC เน้นบทสนทนาทางธุรกิจและสถานการณ์ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก แต่ IELTS จะออกข้อสอบครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่ชีวิตประจำวัน วิชาการ ไปจนถึงประเด็นทางสังคม นอกจากนี้ IELTS ยังมีจุดเด่นตรงที่มักปรากฏสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลียบ่อยครั้ง

เรียนด้วยตนเองสามารถได้ band score 8 ขึ้นไปหรือไม่

เป็นไปได้ แต่จำเป็นต้องฝึกฝนอย่างจริงจังด้วยชุดข้อสอบทางการ (ซีรีส์ Cambridge) เป็นสิ่งจำเป็น การวิเคราะห์จุดอ่อนและการฝึกฝนซ้ำๆ คือหัวใจสำคัญ

มีสื่อฝึกฝน Listening ที่ใช้ได้ฟรีหรือไม่

มี ขอแนะนำทรัพยากรฟรีดังต่อไปนี้: BBC Learning English, TED Talks, พอดแคสต์ (BBC, ABC, NPR เป็นต้น), ตัวอย่างข้อสอบทางการของ IELTS

วันสอบจริงจะได้ใช้หูฟังหรือไม่

แตกต่างกันไปตามสถานที่สอบ หลายสถานที่จะจัดเตรียมหูฟังให้ แต่บางแห่งก็ใช้ลำโพง จึงควรฝึกฝนให้คุ้นเคยกับทั้งสองแบบเพื่อความอุ่นใจ

การสะกดคำผิดในคำตอบจะถูกหักคะแนนหรือไม่

ใช่ จะถือว่าตอบผิด โดยเฉพาะควรระวังเรื่อง ชื่อเฉพาะ・รูปพหูพจน์・เครื่องหมายยัติภังค์

ตัวเลขและหน่วยควรเขียนอย่างไร

โดยพื้นฐานให้ใช้ตัวเลขอารบิก (เช่น 20, 100) ส่วนหน่วยต้องเขียนให้ถูกต้องตามที่ระบุในข้อสอบ เช่น km / kilograms / % เป็นต้น

ความแตกต่างของการสะกดคำระหว่างภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและแบบอเมริกันจะถูกจัดการอย่างไร

ทั้งสองแบบถือว่าถูกต้อง (เช่น colour / color) แต่ควรรักษาความสม่ำเสมอไว้ตลอดการสอบ

สามารถจดโน้ตลงในเล่มข้อสอบได้หรือไม่

ได้ สามารถเขียนได้อย่างอิสระ การทำเครื่องหมายที่คำสำคัญหรือจดโน้ตด้วยคำย่อจะมีประสิทธิภาพมาก

ระหว่างฟัง สามารถเขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบได้เลยหรือไม่

ได้ แต่เนื่องจากมีเวลา 10 นาทีสำหรับคัดลอกคำตอบในตอนท้าย ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่มักเขียนลงในเล่มข้อสอบก่อน แล้วจึงคัดลอกให้เรียบร้อยในตอนท้าย

IELTS Listening มีความแตกต่างระหว่าง Academic และ General หรือไม่

ไม่มี Listening เป็นข้อสอบร่วมกันทั้งสองโมดูล ทั้งผู้เข้าสอบ Academic และ General จะตอบข้อสอบชุดเดียวกัน

หากฟังไม่ทันในระหว่างสอบควรทำอย่างไร

สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดชะงัก แล้วรีบเปลี่ยนไปที่ข้อถัดไปทันที หากรีบร้อนและยังคงจดจ่อกับจุดเดิม อาจเสี่ยงต่อการพลาดฟังข้อถัดไปด้วยเช่นกัน

07

สรุป

IELTS Listening เป็นส่วนสำคัญที่เรียกร้องทั้งความสามารถในการฟัง สมาธิ และความสามารถในการประมวลผลข้อมูล ไปพร้อมกันภายในเวลาที่จำกัด คือ 30 นาที สำหรับ 40 ข้อ เนื่องจากเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียว การเตรียมตัวล่วงหน้าและการปรับวิธีฝึกฝนให้เหมาะสมจึงส่งผลอย่างมากต่อคะแนนที่จะได้รับ

ในคู่มือนี้ เราได้ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้:

  • ทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของข้อสอบและรูปแบบโจทย์
  • วางเทคนิคพิชิตข้อสอบตามคะแนนเป้าหมาย
  • สร้างความคุ้นเคยกับหัวข้อและคำศัพท์ที่พบบ่อย
  • นำเทคนิคการเรียน (shadowing・dictation・การจดโน้ต・การเตรียมตัวรับมือสำเนียง) มาใช้ประโยชน์
  • ใช้สื่อการเรียนทางการและทรัพยากรฟรีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ความสามารถในการฟังไม่สามารถพัฒนาได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากใช้วิธีที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้อย่างแน่นอน ให้บทความหลักนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วศึกษาต่อในแต่ละบทความรายละเอียดตามจุดอ่อนและเป้าหมายของตัวคุณเอง เพื่อสร้างแผนการเรียนที่มีประสิทธิภาพ

หวังว่าการเตรียมสอบ IELTS Listening ของคุณจะนำไปสู่การบรรลุคะแนนเป้าหมายที่ตั้งไว้

08

บทความที่เกี่ยวข้อง

เทคนิคพิชิตตามระดับคะแนน

การเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 5 (ปูพื้นฐาน)การเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 6 (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)การเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 7 (วิธีพิชิตคะแนนสูง)การเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 8 (กลยุทธ์ขั้นสุดยอดสำหรับผู้เรียนระดับสูง)

เทคนิคพิชิตแยกตามรูปแบบโจทย์

วิธีทำโจทย์ Multiple Choice และข้อควรระวังเทคนิคพิชิต Form/Note/Flow-chart Completionอธิบายละเอียด Map/Diagram/Plan Labelingเคล็ดลับสำหรับโจทย์ Matchingวิธีฝึกฝน Sentence Completion อย่างมีประสิทธิภาพการเตรียมตัวรับมือ Summary Completion

แยกตามหัวข้อที่พบบ่อย

การเตรียมตัวรับมือบทสนทนาเกี่ยวกับการศึกษาและชีวิตในมหาวิทยาลัยเทคนิคพิชิต Listening ในหัวข้อการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติการเตรียมตัวรับมือหัวข้อที่ทำงานและธุรกิจโจทย์ที่พบบ่อยในสถานการณ์การเดินทางและการท่องเที่ยวแนวโน้มและการเตรียมตัวรับมือบทความด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์วิธีฟังบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

เทคนิคการเรียน

วิธีฝึก shadowing ที่ได้ผลสำหรับ IELTS Listeningวิธีเอาชนะจุดอ่อนด้วยการใช้ dictationคำอธิบายฉบับสมบูรณ์เรื่องการจดโน้ตและการใช้คำย่อการเตรียมตัวรับมือสำเนียงอังกฤษการเตรียมตัวรับมือสำเนียงออสเตรเลียการเตรียมตัวรับมือสำเนียงอเมริกันวิธีฝึกฝนให้คุ้นเคยกับบทสนทนาความเร็วสูง

การฝึกฝนภาคปฏิบัติ・ข้อสอบจำลอง

วิธีใช้ข้อสอบจำลอง IELTS Listening (วิธีจำลองสภาพแวดล้อมวันสอบจริง)วิธีเรียนด้วยชุดข้อสอบทางการของ Cambridgeรวมสื่อฝึกฝน Listening ที่ใช้ได้ฟรีวิธีเสริมสร้าง Listening ด้วย TED Talksวิธีเพิ่มความสามารถในการฟังด้วยพอดแคสต์

บทความที่เป็นประโยชน์อื่นๆ

เปรียบเทียบการเรียนด้วยตนเอง vs โรงเรียนที่มีโค้ชสำหรับ IELTS Listeningความแตกต่างระหว่าง TOEIC Listening กับ IELTS Listening

คอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY

ดูรายละเอียดคอร์สเตรียมสอบ IELTS

การเตรียมสอบ IELTS Listening ก็เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

ด้วยการสอนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองในรูปแบบเดียวกับการสอบจริง ช่วยให้คุณเอาชนะจุดอ่อนด้าน Listening ได้ในระยะเวลาอันสั้น