หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Listening > เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีเพิ่มทักษะ Listening ด้วย Podcast
เตรียมสอบ IELTS Listening

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีเพิ่มทักษะ Listening ด้วย Podcast

13 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีเพิ่มทักษะ Listening ด้วย Podcast
01

บทนำ

IELTS Listening เป็นหนึ่งใน Section ของข้อสอบที่ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกยากลำบากเป็นพิเศษ เสียงที่ออกสอบมีความหลากหลาย ตั้งแต่บทสนทนาในชีวิตประจำวันไปจนถึงบทบรรยายเชิงวิชาการ และแม้แต่บทอภิปรายที่ซับซ้อน อีกทั้งยังพูดด้วยสำเนียงที่หลากหลาย เช่น อังกฤษ อเมริกัน และออสเตรเลีย ไม่เพียงแค่ “ฟังให้เข้าใจ” เท่านั้น แต่ยังต้องการความสามารถในการเข้าใจประเด็นสำคัญในเวลาอันสั้นและเชื่อมโยงไปสู่คำตอบที่ถูกต้อง

หนึ่งในวิธีเรียนที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริงเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้คือ การใช้ประโยชน์จาก Podcast ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงมีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว และสามารถสัมผัสกับเสียงภาษาอังกฤษคุณภาพดีได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่หลากหลายใกล้เคียงกับแนวข้อสอบ IELTS เช่น ข่าวสาร วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการศึกษา จึงสามารถฝึกฝนที่เชื่อมโยงตรงสู่การสอบได้

บทความนี้จะอธิบายวิธีการเพิ่มทักษะ Listening ด้วย Podcast อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแนะนำขั้นตอนการเรียนและรายการที่แนะนำ เพื่อสร้าง “หู” ที่แข็งแกร่งพร้อมรับมือกับวันสอบจริง โดยนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

02

1. เหตุผลที่ Podcast มีประสิทธิภาพต่อ IELTS Listening

1-1. ได้สัมผัสภาษาอังกฤษที่มีชีวิต

ในตำราเรียนหรือข้อสอบจำลองมักใช้การออกเสียงที่เรียบร้อยและสำนวนที่จำกัด แต่ในข้อสอบ IELTS จริงจะออกโจทย์ด้วยความเร็วและสำนวนที่เป็นธรรมชาติมากกว่า Podcast มีทั้งบทสนทนาในชีวิตประจำวันและน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ จึงเป็นสื่อการเรียนที่ฝึกฝน “หูที่ใช้งานได้จริง” อย่างแท้จริง

1-2. เรียนรู้สำเนียงที่หลากหลายได้

ใน IELTS Listening มีสำเนียงจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษที่หลากหลายปรากฏขึ้น เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา และอเมริกา การใช้ประโยชน์จาก Podcast จะช่วยให้ฟังเสียงจากผู้พูดทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย จึงสามารถฝึกฝนทักษะการฟังที่ครอบคลุมโดยไม่เอนเอียงไปทางสำเนียงใดสำเนียงหนึ่ง

1-3. เรียนได้ฟรีและง่ายดาย

Podcast โดยพื้นฐานแล้วไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ สามารถใช้เวลาว่างระหว่างเดินทางไปเรียนหรือทำงาน หรือระหว่างทำงานบ้าน เพื่อสร้าง “นิสัยการเรียนรู้ผ่านการฟัง” จึงเหมาะที่สุดสำหรับการฝึกฝนทักษะ Listening อย่างต่อเนื่อง

1-4. ได้สัมผัสหัวข้อที่หลากหลาย

โจทย์ใน IELTS Listening ครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม หาก Podcast ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่รายการข่าวไปจนถึงคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และปัญหาสังคม ก็จะช่วยให้ได้รับทั้งความรู้ที่เชื่อมโยงตรงสู่แนวข้อสอบและทักษะ Listening ไปพร้อมกัน

03

2. จุดสำคัญในการเลือก Podcast

2-1. เลือกรายการที่มีหัวข้อเกี่ยวข้องกับ IELTS

ใน IELTS Listening มีการออกโจทย์หัวข้อที่หลากหลาย เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และปัญหาสังคม เมื่อเลือก Podcast ควรคำนึงถึงรายการที่ครอบคลุมหัวข้อเหล่านี้ จะช่วยให้การเรียนเชื่อมโยงตรงสู่การสอบได้

2-2. เลือกรายการที่เจ้าของภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาติ

ใน IELTS จะไม่มีการพูดภาษาอังกฤษช้าอย่างไม่เป็นธรรมชาติ การฟังบทสนทนาที่มีความเร็วและน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ จะเป็นการฝึกฝนที่ใกล้เคียงกับวันสอบจริง

2-3. ความยาวที่เหมาะสมคือประมาณ 10-30 นาที

หากรายการยาวเกินไปจะรักษาสมาธิได้ยาก ในทางกลับกัน หากสั้นเกินไปประสิทธิผลการเรียนจะลดลง Podcast ความยาวประมาณ 10-30 นาที สามารถนำมาปรับใช้ระหว่างเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือช่วงพักได้อย่างไม่ฝืน

2-4. เลือกระดับความยากทีละขั้น

หากเริ่มฟังรายการที่มีความเฉพาะทางสูงตั้งแต่แรก มักทำให้ท้อได้ง่าย ควรเริ่มจาก Podcast สำหรับผู้เรียนภาษา (เช่น BBC Learning English) ก่อน แล้วจึงลองท้าทายรายการข่าวหรือสารคดีเมื่อคุ้นเคยแล้ว จะมีประสิทธิภาพมากกว่า

ตัวอย่าง Podcast ที่แนะนำ

  • BBC Learning English: 6 Minute English – สื่อการเรียนยอดนิยมที่เรียนได้ในเวลาสั้นๆ
  • The English We Speak (BBC) – เรียนรู้สำนวนและคำพูดในชีวิตประจำวันได้
  • TED Talks Daily – ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย เช่น การศึกษา วิทยาศาสตร์ และปัญหาสังคม
  • The Guardian Audio Long Reads – เหมาะที่สุดสำหรับการฝึกฝน Listening อย่างจริงจัง
04

3. ขั้นตอนการเรียน (วิธีใช้ประโยชน์จาก Podcast)

การใช้ Podcast อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่ “ฟังผ่านๆ” นั้นยังไม่เพียงพอ การเรียนทีละขั้นตอนจะช่วยเพิ่มไม่เพียงแค่ทักษะการฟัง แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาและความสามารถในการรับมือกับข้อสอบด้วย ควรคำนึงถึง 4 ขั้นตอนดังนี้

3-1. ฟังผ่านๆ (วอร์มอัพ)

ก่อนอื่นให้ฟัง Podcast ผ่านๆ อย่างสบายๆ เพื่อให้หูคุ้นเคยกับจังหวะของภาษาอังกฤษ สามารถฟังไปพร้อมทำกิจกรรมอื่นได้ เช่น ระหว่างเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือทำงานบ้าน โดยไม่ต้องพยายามเข้าใจเนื้อหา 100% เป้าหมายคือการเพิ่มเวลาที่ได้สัมผัสภาษาอังกฤษ

3-2. ฟังอย่างละเอียด (ฟังอย่างตั้งใจ)

ในขั้นตอนถัดไป ให้ฟังตอนเดียวซ้ำๆ เพื่อฝึกทำความเข้าใจความหมายอย่างถูกต้อง

  • จดบันทึกคำสำคัญ ตัวเลข และคำนามเฉพาะ
  • ฟังซ้ำหลายครั้งในส่วนที่ไม่เข้าใจ
  • ตรวจสอบสคริปต์ตามความจำเป็น

วิธีนี้จะเชื่อมโยงตรงสู่ “การฟังอย่างแม่นยำ” ในวันสอบจริง

3-3. ชาโดวอิง

ออกเสียงตามไฟล์เสียงของ Podcast โดยเลียนแบบการออกเสียงและน้ำเสียง หากทำชาโดวอิงต่อเนื่อง จะไม่เพียงเพิ่มทักษะการฟังเท่านั้น แต่ยังเพิ่มทักษะการพูดด้วย ทำให้สามารถรับมือกับความเร็วของโจทย์ Listening ได้อย่างมีเวลาเหลือเฟือมากขึ้น

3-4. ฝึกสรุปความ

สุดท้าย ให้ฝึกสรุปเนื้อหาที่ฟังด้วยคำพูดของตัวเองภายในเวลาประมาณ 1-2 นาที

  • สรุปเป็นภาษาไทยเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
  • สรุปเป็นภาษาอังกฤษเพื่อใช้ฝึกทักษะการพูดไปด้วย

เนื่องจากข้อสอบ IELTS ทดสอบ “ความสามารถในการเข้าใจภาพรวม” การฝึกสรุปความจึงมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ

05

4. วิธีใช้ Podcast โดยคำนึงถึง IELTS Listening

เมื่อเรียนด้วย Podcast สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การฝึกหูให้คุ้นเคยเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงรูปแบบโจทย์เฉพาะของ IELTS ด้วย การนำประเด็นต่อไปนี้มาปรับใช้จะช่วยให้ฝึกฝนได้อย่างเชื่อมโยงตรงสู่วันสอบจริง

4-1. ฟังโดยใส่ใจตัวเลข วันที่ และชื่อสถานที่

ใน IELTS มักทดสอบว่าสามารถฟัง “ข้อมูลรายละเอียด” เช่น หมายเลขโทรศัพท์ กำหนดการ จำนวนเงิน และชื่อสถานที่ได้ถูกต้องหรือไม่ เมื่อฟัง Podcast ก็ควรจดบันทึกทันทีที่มีตัวเลขหรือคำนามเฉพาะปรากฏขึ้น และตรวจสอบว่าสามารถทวนกลับได้อย่างถูกต้องหรือไม่

4-2. คำนึงถึงรูปแบบของโจทย์

IELTS Listening มีทั้งโจทย์แผนที่ โจทย์บทสนทนา และโจทย์รูปแบบบทบรรยาย เมื่อฟัง Podcast ควรคำนึงว่า “ถ้าเป็นโจทย์ IELTS จะออกเป็นคำถามแบบไหน” ซึ่งจะช่วยฝึกทั้งทักษะการฟังและการตอบคำถามไปพร้อมกัน

4-3. ปรับความเร็วในการเล่น

เริ่มต้นด้วยความเร็ว 0.75 เท่าเพื่อให้เข้าใจรายละเอียดได้ง่ายขึ้น เมื่อคุ้นเคยแล้วให้เพิ่มความเร็วเป็นความเร็วปกติ → 1.25 เท่าทีละขั้น เนื่องจากวันสอบจริงใช้ความเร็วปกติ ในที่สุดควรตั้งเป้าหมายให้สามารถฟังได้ในความเร็ว 1.0-1.25 เท่า

4-4. สลับสำเนียงอย่างตั้งใจ

ใน IELTS มีสำเนียงจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษหลายแห่งปรากฏขึ้น เมื่อเลือก Podcast ควรตั้งใจฟังแยกแยะสำเนียงอเมริกัน อังกฤษ และออสเตรเลีย เพื่อป้องกัน “ความสับสนจากความแตกต่างของสำเนียง” ในวันสอบจริง

06

5. ตัวอย่างตารางเวลาการเรียน

การเรียนด้วย Podcast กุญแจสู่ความสำเร็จคือ “การทำให้เป็นนิสัยประจำวัน” ด้านล่างนี้คือตัวอย่างตารางเวลาที่แม้ผู้เรียนที่ยุ่งก็สามารถทำต่อเนื่องได้โดยไม่ฝืนตัวเอง

การเรียนวันธรรมดา (วันละ 30-40 นาที)

  • ฟังผ่านๆ (20 นาทีระหว่างเดินทางไปเรียน/ทำงาน) → ฟังตอนต่างๆ อย่างผ่อนคลายเพื่อให้หูคุ้นเคย
  • ฟังอย่างละเอียด (10-15 นาทีหลังกลับถึงบ้าน) → เขียนคำสำคัญ ตรวจสอบสคริปต์
  • ชาโดวอิง (5 นาที) → เลียนแบบการออกเสียงและจังหวะเพื่อฝึกพูดออกมา

การเรียนวันหยุดสุดสัปดาห์ (1-1.5 ชั่วโมง)

  • ฟังอย่างละเอียดเข้มข้น (30 นาที) → ฟังตอนเดียวซ้ำๆ เพื่อมุ่งสู่ความเข้าใจอย่างสมบูรณ์
  • ฝึกสรุปความ (15-20 นาที) → สรุปเนื้อหาที่ฟังลงในสมุด หากเป็นไปได้ให้สรุปเป็นภาษาอังกฤษ
  • อภิปราย (หากเป็นไปได้) → พูดคุยหัวข้อกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันหรือคอร์สสนทนาภาษาอังกฤษออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการพูดไปพร้อมกัน

ภาพรวมตลอด 1 สัปดาห์

  • จันทร์-ศุกร์: ฝึกหูให้คุ้นเคย & เรียนช่วงสั้นๆ (ประมาณวันละ 30 นาที)
  • เสาร์-อาทิตย์: เรียนอย่างเข้มข้นพร้อมทบทวน & ฝึกสรุปความ

การทำวงจรนี้ซ้ำๆ จะช่วยให้สั่งสมทักษะ Listening ได้โดยไม่ฝืนตัวเอง

07

คำถามที่พบบ่อย (FAQ): เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีเพิ่มทักษะ Listening ด้วย Podcast

การเรียนด้วย Podcast เชื่อมโยงตรงสู่คะแนน IELTS หรือไม่?

เชื่อมโยงโดยตรง เนื่องจากขอบเขตโจทย์ของ IELTS (บทสนทนาในชีวิตประจำวัน บทบรรยาย บทอภิปราย) สอดคล้องกับคุณลักษณะของ Podcast (ภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ สำเนียงที่หลากหลาย หัวข้อที่กว้างขวาง) และการวนซ้ำระหว่างฟังอย่างละเอียด → ชาโดวอิง → สรุปความ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับโจทย์ได้

ควรใช้เวลาเท่าไหร่ต่อวันจึงจะเห็นผล?

อย่างน้อย 20-30 นาที ในวันธรรมดาแนะนำ “ฟังผ่านๆ 20 นาที + ฟังอย่างละเอียด 5-10 นาที + ชาโดวอิง 5 นาที” และในวันหยุดสุดสัปดาห์ควรฝึกอย่างเข้มข้น 60 นาทีขึ้นไป

Podcast ที่แนะนำมีอะไรบ้าง? (ระดับต้น-สูง)

ระดับต้น: BBC Learning English “6 Minute English” ระดับกลาง: TED Talks Daily / The English We Speak ระดับสูง: The Guardian Audio Long Reads / Freakonomics Radio

ควรปรับความเร็วในการเล่นอย่างไร?

ฟังอย่างละเอียดที่ 0.75-0.9 เท่า → ทำให้ติดตัวที่ความเร็ว 1.0 เท่า → เพิ่มภาระที่ 1.1-1.25 เท่า เป้าหมายสุดท้ายคือฟังได้อย่างเป็นธรรมชาติที่ความเร็ว 1.0-1.25 เท่า

ควรใช้สคริปต์หรือไม่?

ควรใช้ แต่ลำดับสำคัญมาก ① ฟังต่อเนื่องโดยไม่ดูสคริปต์ 1 รอบ → ② ตรวจสอบสคริปต์เฉพาะจุดที่ฟังไม่ทัน → ③ ฟังซ้ำโดยไม่ดูสคริปต์อีกครั้ง จะมีประสิทธิภาพที่สุด

ควรจดบันทึกอย่างไร?

จำกัดเฉพาะตัวเลข คำนามเฉพาะ และศัพท์เฉพาะ ตัวอย่าง: “$45” “May 17” “Baker Street” “renewable energy” บันทึกอย่างรวดเร็วโดยใช้ 1 บรรทัดต่อ 1 คำสำคัญ

ใช้แค่ Podcast อย่างเดียวโดยไม่ต้องทำข้อสอบเก่าได้ไหม?

ไม่ควรตัดข้อสอบเก่าทิ้ง Podcast คือการ “สร้างหู” ในขณะที่ข้อสอบเก่าอย่างแบบฝึกหัดทางการ Cambridge คือการ “รับมือกับรูปแบบข้อสอบ” หากทำทั้งสองอย่างควบคู่กันจะได้ประสิทธิผลสูงสุด

ควรเตรียมรับมือสำเนียงอย่างไร?

ให้สลับจุดเน้นในแต่ละสัปดาห์ สัปดาห์ที่ 1 อังกฤษ (UK) → สัปดาห์ที่ 2 อเมริกา (US) → สัปดาห์ที่ 3 ออสเตรเลีย (AU) → สัปดาห์ที่ 4 ผสม เมื่อเลือกรายการควรคำนึงถึงภูมิภาคของผู้พูดและหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

เนื้อหายากเกินไปจนเรียนต่อไม่ไหว มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

เลือกหัวข้อจากสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว (การศึกษา เทคโนโลยี การท่องเที่ยว เป็นต้น) แบ่งฟัง 1 ตอนออกเป็นหลายวัน ฝึกสรุปความทีละขั้นจากภาษาไทยไปสู่ภาษาอังกฤษ

ควรผสมผสานการเรียนคำศัพท์อย่างไร?

คัดเฉพาะ “5 คำที่พบบ่อย” จากแต่ละตอน แล้วทบทวนก่อนฟังครั้งถัดไป ตัวอย่าง: “policy” “survey” “venue” “allocate” “maintenance” การจำมากเกินไปจะทำให้อัตราการจดจำลดลง

เกณฑ์สำหรับชาโดวอิงคืออะไร?

ฝึกด้วยเนื้อหาเดิมจนสามารถพูดตามได้อย่างราบรื่นมากกว่า 95% ต่อประโยค โดยใส่ใจตำแหน่งการหายใจ น้ำเสียง และรูปแบบเสียงเบาของคำเชื่อมหน้าที่

วัดความก้าวหน้าอย่างไร?

WPM (Words Per Minute): บันทึกอัตราความเข้าใจที่ความเร็วปกติเดือนละครั้ง อัตราความสำเร็จในการพูดตาม: สัดส่วนที่สามารถพูดตามได้โดยไม่มีข้อผิดพลาดในช่วง 30 วินาที เวลาในการสรุปความ: สามารถสรุปความยาวประมาณ 150 คำภายใน 60 วินาทีได้หรือไม่

เข้ากันได้ดีกับโจทย์ประเภทใด?

โจทย์ที่ต้องการ “ความแม่นยำในรายละเอียด” เช่น แผนที่ กรอกฟอร์ม เติมตาราง และโจทย์เลือกตอบ การฝึกใส่ใจตัวเลข วันที่ และชื่อสถานที่ด้วย Podcast จะเป็นประโยชน์โดยตรง

ควรใช้แอปจดบันทึกตัวไหน?

หากใช้สมาร์ทโฟน แอปโน้ตทั่วไปก็เพียงพอ ตัวอย่างแม่แบบ: “วันเวลา | ชื่อตอน | คำสำคัญ 5 คำ | ตัวเลข 3 ตัว | สรุปความ (ไทย/อังกฤษ อย่างละ 2 ประโยค)” รูปแบบที่ทำซ้ำได้ง่ายคือสิ่งสำคัญที่สุด

ควรฟังรายการใหม่ทุกครั้งหรือไม่?

ไม่จำเป็น การฟังตอนเดียวซ้ำๆ จะช่วยเพิ่ม “ความแม่นยำในการฟัง” “การจดจำคำศัพท์” และ “คุณภาพการสรุปความ” ได้ดีกว่า สัดส่วนที่แนะนำคือ เนื้อหาใหม่ : ฟังซ้ำ = 1 : 2-3

ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ IELTS ควรทำอะไร?

ฟังตอนสั้นๆ จากรายการเดิมวันละ 3 ตอน (ตอนละประมาณ 10 นาที) ฝึกเขียนตามคำบอกเฉพาะตัวเลขและคำนามเฉพาะวันละ 5 นาที ทำ Section 2 และ 3 จากข้อสอบเก่าวันเว้นวัน (เพื่อคุ้นเคยกับรูปแบบ)

พึ่งพาแอปแปลภาษาได้ไหม?

ใช้เพื่อตรวจสอบประเด็นสำคัญได้ แต่การฟังครั้งแรกควรเป็นภาษาอังกฤษล้วน จำกัดการตรวจสอบเฉพาะส่วนที่ไม่เข้าใจให้น้อยที่สุด และกลับมาฟังซ้ำเป็นภาษาอังกฤษล้วนอีกครั้ง

เรียนด้วยตัวเองเพียงพอไหม? จำเป็นต้องเรียนสนทนาภาษาอังกฤษออนไลน์ไหม?

การเรียนด้วยตัวเองสามารถพัฒนาพื้นฐานได้เพียงพอ หากรู้สึกว่าคะแนนหยุดนิ่ง ควรกำหนดช่วงเวลาพูดสรุปเนื้อหา Podcast สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิผลได้อย่างก้าวกระโดด

มีเทคนิคป้องกันการเรียนหยุดนิ่งอย่างไร?

กำหนดกิจวัตรตามวัน (เช่น อังคาร-พฤหัสบดี = ฟังอย่างละเอียด, เสาร์ = สรุปความ) กำหนดหัวข้อตายตัว (1 สัปดาห์เน้นเฉพาะ “สิ่งแวดล้อม”) แสดงบันทึกการเรียนให้เห็นภาพชัดเจน (จำนวนนาทีที่ฟัง จำนวนการ์ดคำศัพท์)

เทคนิคเตรียมสอบและวิธีเรียน IELTS Listening: คู่มือรวม IELTS Listening ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือเตรียมสอบและเทคนิคการสอบ IELTS ฉบับสมบูรณ์ – พิชิตข้อสอบและวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง