หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Listening > เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 5 (ฉบับปูพื้นฐาน)
เตรียมสอบ IELTS Listening

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 5 (ฉบับปูพื้นฐาน)

11 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 5 (ฉบับปูพื้นฐาน)
01

บทนำ

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เรียนที่มุ่งเป้าคะแนน 5 ใน IELTS Listening คือการทำให้ "ความสามารถพื้นฐานในการเข้าใจภาษาอังกฤษด้วยหู" มั่นคง เนื่องจากเสียงที่ออกในข้อสอบทั้งหมดเปิดด้วยความเร็วของเจ้าของภาษา จึงมักเกิดกรณีที่แม้จะรู้จักคำศัพท์แต่ฟังไม่ทัน หรือไม่มีสมาธิกับคำถามจนพลาดคำตอบไป

อย่างไรก็ตาม คะแนน 5 เป็น "ขั้นตอนการปูพื้นฐาน" จึงไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาที่ยาก เป็นระดับที่สามารถบรรลุได้หากฟังข้อมูลสำคัญ เช่น ตัวเลข วันเวลา และสถานที่ จากบทสนทนาในชีวิตประจำวันหรือประกาศต่างๆ ได้อย่างแน่นอน บทความนี้จะอธิบายวิธีเรียนและขั้นตอนการฝึกฝนเชิงปฏิบัติเพื่อทำคะแนน 5 ให้ได้อย่างมั่นคง

02

ระดับของคะแนน 5 ใน IELTS Listening คืออะไร?

คะแนน 5 ใน IELTS Listening หมายถึงขั้นตอนที่สามารถฟังภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ในระดับหนึ่ง แต่ความเข้าใจยังคงอยู่ในระดับบางส่วนเท่านั้น โดยมีลักษณะเด่นดังต่อไปนี้

  • สามารถเข้าใจเนื้อหาหลักได้หากเป็นบทสนทนาสั้นๆ หรือประกาศที่เรียบง่าย
  • มักจับข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เช่น ตัวเลข วันที่ และสถานที่ได้
  • มักพลาดรายละเอียดในบทสนทนาหรือการบรรยายที่ยาวขึ้น
  • แม้จะมีคำศัพท์ที่ฟังออก แต่ยากที่จะเชื่อมโยงความหมายเข้าใจ
  • หากขาดสมาธิก็จะพลาดฟังไปอย่างรวดเร็ว

ระดับนี้คือ "สถานะที่มีทั้งส่วนที่ฟังออกและฟังไม่ออกปะปนกัน" เมื่อสามารถทำคะแนน 5.0 ได้อย่างมั่นคงแล้ว ก็จะเป็นรากฐานสำหรับเป้าหมายถัดไปคือคะแนน 6

03

กลยุทธ์การเรียนเพื่อทำคะแนน 5

1. สร้างนิสัยฝึกหูให้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษทุกวัน

ในขั้นตอนที่มุ่งเป้าคะแนน 5 สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดสรรเวลาฟังภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด

  • ฟังเสียงภาษาอังกฤษอย่างน้อย 20-30 นาทีทุกวัน
  • เลือกสื่อที่ฟังง่าย เช่น พอดแคสต์หรือสื่อการเรียน มากกว่าข่าวหรือละคร
  • แม้จะไม่เข้าใจ 100% เพียงแค่ "ตระหนักถึงคำศัพท์ที่ฟังออก" ก็มีประสิทธิภาพแล้ว

2. เสริมความสามารถในการฟังตัวเลข วันที่ และการสะกดคำ

ใน IELTS Listening มักออกโจทย์เกี่ยวกับ ตัวเลข ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และวันที่ อยู่บ่อยครั้ง

  • ฝึกฟังตัวเลขด้วยการเขียนตามคำบอก (dictation)
  • ฝึกแยกแยะการออกเสียงของวันในสัปดาห์และเดือน
  • ฝึกฟังและเขียนสะกดชื่อหรืออีเมล

3. ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ

IELTS Listening มีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น บทสนทนา การบรรยาย และโจทย์แผนที่

  • ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์ผ่านข้อสอบเก่าและข้อสอบจำลอง
  • สร้างนิสัยในการคาดเดาตำแหน่งของคำตอบ
  • ทำความคุ้นเคยกับความเร็วเฉพาะของการสอบ

4. เพิ่มคำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

มาเสริมความแข็งแกร่งของคำศัพท์ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน แทนที่จะเป็นคำศัพท์เชิงวิชาการที่ยาก

  • คำศัพท์ภาษาอังกฤษแยกตามสถานการณ์ เช่น ร้านอาหาร ธนาคาร มหาวิทยาลัย การเดินทาง และที่พัก
  • ไม่ใช่แค่จำความหมาย แต่ตรวจสอบการออกเสียงด้วย เพื่อให้ "เข้าใจด้วยหู" ได้
04

วิธีฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ

1. Dictation (การเขียนตามคำบอก)

  • ฝึกเขียนตามคำบอกทีละคำในขณะฟังเสียงสั้นๆ
  • การตรวจสอบส่วนที่ฟังไม่ออกจะช่วยให้เห็นจุดอ่อนของตนเอง (การออกเสียง คำศัพท์ ความเร็ว) ได้ชัดเจน
  • การเริ่มจากเสียงสั้นๆ ประมาณ 10-20 วินาทีจะมีประสิทธิภาพในช่วงแรก

2. Shadowing (การเลียนแบบเสียง)

  • ฝึกพูดตามเสียงในขณะที่เปิดเสียงไปพร้อมกัน
  • จุดสำคัญคือการจดจำจังหวะ น้ำเสียง และการเชื่อมโยงเสียงด้วยร่างกาย มากกว่าการเข้าใจความหมาย
  • หากทำต่อเนื่องแม้เพียงวันละ 5 นาที หูจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษและฟังได้ราบรื่นขึ้น

3. ฝึกฝนข้อสอบเก่าซ้ำๆ

  • รอบที่ 1: ทำตามปกติ
  • รอบที่ 2: ตรวจคำตอบพร้อมดูสคริปต์
  • รอบที่ 3: ปิดสคริปต์แล้วลองใหม่อีกครั้ง → การทำวงจรนี้ซ้ำๆ จะช่วยเอาชนะจุดอ่อนไปพร้อมกับสร้างความรู้สึกเชิงปฏิบัติ

4. เรียนแบบเข้มข้นในเวลาสั้นๆ

  • การฟังต่อเนื่องเป็นเวลานานมักทำให้สมาธิลดลงได้ง่าย
  • ควรฝึก "เข้มข้นระยะสั้น" ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้งจะเหมาะสมที่สุด
  • การสั่งสมเวลาสมาธิที่มีคุณภาพจะช่วยให้ความสามารถด้าน Listening พัฒนาอย่างมั่นคง
05

เคล็ดลับในวันสอบ

1. อ่านคำถามล่วงหน้าและกำหนด "จุดที่ต้องฟัง"

  • ตรวจสอบคำถามอย่างรวดเร็วก่อนที่เสียงจะเริ่ม
  • การคาดเดาไว้ล่วงหน้า เช่น "คำตอบน่าจะเป็นตัวเลข" หรือ "เป็นโจทย์ที่ต้องตอบสถานที่" จะช่วยลดการพลาดฟัง

2. แม้จะพลาดฟังก็อย่าจมอยู่กับมัน

  • แม้จะพลาดคำตอบข้อหนึ่ง ก็อย่าไปกังวล ให้รีบมีสมาธิกับข้อถัดไปทันที
  • การหยุดชะงักอาจทำให้พลาดต่อเนื่องอีก 2-3 ข้อ

3. ระวังการสะกดคำและตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก

  • IELTS ถือว่าการสะกดผิดก็เป็นคำตอบที่ผิดด้วย
  • โดยเฉพาะวันในสัปดาห์ เดือน และชื่อเฉพาะ ควรท่องจำการสะกดที่ถูกต้องไว้ล่วงหน้า

4. คัดลอกคำตอบลงกระดาษคำตอบอย่างระมัดระวัง

  • หลังจบ Listening จะมี "เวลาคัดลอกคำตอบ" 10 นาที
  • การเขียนตัวอักษรให้สวยงามโดยไม่รีบร้อนจะช่วยป้องกันความผิดพลาดจากความประมาท
  • การเตรียมยางลบและดินสอไว้ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

5. เทคนิคในการรักษาสมาธิ

  • ระหว่างสอบอาจฟังได้ยากขึ้นเนื่องจากความตึงเครียด
  • ควรนำวิธีผ่อนคลายของตนเองมาใช้ เช่น "หายใจเข้าลึกๆ" หรือ "จับปากกาเบาๆ"
06

สรุป

การจะทำคะแนน 5 ใน IELTS Listening ไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษาอังกฤษที่ยาก สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนความสามารถในการฟังพื้นฐานภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง

หากทบทวนประเด็นที่แนะนำในบทความนี้:

  • ทำความคุ้นเคยกับเสียงภาษาอังกฤษด้วยการฝึกหูทุกวัน
  • ฝึกฟังข้อมูลพื้นฐาน เช่น ตัวเลข วันที่ ที่อยู่ และการสะกดคำ
  • ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์ผ่านข้อสอบเก่า
  • เอาชนะจุดอ่อนด้วย Dictation และ Shadowing
  • ในวันสอบ ให้ตระหนักถึงการอ่านคำถามล่วงหน้าและการรักษาสมาธิ

หากฝึกฝนสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถทำคะแนน 5 ได้อย่างมั่นคง การปูพื้นฐานให้แน่นจะเป็นรากฐานสำหรับก้าวต่อไปที่มุ่งสู่คะแนน 6 ขึ้นไป ขอให้ค่อยๆ สั่งสมทีละก้าวโดยไม่ต้องรีบร้อน

07

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

คะแนน 5 มีความสามารถระดับใด? ช่วยบอกเกณฑ์คร่าวๆ ในการบรรลุ

เป็นขั้นตอนที่สามารถจับใจความสำคัญของบทสนทนาสั้นๆ หรือประกาศง่ายๆ ได้ แต่ยังไม่มั่นคงในการเข้าใจคำอธิบายที่ยาวขึ้นหรือรายละเอียด สามารถบรรลุและรักษาระดับนี้ได้ด้วยการฝึกฟังข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เช่น ตัวเลข วันที่ สถานที่ และชื่อ ให้แม่นยำ

หากต้องการพัฒนาให้เร็วที่สุด ควรฟังวันละเท่าใด?

20-30 นาทีทุกวัน วัตถุประสงค์คือการเพิ่ม "การตระหนักถึงคำศัพท์ที่ฟังออก" มากกว่าความเข้าใจที่สมบูรณ์แบบ ผู้ที่ขาดสมาธิง่ายสามารถแบ่งเป็น 10-15 นาที x 2 ครั้ง

ควรใช้สื่อการเรียนแบบใด?

ข้อสอบเก่า/ข้อสอบจำลอง IELTS (ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์) ข่าวสรุปง่ายๆ หรือพอดแคสต์สำหรับผู้เรียน (ฝึกหู) เสียงในชีวิตประจำวัน เช่น การนำทาง การจอง ขั้นตอนของมหาวิทยาลัย (คำศัพท์แยกตามสถานการณ์)

ควรทำ Dictation หรือ Shadowing ก่อนกัน?

ในขั้นตอนปูพื้นฐาน ลำดับ Dictation → Shadowing มีประสิทธิภาพมากกว่า การเขียนตามคำบอกจะช่วยให้เห็น "เสียงที่ฟังไม่ออก" ได้ชัดเจน แล้วจึงฝังการเชื่อมเสียงและจังหวะเข้าไปในร่างกายด้วย Shadowing

มีเมนูฝึกฝนที่เป็นรูปธรรมสำหรับเสริมตัวเลข วันที่ และการสะกดคำหรือไม่?

ท่องตัวเลข 0-9 ซ้ำๆ → 2 หลัก → เขียนเบอร์โทรศัพท์/รหัสไปรษณีย์ แยกแยะวันในสัปดาห์และชื่อเดือน (ท่องจำการสะกดไปพร้อมกัน) ฝึก dictation การสะกดชื่อเฉพาะ (คู่เสียงที่ต้องระวัง เช่น B/V, F/Th)

รูปแบบโจทย์แบบใดที่ทำคะแนนได้ง่าย?

โจทย์เติมคำ (form/table completion) และโจทย์แผนที่ มีแนวโน้มที่ข้อมูลที่ถามจะเป็นรูปธรรมค่อนข้างชัดเจน ทำให้เล็งได้ง่าย การอ่านล่วงหน้าเพื่อคาดเดาชนิดของคำ (ตัวเลข/คำนาม/คำคุณศัพท์) จะช่วยเพิ่มอัตราความแม่นยำ

การอ่านล่วงหน้าควรดูตรงไหนบ้าง?

คำก่อนและหลังช่องว่างทันที (คำใบ้) คำกระตุ้น เช่น ตัวเลข ชื่อเฉพาะ ทิศทาง ชื่อสถานที่ ลำดับของคำถาม (สมมติฐานว่าเสียงจะดำเนินไปตามลำดับจากบนลงล่าง)

เมื่อพลาดฟังไป จะตั้งหลักใหม่ได้อย่างไร?

อย่าจมอยู่กับมัน ให้เปลี่ยนไปสนใจคำสำคัญของคำถามถัดไปทันที เนื่องจากเสียงเปิดเพียงครั้งเดียว การหยุดชะงักอยู่กับข้อเดียวจนพลาดต่อเนื่อง 2-3 ข้อคือสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเป็นอันดับแรก

กฎการให้คะแนนเรื่องการสะกดคำและตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กเป็นอย่างไร?

โดยหลักการแล้ว การสะกดผิดถือว่าตอบผิด ชื่อเฉพาะ วันในสัปดาห์ และเดือน ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ รูปพหูพจน์และการมี/ไม่มียัติภังค์ ให้เป็นไปตามเสียงและคำถาม

การสะกดแบบบริติชกับอเมริกันใช้ได้ทั้งคู่หรือไม่?

ใช้ได้ทั้งคู่ในแง่การให้คะแนน (เช่น color/colour) แต่ควรเขียนให้ถูกต้องตามการสะกดที่ตรงกับเสียงหรือคำถาม ไม่จำเป็นต้องฝืนทำให้สอดคล้องกันทั้งหมด

รูปแบบการเขียนตัวเลข (เบอร์โทรศัพท์หรือราคา) มีกฎหรือไม่?

หลีกเลี่ยงสัญลักษณ์ที่ไม่จำเป็น ใช้หน่วยหรือสัญลักษณ์สกุลเงินตามที่ได้ยินโดยตรง สำหรับเบอร์โทรศัพท์ การมีหรือไม่มีช่องว่างมักไม่ใช่สาเหตุหลักในการหักคะแนน แต่การจำตัวเลขผิดจะเสียคะแนนทันที

ความแตกต่างระหว่างแบบกระดาษ (PB) กับคอมพิวเตอร์ (CB) คืออะไร?

PB: มีเวลาประมาณ 10 นาทีสำหรับคัดลอกคำตอบ CB: ไม่มีเวลาคัดลอก มีเพียงเวลาสั้นๆ สำหรับทบทวนในตอนท้ายเท่านั้น เนื่องจากต้องพิมพ์ลงในช่องกรอกโดยตรง จึงควรฝึกพิมพ์อย่างแม่นยำในขณะฟัง

ต้องตอบถูกกี่เปอร์เซ็นต์จึงจะถึงคะแนน 5?

แม้จะแปรผันตามชุดข้อสอบและปี แต่โดยเกณฑ์คร่าวๆ การตอบถูกประมาณครึ่งหนึ่งมักจะได้คะแนนใกล้เคียง 5 เนื่องจากการแปลงคะแนนที่แม่นยำขึ้นอยู่กับรอบสอบ จึงควรตั้งเป้าที่การตอบถูกเกินครึ่งอย่างมั่นคง

ควรเก็บคะแนนจากส่วนใด (1-4)?

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพคือการเก็บคะแนนให้ครบใน Section 1 และ 2 ซึ่งเน้นบทสนทนาและมีความยากค่อนข้างต่ำ ส่วน Section 3 และ 4 ให้มุ่งเก็บคะแนนบางส่วน โดยไม่ต้องฝืนตอบให้ครบทุกข้อ

จำเป็นต้องจดโน้ตย่อระหว่างฟังหรือไม่?

หากมุ่งคะแนน 5 แนะนำให้เน้นจดเฉพาะคำสำคัญและตัวเลข มากกว่าการสรุปเป็นข้อความยาว การจดมากเกินไปเป็นสาเหตุของการพลาดฟัง

ควรเพิ่มคำศัพท์อย่างไร? จำเป็นต้องมีสมุดคำศัพท์ยากหรือไม่?

ก่อนอื่นให้เน้นคำศัพท์ในสถานการณ์ชีวิตประจำวัน (ธนาคาร โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย การเดินทาง ที่พัก ฯลฯ) ให้จำคำที่พบบ่อยที่ "ฟังแล้วเข้าใจ" ควบคู่กับเสียง มากกว่าคำศัพท์ยาก

ควรทำข้อสอบเก่ากี่รอบ? เคล็ดลับการทบทวนคืออะไร?

รอบที่ 1: ทำตรงๆ → ตรวจคะแนน รอบที่ 2: ตรวจสอบกับสคริปต์ (วิเคราะห์จุดที่พลาดฟัง) รอบที่ 3: ลองใหม่โดยไม่มีสคริปต์ (สนใจการเชื่อมเสียง)

มีวิธีเตรียมสอบโจทย์แผนที่ที่ทำได้ที่บ้านหรือไม่?

ท่องจำคำบอกทิศทางในโจทย์ล่วงหน้า (north, opposite, next to, across from ฯลฯ) ก่อนฟังเสียง ให้ทำเครื่องหมายบนเส้นทางหรือชื่อจุดสังเกต และฝึกตอบสนองต่อคำกริยา (turn, go past, continue)

การฟังไม่ค่อยมั่นคง จำเป็นต้องฝึกออกเสียงหรือไม่?

การฝึกออกเสียงให้เหมือนต้นฉบับคือทางลัดในการปรับปรุงความสามารถในการรับฟัง เสียงที่ตนเองออกเสียงได้แม่นยำจะฟังง่ายขึ้น ให้อัดเสียง shadowing ของตนเอง แล้วตรวจสอบสระ พยัญชนะ และการอ่อนตัวของเสียงท้ายคำด้วยตนเอง

รายการตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนสอบมีอะไรบ้าง?

การสะกดวันในสัปดาห์ เดือน ชื่อสถานที่ และชื่อบุคคล ตัวเลข (โดยเฉพาะ 13/30, 15/50 ฯลฯ) คำบอกทิศทางและสำนวนแสดงตำแหน่ง ตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก รูปเอกพจน์/พหูพจน์ และการสะกดคำในขณะคัดลอก

การพัฒนาหยุดชะงัก มีวิธีทลายจุดตันในการเรียนอย่างไร?

สลับใช้สื่อ "ง่าย" และ "ค่อนข้างยาก" สลับกัน สั่งสมประสบการณ์ความสำเร็จด้วยสื่อง่าย และดึงประเด็นปัญหาออกมาด้วยสื่อที่ยากขึ้น สัปดาห์ละครั้งให้ใช้สื่อที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเพื่อรักษาความรู้สึกเชิงปฏิบัติ

ช่วยยกตัวอย่างวงจรการเรียนที่แนะนำในหนึ่งวัน

เช้า: ฝึกหู 10 นาที (พอดแคสต์) กลางวัน: Dictation 15 นาที (เน้นตัวเลขและชื่อเฉพาะ) เย็น: ทำข้อสอบเก่าบางส่วน + Shadowing 10 นาที

มีวิธีเตรียมสภาพจิตใจในวันสอบอย่างไร?

สร้างเป็นกิจวัตร: หายใจลึก → อ่านล่วงหน้า → รอฟังคำสำคัญ แม้จะพลาดข้อหนึ่งก็ให้พูดในใจว่า "ข้อต่อไป!" เพื่อเปลี่ยนโหมด ยิ่งใกล้จบยิ่งควรคัดลอกอย่างระมัดระวัง

เทคนิคและวิธีเตรียมสอบ IELTS Listening: คู่มือรวม IELTS Listening ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือเตรียมสอบและรวมข้อมูลการสอบ IELTS – เทคนิคและวิธีพิชิตข้อสอบฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]

การเตรียมสอบ Listening ในระดับคะแนนอื่นๆ

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 6 (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 7 (เทคนิคพิชิตคะแนนสูง)เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนน 8 (กลยุทธ์ขั้นสูงสุดสำหรับผู้เรียนระดับสูง)

การเตรียมสอบทักษะอื่นๆ สำหรับ Band 5

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Speaking กลยุทธ์การทำ Band 5 ใน IELTS Speakingวิธีทำ IELTS Writing Band 5 (ฝ่าฟันเกณฑ์ขั้นต่ำที่จำเป็น)เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน 5 ใน IELTS Reading (ฉบับปูพื้นฐาน)วิธีเรียนเพื่อให้ได้ IELTS 5.0 คืออะไร? [เรียนที่เกาะเซบู]

คอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY

ดูรายละเอียดคอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY ได้ที่นี่

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง