หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Listening > เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำโจทย์ Multiple Choice และข้อควรระวัง
เตรียมสอบ IELTS Listening

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำโจทย์ Multiple Choice และข้อควรระวัง

11 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำโจทย์ Multiple Choice และข้อควรระวัง
01

บทนำ

ใน IELTS Listening หนึ่งในรูปแบบข้อสอบที่ผู้เข้าสอบจำนวนมากสะดุดคือ Multiple Choice (ข้อสอบแบบเลือกตอบ) แม้จะดูเหมือนง่าย เพียงแค่ “เลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือก” แต่ในความเป็นจริงกลับมีความยากสูงมาก เนื่องจากมีการใช้สำนวนเปลี่ยนคำ (Paraphrase) บ่อยครั้ง และมีการวางกับดักไว้ในตัวเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลือกทุกข้อฟังดู “น่าจะถูกต้อง” จึงมีไม่น้อยที่ตอบผิดเพราะไม่ได้ฟังจนจบ

อย่างไรก็ตาม หากเข้าใจแนวทางที่ถูกต้อง โจทย์รูปแบบนี้จะกลายเป็นแหล่งคะแนนที่มั่นคงได้ จุดสำคัญคือการฝึกอ่านล่วงหน้าให้เป็นนิสัย ความสามารถในการรับมือกับคำพ้องความหมาย (Synonym) และวิธีตัดตัวเลือกอย่างมีสติ

บทความนี้จะสรุปลักษณะเฉพาะของโจทย์ Multiple Choice พร้อมอธิบายวิธีทำโจทย์อย่างเป็นรูปธรรมและข้อควรระวังให้เข้าใจง่าย สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคะแนน IELTS Listening ควรอ่านบทความนี้เป็นแนวทาง

02

ลักษณะเฉพาะของโจทย์ Multiple Choice

โจทย์ Multiple Choice ใน IELTS Listening แม้ดูเหมือนง่ายในตอนแรก แต่ในความเป็นจริงมีการออกแบบอย่างละเอียดที่ทำให้ผู้เข้าสอบสับสนได้ง่าย ด้านล่างนี้คือสรุปลักษณะเฉพาะหลักๆ

1. จำนวนและรูปแบบของตัวเลือก

  • โดยพื้นฐานมักมี 3-4 ตัวเลือก แต่บางกรณีอาจมีมากกว่า 5 ตัวเลือก
  • รูปแบบการตอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก: คำตอบเดียว (เลือกคำตอบที่ถูกต้อง 1 ข้อ) หลายคำตอบ (บางครั้งจะมีคำสั่งให้เลือกตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป)

2. ทักษะที่ถูกทดสอบ

  • นอกจากความสามารถในการฟังคำและประโยคแล้ว ยังทดสอบทักษะต่างๆ อย่างครอบคลุม ได้แก่ ความสามารถในการจับประเด็นสำคัญอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการคัดกรองข้อมูล ความสามารถในการมองเห็นสำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำ

3. กลเม็ดของตัวเลือก

  • ในหลายกรณี ตัวเลือกถูกออกแบบให้มีเนื้อหาคล้ายกันซ้ำไปมา
  • ตัวอย่าง: “I thought about taking the economics course, but in the end I decided on psychology.” → หากในตัวเลือกมีทั้ง economics และ psychology หลายคนมักติดกับดักจากช่วงต้นประโยคและตอบผิด

4. ปริมาณข้อมูลและความเร็ว

  • บางครั้งคำตอบจะถูกกล่าวถึงเพียงครั้งเดียวในบทสนทนาหรือคำอธิบาย
  • แม้ความเร็วของเสียงจะไม่เร็วมาก แต่มีปริมาณข้อมูลจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีสมาธิจนถึงตอนจบ
03

ขั้นตอนการทำโจทย์

โจทย์ Multiple Choice ไม่ควรฟังแบบตั้งรับเฉยๆ แต่ควรมีท่าทีในการฟังอย่างมีกลยุทธ์ หากทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้จะช่วยเพิ่มอัตราความถูกต้องได้

1. อ่านโจทย์และตัวเลือกล่วงหน้า

  • ตรวจสอบคำสำคัญก่อนที่เสียงจะเริ่มเล่น
  • คำนึงถึงประเด็นต่างๆ เช่น ใคร? อะไร? ทำไม?
  • ตัวอย่าง: Why did the student choose that course? → คาดการณ์ล่วงหน้าถึงสำนวนที่เกี่ยวกับ “เหตุผล” (because, due to, reason, prefer เป็นต้น)

2. ใส่ใจคำพ้องความหมาย (Synonym)

  • ใน IELTS คำในตัวเลือกจะไม่ปรากฏในเสียงตรงๆ เสมอไป
  • ตัวอย่าง: expensive → costs a lot cheap → affordable job → occupation, career

3. ใช้วิธีตัดตัวเลือก

  • ตัดตัวเลือกที่รู้แน่ชัดว่าผิดออกทันที
  • หากลังเลระหว่าง 2 ตัวเลือกที่เหลือ ให้เลือกตัวที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนกว่าในเสียง

4. กลยุทธ์สำหรับข้อที่มีหลายคำตอบ

  • ในกรณีที่กำหนดให้ “Choose TWO letters” คำตอบไม่จำเป็นต้องปรากฏต่อเนื่องกัน
  • บางครั้งคำตอบจะปรากฏแยกกันในช่วงต้นและช่วงท้าย จึงควรจดบันทึกไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน

5. มีสมาธิจนถึงตอนจบ

  • มักมีรูปแบบที่ “เปลี่ยนใจจากความเห็นแรก” ในช่วงหลังของบทสนทนา
  • สิ่งสำคัญคือ “อย่ารีบเลือกตัวเลือกที่ปรากฏขึ้นก่อน”
04

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

โจทย์ Multiple Choice จะกลายเป็นแหล่งคะแนนได้หากรู้เทคนิค แต่หากติดกับดักความผิดพลาดทั่วไปก็เสียคะแนนได้ง่ายเช่นกัน ด้านล่างนี้คือสรุปข้อควรระวังที่พบบ่อย

1. อย่ารีบเชื่อเนื้อหาที่ปรากฏขึ้นก่อน

  • ในข้อสอบมักมีการพูดแก้ไขบ่อยครั้ง เช่น “A ดูเหมือนจะดี แต่สุดท้ายขอเลือก B”
  • หากตัดสินจากคำที่ปรากฏขึ้นก่อนเพียงอย่างเดียว มีโอกาสสูงที่จะตอบผิด

2. กับดักที่ทำให้รู้สึกว่า “ทุกข้อดูถูกต้อง”

  • ตัวเลือกทุกข้อถูกออกแบบให้ดู plausible (น่าเชื่อถือ) ทั้งหมด
  • ควรจดจำไว้ว่าคำตอบที่ถูกต้องคือ “ข้อที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนในเสียง” เท่านั้น

3. การเลือกเกินจำนวนที่กำหนดจะเสียคะแนนทันที

  • ในกรณี “Choose TWO” หากเลือก 3 ข้อจะถือว่าผิดทันที
  • ควรฝึกนิสัยตรวจสอบจำนวนคำตอบที่ถูกต้องในตอนท้ายเสมอ

4. อย่าพึ่งพาความทรงจำที่คลุมเครือ

  • การเลือกตอบด้วยความทรงจำที่คลุมเครือ เช่น “รู้สึกว่าน่าจะพูดแบบนั้น...” เป็นเรื่องเสี่ยง
  • ในวันสอบจริงควรจดบันทึกและตอบโดยอ้างอิงจากเนื้อหาที่ฟังได้อย่างแน่ชัดเท่านั้น

5. อย่าแพ้ต่อความกดดันด้านเวลาในการสอบ

  • โจทย์ Multiple Choice มีปริมาณข้อมูลมาก ทำให้เสียสมาธิได้ง่าย
  • สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อม “อ่านล่วงหน้า → ฟัง → เลือกคำตอบ” ภายในเวลาที่จำกัดซ้ำๆ เป็นประจำ
05

วิธีฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

โจทย์ Multiple Choice เป็นรูปแบบที่ยากจะพัฒนาได้เพียงแค่ทำจำนวนมากๆ การฝึกฝนโดยคำนึงถึงกลยุทธ์จะช่วยเพิ่มอัตราความถูกต้องได้ในระยะเวลาอันสั้น

1. ฝึกฝนอย่างเข้มข้นด้วยหนังสือแบบฝึกหัดทางการ

  • ใช้สื่อการเรียนทางการอย่างตระกูล Cambridge IELTS โดยคัดเฉพาะโจทย์ Multiple Choice มาฝึกฝน
  • จะช่วยให้คุ้นเคยกับสำนวนและกลเม็ดที่ใกล้เคียงกับข้อสอบจริง

2. ตรวจสอบรายละเอียดด้วยการเขียนตามคำบอก (Dictation)

  • โดยเฉพาะข้อที่ลังเล ให้หยุดเสียงและถอดคำจากที่ได้ยิน
  • จะเป็นการฝึกฟังสำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำและความหมายแฝงเล็กๆ น้อยๆ

3. สร้างรายการสำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำ

  • สร้างรายการคำพ้องความหมายสำหรับตัวเอง เช่น “expensive → costs a lot” “opinion → point of view”
  • หากรวบรวมคำที่มักปรากฏในตัวเลือกไว้ล่วงหน้า จะสามารถรับมือได้ทันทีระหว่างสอบ

4. ฝึกซ้อมโดยกำหนดเวลาจำกัด

  • ฝึกซ้อม “อ่านตัวเลือกล่วงหน้าภายใน 30 วินาที” ซ้ำๆ เช่นเดียวกับวันสอบจริง
  • จะช่วยฝึกความเร็วในการอ่านล่วงหน้าและสมาธิ

5. ฟังเสียงสองครั้งเพื่อตรวจสอบ

  • แม้ในวันสอบจริงจะฟังได้เพียงครั้งเดียว แต่ในขั้นตอนฝึกซ้อมควรใช้ประโยชน์จากการฟังสองครั้งอย่างเต็มที่
  • ครั้งแรกให้เน้นภาพรวม ครั้งที่สองให้เน้นรายละเอียดในการทบทวน
06

สรุป

โจทย์ Multiple Choice ใน IELTS Listening แม้จะดูเรียบง่ายในตอนแรก แต่มีความยากสูงเนื่องจากสำนวนที่ถูกเปลี่ยนคำและกับดักต่างๆ จึงเป็นรูปแบบที่ผู้เข้าสอบจำนวนมากไม่ถนัด

อย่างไรก็ตาม หากคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้ ก็สามารถทำให้เป็นแหล่งคะแนนได้

  • อ่านล่วงหน้า เพื่อจับคำสำคัญ
  • ฟังเสียงโดยคำนึงถึง คำพ้องความหมาย
  • ใช้ วิธีตัดตัวเลือก เพื่อลดคำตอบที่ผิด
  • มี สมาธิจนถึงตอนจบ และฟังให้ครบ

นอกจากนี้ หากฝึกฝนอย่างเข้มข้นด้วยหนังสือแบบฝึกหัดทางการ และสะสม “รายการคำเปลี่ยนคำ” ของตัวเอง ความสามารถในการรับมือกับวันสอบจริงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

หากพิชิตโจทย์ Multiple Choice ได้ ความมั่นคงในการทำข้อสอบ Listening โดยรวมจะเพิ่มขึ้น และเชื่อมโยงตรงสู่การเพิ่มคะแนน ควรนำไปปรับใช้ในการเรียนประจำวัน เพื่อทำให้เป็นด้านที่สามารถทำคะแนนได้อย่างแน่นอน

07

คำถามที่พบบ่อย (FAQ): วิธีทำโจทย์ Multiple Choice และข้อควรระวัง

Multiple Choice ปรากฏใน Section ไหนบ้าง?

ออกในทุก Section ของข้อสอบ โดยเฉพาะ Section 3 และ 4 ที่เป็นหัวข้อเชิงวิชาการ มีปริมาณข้อมูลมากและมีสำนวนเปลี่ยนคำเพิ่มขึ้น จึงทำให้ระดับความยากสูงขึ้น

คำตอบเดียวกับหลายคำตอบต่างกันอย่างไร?

คำตอบเดียวคือเลือกคำตอบที่ถูกต้อง 1 ข้อ ส่วนหลายคำตอบคือเลือก 2-3 ข้อตามคำสั่ง หากเลือกจำนวนไม่ตรงตามคำสั่ง (เช่น ต้องเลือก 2 ข้อแต่เลือก 3 ข้อ) จะถือว่าผิดโดยอัตโนมัติ

มีเทคนิคการอ่านล่วงหน้าอย่างไร?

ทำเครื่องหมายที่ประธาน กริยา และคำสำคัญของโจทย์ภายใน 15-30 วินาที และคาดการณ์คำกระตุ้นโจทย์ (trigger word) เช่น because, reason, however, instead, the number of ที่เกี่ยวกับเหตุผล วัตถุประสงค์ การเปรียบเทียบ และปริมาณ

ควรรับมือกับคำพ้องความหมาย (Synonym) อย่างไร?

จดจำคำสำคัญในตัวเลือกเป็นชุดคำเปลี่ยนคำ เช่น expensive → costs a lot / pricey, opinion → point of view, benefit → advantage เนื่องจากเสียงจะไม่พูดคำในตัวเลือกตรงๆ

มีวิธีสังเกตกับดัก (Distractor) อย่างไร?

ให้ระวังการพูดแก้ไข การเปรียบเทียบ ข้อยกเว้น และสำนวนที่แสดงความไม่แน่ใจ ตัวอย่าง: “I used to think A, but now I prefer B.” → A คือตัวล่อ คำตอบคือ B คำที่แสดงความเป็นไปได้ เช่น might, probably, not necessarily ก็เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้เช่นกัน

ควรจดบันทึกหรือไม่?

ควรจดบันทึก โดยเขียนเฉพาะคำสำคัญสั้นๆ ข้างหมายเลขข้อคำถาม หลีกเลี่ยงการเขียนประโยคยาว จดสรุป who/what/why/when เป็นคำเดียว (เช่น why → “reason: schedule conflict”) และใช้วิธีตัดตัวเลือกทันทีขณะฟัง

เมื่อลังเลควรใช้วิธีตัดตัวเลือกอย่างไร?

ให้ตัดตัวเลือกที่ “ถูกปฏิเสธหรือคัดออกอย่างชัดเจนในเสียง” ก่อน หากเหลือ 2 ตัวเลือก ให้เลือกข้อที่ตรงกับเสียงอย่างเฉพาะเจาะจงมากกว่า (ตัวเลข ชื่อเฉพาะ หรือความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่สอดคล้องกัน)

ลำดับของหลายคำตอบตรงกับลำดับในเสียงหรือไม่?

ส่วนใหญ่มักไม่ตรงกัน เนื่องจากบางครั้งคำตอบทั้งสองข้อจะปรากฏแยกกันในช่วงต้นและช่วงท้ายของบทสนทนา แม้จะยืนยันคำตอบข้อแรกได้แล้วก็ไม่ควรวางใจ ต้องฟังจนจบ

เวลาไม่พอ ควรบริหารเวลาอย่างไร?

กำหนดวงจร “อ่านล่วงหน้า → ฟัง → ทำเครื่องหมายทันที → ตรวจทาน” ให้คงที่ในแต่ละชุด อย่าโลภในการอ่านล่วงหน้า ให้เน้นเฉพาะ 2-3 ข้อถัดไป หากเป็นข้อยากอย่าลังเลนานเกิน 10 วินาที ให้ทำเครื่องหมายชั่วคราวแล้วเดินหน้าต่อ

การสะกดคำหรือตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กมีผลต่อการให้คะแนนหรือไม่?

โจทย์ Multiple Choice โดยทั่วไปเป็นรูปแบบที่ทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ตัวเลือก (A/B/C เป็นต้น) จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการสะกดคำ ควรเน้นความถูกต้องตามคำสั่งเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการทำเครื่องหมาย

มีข้อควรระวังสำหรับตัวเลือกที่เกี่ยวกับตัวเลข วันที่ และคำนามเฉพาะอย่างไร?

เสียงจะผสม “จำนวนโดยประมาณ การเปรียบเทียบ และข้อยกเว้น” เข้าไปด้วย (เช่น just under 50, no later than May) ควรทำเครื่องหมายคำเกี่ยวกับตัวเลขและคำเปรียบเทียบในตัวเลือก (more/less than, at least, within) ไว้ล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบเทียบกับเสียง

ฟังไม่ค่อยเข้าใจเมื่อเป็นสำเนียงอังกฤษ อเมริกัน หรือออสเตรเลีย

ควรฝึกฟังไฟล์เสียงบทบรรยายสั้นๆ หรือบทปรึกษาในมหาวิทยาลัยซ้ำๆ เพื่อคุ้นเคยกับรูปแบบเสียงอ่อนและการเชื่อมเสียงของแต่ละสำเนียง โดยเฉพาะการคุ้นเคยกับลักษณะเฉพาะของสำเนียงออสเตรเลีย เช่น /eɪ/→/aɪ/ จะช่วยให้การตรวจจับคำเปลี่ยนคำมีความมั่นคงมากขึ้น

เหตุใดอัตราความถูกต้องจึงไม่เพิ่มขึ้น?

ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะ ① อ่านล่วงหน้าไม่เพียงพอ ② ความทนทานต่อคำเปลี่ยนคำไม่พอ ③ รีบเชื่อคำพูดแรกที่ได้ยิน ④ จุดที่ต้องฟังในแต่ละข้อไม่ชัดเจน ⑤ ไม่ได้ตรวจสอบความสอดคล้องของจำนวนคำตอบและสัญลักษณ์ในช่วงตรวจทาน

วิธีทบทวนที่มีประสิทธิภาพคืออะไร?

ระบุว่าตัวเลือกที่ตอบผิด “สอดคล้องกับส่วนใดของเสียง” และติดป้ายสาเหตุของการตอบผิด (คำศัพท์/คำเปลี่ยนคำ/การอนุมาน/ความเร็ว/การอ่านล่วงหน้า) ครั้งถัดไปให้รวบรวมเฉพาะข้อที่มีป้ายเดียวกันมาฝึกซ้อมใหม่

กลยุทธ์ต่างกันหรือไม่ระหว่างการสอบแบบคอมพิวเตอร์และแบบกระดาษ?

กลยุทธ์พื้นฐานเหมือนกัน แต่ในการสอบแบบคอมพิวเตอร์ อาจพลาดมองข้ามโจทย์ได้ง่ายขณะเลื่อนหน้าจอ จึงควรฝึกซ้อมให้คุ้นเคยกับการกำหนดอัตราขยายและตำแหน่งการเลื่อนหน้าจอให้คงที่

เมื่อรู้สึกว่า “ทุกข้อดูถูกต้องหมด” ควรทำอย่างไร?

ให้หาตัวเลือกที่สอดคล้องกับคำจำกัดความในเสียง (only, mainly, especially, in particular, rather than) หรือคำเปลี่ยนความ (however, instead, whereas) ส่วนคำที่คลุมเครือ (some, kind of) มักเป็นเป้าหมายที่ควรตัดออก

พอพลาดข้อหนึ่งแล้วจะรู้สึกเสียจังหวะต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

ให้มองแต่ละข้อเป็นงานที่แยกอิสระจากกัน และตั้งใจไม่ให้ส่งผลกระทบต่อข้อถัดไป ทำเครื่องหมายชั่วคราว → ไปข้อถัดไป → ตรวจสอบความสอดคล้องของจำนวนคำตอบและสัญลักษณ์ครั้งสุดท้ายภายใน 10-20 วินาทีในตอนท้าย

ควรฝึกฝนตามลำดับความสำคัญอย่างไร?

ควรฝึกตามลำดับ ① ความเร็วในการอ่านล่วงหน้า ② การรับมือกับคำเปลี่ยนคำ (สร้างตารางคำพ้องความหมายของตนเอง) ③ รูปแบบของกับดัก (การพูดแก้ไข การเปรียบเทียบ ข้อยกเว้น) ④ การแยกแยะการออกเสียงตัวเลข/การเปรียบเทียบ/ระยะเวลา จะช่วยให้ฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิคสำหรับบทสนทนาแบบอภิปราย (Section 3) คืออะไร?

เนื่องจากความคิดเห็นของแต่ละคนมักเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ให้จดบันทึก “ป้ายจุดยืน” ของผู้พูดแต่ละคน (เช่น Tutor: ข้อกำหนด, Student A: เห็นด้วย, Student B: ทางเลือกอื่น) และทำความเข้าใจก่อนว่าโจทย์นั้นถามเกี่ยวกับความเห็นของใคร

เทคนิคสำหรับบทบรรยาย (Section 4) คืออะไร?

ให้คำนึงถึงลำดับของหัวข้อในแต่ละย่อหน้า (นิยาม → สาเหตุ → ผลกระทบ → มาตรการ → บทสรุป) หากโจทย์ถามเรื่อง “สาเหตุ” ให้เตรียมฟัง because/due to หากถามเรื่อง “ผลกระทบ” ให้เตรียมฟัง lead to/result in

มีเมนูการฝึกด้วยตัวเองที่บ้านแบบเป็นรูปธรรมไหม?

คัดเฉพาะโจทย์ Multiple Choice จากข้อสอบเก่าของ Cambridge มาฝึก วันละ 15 ข้อ x 2 ชุด ข้อที่ตอบผิดให้ติดป้ายสาเหตุด้วยสคริปต์เสียง → ลองทำข้อที่มีป้ายเดียวกันซ้ำในวันถัดไป อัปเดตตารางคำพ้องความหมายของตัวเองวันละ 10 คำ (สัปดาห์ละ 70 คำ) สัปดาห์ละ 1 ครั้งให้ฝึกทำแบบต่อเนื่องเหมือนวันสอบจริง (อ่านล่วงหน้า → ทำแบบครั้งเดียวจบ)

เทคนิคเตรียมสอบและวิธีเรียน IELTS Listening: คู่มือรวม IELTS Listening ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือเตรียมสอบและเทคนิคการสอบ IELTS ฉบับสมบูรณ์ – พิชิตข้อสอบและวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง