

IELTS Listening ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งใน Section ที่มีระดับความยากสูงที่สุดสำหรับผู้เข้าสอบ เหตุผลคือ ผู้พูดพูดด้วยความเร็วสูง มีสำเนียงที่หลากหลาย และยิ่งไปกว่านั้น สามารถฟังเสียงได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น การฝึกฝนเชิงปฏิบัติเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพื่อเพิ่มทักษะ Listening อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่อยากแนะนำให้ใช้ประโยชน์คือ TED Talks ซึ่งเผยแพร่การบรรยายของผู้พูดจากทั่วโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และครอบคลุมหัวข้อที่พบบ่อยใน IELTS อย่างกว้างขวาง เช่น วิทยาศาสตร์ การศึกษา สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีคำบรรยายและสคริปต์เตรียมไว้ให้ จึงเป็นสื่อการเรียนที่ใช้งานได้ง่ายมากสำหรับผู้เรียน
คู่มือนี้จะแนะนำวิธีใช้ประโยชน์จาก TED Talks อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการเตรียมสอบ IELTS Listening การจับขั้นตอนการเรียนและเคล็ดลับการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยเพิ่ม “ความสามารถที่แท้จริง” ซึ่งเชื่อมโยงตรงสู่คะแนนในวันสอบจริงได้อย่างแน่นอน แทนที่จะเป็นเพียงการฟังผ่านๆ
มีสื่อการเรียนมากมายสำหรับเตรียมสอบ IELTS Listening แต่ในบรรดาสื่อเหล่านั้น TED Talks มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ เหตุผลมีดังนี้
ใน IELTS มีสำเนียงอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา และแม้แต่ภาษาอังกฤษของผู้พูดที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาปรากฏขึ้น นอกเหนือจากสำเนียงอเมริกัน เนื่องจาก TED Talks มีผู้พูดจากทั่วโลกขึ้นเวที จึงสามารถคุ้นเคยกับสำเนียงที่หลากหลายซึ่งออกสอบจริงได้
ในข้อสอบ Listening มีเสียงที่จำลองบทบรรยายหรือสัมมนาในมหาวิทยาลัยออกสอบมาก TED Talks นำเสนอหัวข้อเชิงวิชาการที่เชื่อมโยงตรงสู่ IELTS จำนวนมาก เช่น การศึกษา วิทยาศาสตร์ ปัญหาสังคม และวัฒนธรรม จึงสามารถรับความรู้ไปพร้อมกับฝึกฝน Listening ได้
TED Talks มีสคริปต์และคำบรรยายให้บนเว็บไซต์ทางการ จุดแข็งสำคัญคือสามารถตรวจสอบส่วนที่ฟังไม่ทัน และใช้ประโยชน์เป็นสื่อสำหรับชาโดวอิงและการเขียนตามคำบอกได้
สามารถเลือกหัวข้อที่ตรงกับความสนใจของตัวเองได้ จึงทำให้เรียนต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น การเข้าถึงด้วยความรู้สึก “ฟังเพราะเนื้อหาน่าสนใจ” แทนที่จะเป็น “ฟังเพื่อการเรียน” มีความสำคัญอย่างมากในการเรียนระยะยาว
สำนวนและวลีที่ได้จาก TED Talks สามารถนำไปใช้ได้ทั้งใน Speaking และ Writing ไม่ใช่แค่ Listening เท่านั้น โดยเฉพาะสำนวนเชิงวิชาการจะเชื่อมโยงตรงสู่การเพิ่มคะแนนโดยรวมของ IELTS
การนำ TED Talks มาปรับใช้ในการเตรียมสอบ IELTS Listening อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่ฟังผ่านๆ นั้นยังไม่เพียงพอ การทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้จะช่วยพัฒนาความสามารถในการเข้าใจ สมาธิ และคลังคำศัพท์ได้อย่างสมดุล
การเรียนด้วย TED Talks มีประสิทธิภาพอย่างมาก แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติ การนำเทคนิคด้านล่างนี้มาปรับใช้จะช่วยเพิ่มทักษะ IELTS Listening ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การทำต่อเนื่องวันละ 10-20 นาที มีอัตราการจดจำสูงกว่าการเรียนครั้งเดียวเป็นเวลานาน การทำให้เป็นนิสัยจะช่วยให้หูคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื้อหาที่ยากเกินไปมักนำไปสู่การท้อแท้ ในช่วงแรกควรเลือกระดับที่รู้สึกว่า “ยากนิดหน่อยแต่น่าจะเข้าใจได้” แล้วค่อยๆ ท้าทายเนื้อหาที่มีระดับสูงขึ้น จะมีประสิทธิภาพ
ควรรวบรวมคำและสำนวนใหม่ๆ ลงในสมุดเฉพาะ โดยเฉพาะ “คำเชื่อม” “สำนวนเปลี่ยนคำ” และ “ศัพท์เฉพาะของหัวข้อที่พบบ่อย” จะเป็นประโยชน์ทั้งใน Listening และ Speaking ของ IELTS
แทนที่จะฟังผ่านๆ การมีส่วนร่วมเชิงรุก เช่น “สรุปประเด็นสำคัญ” หรือ “สรุปเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ” จะช่วยให้เข้าใจลึกซึ้งขึ้น
หลังเสริมสร้างทักษะ Listening ด้วย TED Talks แล้ว ควรตรวจสอบความสามารถด้วยข้อสอบจำลอง IELTS เสมอ จะสามารถวัดได้ว่าการเรียนด้วย TED เชื่อมโยงตรงสู่ผลลัพธ์ในรูปแบบข้อสอบมากน้อยเพียงใด
การฟังวิดีโอเดิมซ้ำหลายครั้งก็สำคัญ แต่เมื่อคุ้นเคยแล้วควรท้าทายผู้พูดและหัวข้อที่หลากหลาย การได้สัมผัสสำเนียงและคำศัพท์ที่กว้างขวางจะช่วยให้ได้รับความสามารถในการรับมือกับเสียงทุกรูปแบบในวันสอบจริง
TED Talks เผยแพร่การบรรยายมากกว่าหลายพันเรื่อง จึงอาจทำให้ลังเลว่าจะเลือกอะไรดี หัวข้อที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษสำหรับเตรียมสอบ IELTS Listening คือหัวข้อเชิงวิชาการและเชิงสังคมที่พบบ่อยในข้อสอบ หากเลือกจากสาขาต่อไปนี้จะเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
➡ ใน IELTS Listening “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” และ “ปัญหาพลังงาน” เป็นหัวข้อยอดนิยม
➡ หัวข้อที่มักออกในพาร์ทบรรยายของ IELTS Academic Module
➡ พบบ่อยใน IELTS Writing และ Speaking เช่นกัน สามารถรับมือกับหัวข้อข่าวสารปัจจุบันได้ด้วย
➡ เชื่อมโยงตรงสู่โจทย์แนว “ถูกถามความคิดเห็น” ใน IELTS Speaking
➡ สามารถเรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเพิ่มทักษะ Listening เชิงวิชาการได้
TED Talks เป็นหนึ่งในสื่อการเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเตรียมสอบ IELTS Listening แม้จะใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายก็ตาม นอกจากจะได้สัมผัสสำเนียงที่หลากหลายแล้ว ยังนำเสนอหัวข้อเชิงวิชาการที่พบบ่อยในข้อสอบ จึงสามารถพัฒนาทั้งทักษะ Listening ความรู้พื้นฐาน และคลังคำศัพท์ไปพร้อมกันได้
สิ่งที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษคือการทำตามกระบวนการ ฟังอย่างละเอียดโดยใช้ประโยชน์จากคำบรรยายและสคริปต์ → เขียนตามคำบอก → ชาโดวอิง → รับชมซ้ำ แทนที่จะฟังผ่านๆ เพียงอย่างเดียว การทำขั้นตอนนี้ให้เป็นนิสัยจะช่วยฝึกฝนสมาธิ ความสามารถในการเข้าใจ และความสามารถในการรับมือกับความเร็วที่จำเป็นในวันสอบจริง
นอกจากนี้ สำนวนและความรู้ที่ได้จาก TED Talks ยังเป็นประโยชน์ทั้งใน Speaking และ Writing ไม่ใช่แค่ Listening เท่านั้น การนำ TED Talks มาปรับใช้ในการเรียนประจำวันจะช่วยยกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษโดยรวม และเป็นทางลัดสู่คะแนน IELTS สูง
TED Talks มีประโยชน์ต่อการเตรียมสอบ IELTS Listening จริงหรือไม่?
มีประโยชน์จริง เนื่องจากมีทั้งสำเนียงที่หลากหลาย หัวข้อเชิงวิชาการ และสคริปต์ทางการครบถ้วน สามารถฝึกฝนได้ทั้งการฟังอย่างละเอียด การเสริมคลังคำศัพท์ และความสามารถในการสรุปความ
ควรเริ่มจากวิดีโอความยาวเท่าไหร่?
เริ่มจากการบรรยายสั้นๆ 5-10 นาทีก่อน เมื่อคุ้นเคยแล้วให้ค่อยๆ เพิ่มเป็น 12-18 นาที
ควรใช้คำบรรยายภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย?
ครั้งแรกไม่ใช้คำบรรยาย → คำบรรยายภาษาอังกฤษ → คำบรรยายภาษาไทยตามความจำเป็น ในที่สุดควรตั้งเป้าหมายให้สามารถจับประเด็นสำคัญได้โดยไม่มีคำบรรยาย
ขั้นตอนการเรียนที่เป็นรูปธรรมคืออะไร?
① เข้าใจภาพรวมโดยไม่มีคำบรรยาย → ② ตรวจสอบด้วยคำบรรยายภาษาอังกฤษ → ③ คัดแยกคำที่ไม่เข้าใจ → ④ เขียนตามคำบอก (1-2 นาที) → ⑤ ชาโดวอิง → ⑥ สรุปความ (ภาษาอังกฤษ) → ⑦ รับชมซ้ำหลังจากผ่านไปสองสามวันเพื่อตรวจสอบการจดจำ
เวลาเรียนและความถี่ต่อวันโดยประมาณคือเท่าไหร่?
วันธรรมดาวันละ 10-20 นาที และในวันหยุดสุดสัปดาห์ทบทวนและเสริมจุดอ่อน 30-40 นาที จะมีประสิทธิภาพ
ควรเลือกหัวข้ออย่างไร?
ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่สนใจจากหัวข้อที่พบบ่อยใน IELTS ได้แก่ “การศึกษา・วิทยาศาสตร์・สิ่งแวดล้อม・สังคม・เทคโนโลยี” การรักษาแรงจูงใจคือกุญแจสู่การเรียนต่อเนื่อง
วิธีใช้ประโยชน์ในการเตรียมรับมือสำเนียงคืออะไร?
คำนึงถึงประเทศต้นกำเนิดของผู้พูด และเปลี่ยนจุดเน้นของสำเนียงในการรับชมแต่ละสัปดาห์ จดบันทึกและเปรียบเทียบการอ่อนเสียงท้ายคำ การเชื่อมเสียง และการออกเสียงตัวเลข
ควรทำให้คำศัพท์ติดตัวอย่างไร?
จดบันทึกคำเชื่อม (however, moreover เป็นต้น) สำนวนเปลี่ยนคำ และศัพท์เฉพาะตามหัวข้อ สร้างประโยคตัวอย่างด้วยตัวเองและนำไปใช้ใน Speaking เพื่อทำให้เป็นความรู้ที่ใช้งานได้จริง
ควรทำการเขียนตามคำบอกหรือชาโดวอิงก่อน?
หากเน้นความแม่นยำ ให้ทำการเขียนตามคำบอกก่อนแล้วจึงชาโดวอิง วันที่ไม่มีเวลาสามารถทำเฉพาะชาโดวอิงได้เช่นกัน วิธีที่ดีที่สุดคือหมุนเวียนทำทั้งสองอย่างเป็นรายสัปดาห์
เมื่อมีส่วนที่ฟังไม่ทันมาก ควรรับมืออย่างไร?
ลดความเร็วในการเล่นเหลือ 0.75-0.9 เท่า เล่นแบ่งเป็นช่วงเพื่อดึงคำสำคัญ → ตรวจสอบด้วยคำบรรยายภาษาอังกฤษ → ลองใหม่อีกครั้งโดยปิดคำบรรยาย ทำวงจรนี้ซ้ำๆ
ควรเขียนสรุปเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย?
เริ่มจากภาษาไทยเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างก่อน จากนั้นลองท้าทายสรุปความยาว 100-120 คำเป็นภาษาอังกฤษ ควรใช้คำเชื่อมเชิงตรรกะที่แสดงเหตุผลและการเปรียบเทียบเสมอ
เคล็ดลับในการจดบันทึกคืออะไร?
ไม่จำเป็นต้องเขียนทั้งหมด ให้จดเป็นข้อๆ 4 ประเด็น ได้แก่ ข้อโต้แย้ง เหตุผล ตัวอย่าง และบทสรุปของผู้พูด ทำเครื่องหมายที่คำนามเฉพาะ ตัวเลข และคำเปลี่ยนความ
วิธีผสมผสานกับข้อสอบจำลองคืออะไร?
สัปดาห์ละครั้งให้ทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันด้วยข้อสอบจำลอง IELTS วิเคราะห์ข้อที่ตอบผิดเพื่อระบุจุดอ่อน (ตัวเลข/ชื่อสถานที่/คำเปลี่ยนคำ เป็นต้น) แล้วนำไปสะท้อนในการเลือก TED สัปดาห์ถัดไป
เทคนิคที่ช่วยให้ผู้เริ่มต้นทำต่อเนื่องได้คืออะไร?
แบ่งระดับความยากในหัวข้อเดียวกัน (Talk สั้น → Talk ยาวที่เกี่ยวข้อง) บันทึกและแสดงบันทึกการเรียน (วันที่รับชม คำศัพท์ ระดับความสำเร็จ) ให้เห็นภาพชัดเจน
จะรู้สึกถึงผลลัพธ์ภายในระยะเวลาเท่าใด?
แม้จะมีความแตกต่างในแต่ละบุคคล แต่หากทำวันละ 15 นาทีต่อเนื่อง 3-4 สัปดาห์ มักรู้สึกได้ว่า “จับประเด็นสำคัญได้ง่ายขึ้น” หรือ “สังเกตคำเปลี่ยนคำได้”
สามารถเรียนได้ครบวงจรโดยไม่มีค่าใช้จ่ายไหม?
สามารถรับชมได้ฟรีทั้งบนเว็บไซต์ทางการของ TED และ YouTube สามารถใช้สคริปต์ได้เช่นกัน จึงสามารถเรียนต่อไปได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เรียนด้วยสมาร์ทโฟนได้ไหม?
ได้ ควรแบ่งใช้งาน โดยใช้เวลาว่างสั้นๆ สำหรับตรวจสอบด้วยคำบรรยายและทบทวนคำศัพท์ ส่วนเวลาที่มีมากพอให้ใช้คอมพิวเตอร์ทำการเขียนตามคำบอก
จุดตรวจสอบที่เชื่อมโยงตรงสู่วันสอบจริงคืออะไร?
3 จุด ได้แก่ ตัวเลข・คำนามเฉพาะ・วันที่, คำเปลี่ยนคำ (synonyms/paraphrase), คำเปลี่ยนความ (however/whereas) ควรตรวจสอบตัวเองทุกครั้งหลังรับชม
เกณฑ์การหยุดเรียนหรือเปลี่ยนเนื้อหาคืออะไร?
เมื่อบรรลุอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ในการฟัง Talk เดิม: มีคำที่ไม่รู้ไม่เกิน 3 คำ, สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ 100 คำ, หรือเข้าใจได้ 80% โดยไม่มีคำบรรยาย ให้ไปยัง Talk ถัดไป
มีประโยชน์ต่อ Speaking และ Writing ด้วยไหม?
มีประโยชน์ สามารถยืมการดำเนินเรื่องเชิงตรรกะและคำศัพท์คุณภาพดีมาใช้กับคำตอบทั้งแบบพูดและแบบเขียนได้โดยตรง สำนวนที่ต้องการใช้ควรฝึกใช้งานด้วยประโยคตัวอย่างของตัวเองเสมอ
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง