

ใน IELTS Listening จะมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลายปรากฏอยู่ในข้อสอบ ไม่ใช่เพียงสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษที่คุ้นหูกันทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีสำเนียงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดาปะปนอยู่ในโจทย์ด้วย ซึ่งในบรรดาสำเนียงเหล่านี้ สำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย คือสิ่งที่ผู้เข้าสอบชาวไทยมักรู้สึกว่าฟังยากเป็นพิเศษ
ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น การออกเสียงสระที่ต่างออกไป การเปล่งเสียงสูงขึ้นท้ายประโยค รวมถึงการใช้คำย่อและคำสแลงในชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ แม้แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษอยู่แล้ว เมื่อได้ยินสำเนียงออสเตรเลียก็มักจะเจอกำแพงอย่าง “ฟังไม่ออก” หรือ “เป็นคำที่รู้จักแต่กลับฟังไม่เข้าใจ” ได้ง่าย
แต่ในทางกลับกัน นั่นหมายความว่าหากสามารถทำความคุ้นเคยกับสำเนียงออสเตรเลียได้ ก็จะช่วยฝึกหูให้รับมือกับสำเนียงอื่น ๆ ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้ว หากตั้งเป้าหมายทำคะแนน IELTS ให้ได้สูง (Band 7 ขึ้นไป) การก้าวข้ามกำแพงเรื่องสำเนียงถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่ง
คู่มือนี้จะสรุปลักษณะเฉพาะของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย พร้อมแนะนำรูปแบบข้อสอบที่พบใน IELTS Listening และวิธีฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าตอนนี้จะยังรู้สึกไม่ถนัดกับสำเนียงนี้ แต่หากฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถคุ้นเคยได้อย่างแน่นอน ลองนำไปปรับใช้กับการเรียนของคุณได้เลย
ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย (Australian English) มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษ และปรากฏบ่อยครั้งใน IELTS Listening ด้วย เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกว่า “ฟังไม่ออก” ก็มาจากความแตกต่างของสำเนียงนี้เอง มาเริ่มต้นด้วยการสรุปลักษณะเด่นของสำเนียงนี้กันก่อน
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย เสียงสระจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น
ความเพี้ยนของเสียงสระนี้เองที่เป็นสาเหตุให้แม้แต่คำที่รู้จักดีก็ยังฟังไม่ออก
เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียก็มีแนวโน้มเป็นแบบ non-rhotic คือไม่ออกเสียง “r” ท้ายคำอย่างชัดเจน
หากคุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันมาก่อน การที่เสียง “r” แผ่วลงอาจทำให้ได้ยินคำนั้นแตกต่างไปจากที่รู้จัก
ลักษณะเด่นอีกอย่างของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียคือ การเปล่งเสียงสูงขึ้นท้ายประโยค ซึ่งเรียกว่า “High Rising Terminal (HRT)” แม้จะไม่ใช่ประโยคคำถามก็ตาม เสียงท้ายประโยคก็ยังสูงขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยอาจเข้าใจผิดคิดว่ากำลังถูกถามคำถามอยู่
ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมักใช้คำย่อในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง และคำเหล่านี้ก็ปรากฏใน IELTS Listening ได้เช่นกัน
หากไม่รู้จักคำสแลงเหล่านี้ ก็อาจทำความเข้าใจเนื้อหาของบทสนทนาได้ยาก
แม้จะเป็นคำเดียวกัน แต่ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียกับแบบอเมริกัน/อังกฤษก็อาจออกเสียงต่างกัน
แม้จะเป็นความแตกต่างเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลต่อความยากในการฟังได้เช่นกัน
จุดสำคัญก้าวแรกของการทำความเข้าใจภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียคือ “การรู้จักลักษณะเฉพาะของการออกเสียง” ในช่วงแรกอาจรู้สึกสับสน แต่หากฟังโดยตระหนักถึงลักษณะเหล่านี้ ก็จะค่อย ๆ คุ้นเคยขึ้นเรื่อย ๆ
ใน IELTS Listening จะมีหลายสำเนียงปรากฏอยู่ในข้อสอบ รวมถึงสำเนียงออสเตรเลียด้วย โดยเฉพาะสำเนียงออสเตรเลียมักปรากฏใน บทสนทนาในชีวิตประจำวันและฉากการใช้บริการต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เข้าสอบมักสะดุด ในบทนี้จะอธิบายจุดที่ควรระวังในแต่ละฉากทั่วไป
ฉากที่พบบ่อยที่สุดคือบทสนทนาเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัยหรือระหว่างเพื่อน
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย บทสนทนาลักษณะนี้มักมีคำย่อและคำสแลงปรากฏบ่อยครั้ง เช่น “Let’s meet in the arvo” (มาเจอกันตอนบ่ายกันเถอะ) เนื่องจากเป็นสำนวนที่ไม่ค่อยได้ยินในการเรียนทั่วไป จึงเป็นฉากที่มักทำให้สับสนได้ง่าย
ใน Part 1 ของการฟัง มักออกบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับบริการต่าง ๆ
ในขณะนี้ ข้อสอบอาจให้ ยืนยันการสะกดที่อยู่ ชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ หากไม่คุ้นเคยกับการออกเสียงแบบออสเตรเลีย ก็มักจะฟังตัวเลขและตัวอักษรผิดพลาดได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ใน Part 3 และ Part 4 ของ IELTS Listening จะมีเนื้อหาทางวิชาการ เช่น การบรรยายในมหาวิทยาลัยหรือการนำเสนองานวิจัยปรากฏขึ้น หากผู้บรรยายเป็นเจ้าของภาษาสำเนียงออสเตรเลีย น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์จะดำเนินไปตลอดการบรรยาย ทำให้ต้อง
ประกาศที่สนามบิน ข้อมูลท่องเที่ยว และโฆษณาต่าง ๆ ก็ปรากฏในข้อสอบ Listening เช่นกัน เนื่องจากออสเตรเลียมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่รุ่งเรือง จึงอาจมีการพูดในสไตล์ไกด์นำเที่ยวปรากฏอยู่ในโจทย์ด้วย ความเร็วในการพูดค่อนข้างสูงและมักได้ยินเพียงครั้งเดียว การฝึกจดบันทึกไปพร้อมกับการฟังจึงมีประสิทธิภาพมาก
จุดสำคัญภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมักปรากฏใน บทสนทนาในชีวิตประจำวันและฉากการใช้บริการ เป็นพิเศษ การฝึกฟังในหมวดนี้อย่างเข้มข้นจึงเป็นทางลัดสู่คะแนนสูงใน IELTS
แม้ในตอนแรกสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจะฟังยาก แต่หากฝึกฝนอย่างมีจุดมุ่งหมาย ก็จะสามารถคุ้นเคยได้อย่างแน่นอน ในบทนี้จะแนะนำวิธีรับมือที่ใช้ได้จริงสำหรับ IELTS Listening
ผู้ที่คุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษเป็นหลักในการเรียนทั่วไป ควรเริ่มต้นด้วยการนำ สื่อเสียงจากออสเตรเลีย มาใช้ในการฝึกฝนก่อน
การฟังสื่อเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยให้หูคุ้นเคยไปโดยธรรมชาติ
การจะคุ้นเคยกับเสียงสระและน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย การฝึก เขียนตามคำบอก (Dictation) และ การฝึกพูดเลียนแบบ (Shadowing) มีประสิทธิภาพมาก
หากทำซ้ำแบบนี้ ทั้งความสามารถในการฟังและความเข้าใจในการออกเสียงจะพัฒนาไปพร้อมกัน
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย มีคำศัพท์บางคำที่ออกเสียงต่างไปจากที่คุ้นเคยในการเรียนทั่วไป แนะนำให้จดคำเหล่านี้เป็นรายการเพื่อจดจำ
หากรู้จักคำเหล่านี้ล่วงหน้า ก็จะป้องกันความสับสนระหว่างการสอบว่า “นี่เป็นคำที่ไม่รู้จักหรือเปล่า” ได้
แม้จะฟังภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียออกแล้ว แต่ในสถานการณ์จริงที่มีความเร็วสูงและได้ยินเพียงครั้งเดียว ก็ยังมีโอกาสเสียคะแนนได้ง่าย ดังนั้นควรใช้ข้อสอบจำลองจากชุด Cambridge IELTS หรือ IELTS Liz, IELTS Podcast เพื่อฝึกฝนภายใต้เงื่อนไขเวลาที่จำกัด
หากพยายามเอาชนะทีเดียวทั้งหมด ก็มักจะท้อแท้ได้ง่าย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้าง นิสัยฟังภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียแม้เพียงวันละ 10 นาที เพียงแค่เปิดฟังข่าวเช้าผ่าน ๆ ก็มีประสิทธิภาพแล้ว
จุดสำคัญภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจะแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับว่า “มีความรู้สึกไม่ถนัด” หรือไม่ ในช่วงแรกแม้จะฟังไม่ออกก็อย่าเพิ่งท้อ การสั่งสมการฝึกฝนเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
การจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ไม่ใช่แค่การทำแบบฝึกหัดเท่านั้น แต่ยังต้องหมั่นสัมผัสกับ “เสียงจริง” ในชีวิตประจำวันด้วย ในบทนี้จะแนะนำวิธีปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการฟัง
นอกจากการเรียนแบบจริงจังแล้ว การสัมผัสภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียอย่างสนุกสนานก็มีประสิทธิภาพเช่นกัน
ซีรีส์ออสเตรเลียแนวยาวเหล่านี้มีบทสนทนาในชีวิตประจำวันและชีวิตนักศึกษาปรากฏอยู่มาก ซึ่งใกล้เคียงกับฉากใน IELTS จึงแนะนำเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน YouTube มี Vlog ชีวิตประจำวันของชาวออสเตรเลียและช่องเรียนภาษาอังกฤษมากมาย สามารถฟังภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียตามธรรมชาติได้ในหัวข้อที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรม ทำให้เรียนต่อเนื่องได้โดยไม่เบื่อ
เมื่อรับชมวิดีโอหรือข่าว ให้เปิด คำบรรยายอัตโนมัติ (คำบรรยายภาษาอังกฤษ) แล้วเทียบกับสิ่งที่ตัวเองฟังได้กับคำตอบที่ถูกต้อง
การทำซ้ำแบบนี้จะช่วยให้สามารถแก้ไขจุดอ่อนเรื่องเสียงหรือนิสัยการออกเสียงได้อย่างมีสติ
การไม่ใช่แค่ฟังแต่ลองออกเสียงตามด้วยจะช่วยให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น การ “ออกเสียงเลียนแบบ” น้ำเสียงและเสียงสระที่เป็นเอกลักษณ์ของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย จะช่วยยกระดับทักษะการฟังโดยรวม การฝึก Shadowing มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในจุดนี้
ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีคำสแลงที่เป็นเอกลักษณ์อยู่มากมาย แทนที่จะท่องจำแบบสมุดคำศัพท์ การจดจำแบบเล่นสนุก ๆ จะช่วยให้ต่อเนื่องได้นานกว่า
หากเข้าใจคำสแลง เมื่อได้ยินคำนั้นปรากฏขึ้นกะทันหันระหว่างการฟัง ก็จะไม่ตื่นตระหนก
จุดสำคัญกุญแจของการฝึกฝนคือ “ความสนุกสนาน” และ “ความต่อเนื่อง” การผสมผสานซีรีส์ YouTube และการใช้คำบรรยายเข้าด้วยกัน จะช่วยให้หูคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แม้จะฝึกฟังมามากแล้ว แต่เมื่อถึงวันสอบจริง ความตึงเครียดและความรีบร้อนอาจทำให้พลาดฟังบางส่วนไปได้ โดยเฉพาะสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่รู้สึกว่า “ต่างจากที่คุ้นเคย” มักทำให้สมาธิเสียได้ง่าย จึงควรตระหนักถึงการเตรียมใจระหว่างสอบดังต่อไปนี้
หากมีความคิดฝังหัวว่า “เพราะเป็นภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจึงยาก” ก็อาจยิ่งฟังยากขึ้น IELTS ไม่ใช่ข้อสอบที่วัดความเข้าใจสำเนียง แต่เป็นข้อสอบที่วัดความสามารถในการจับข้อมูลให้ถูกต้อง อย่าให้การออกเสียงมากวนใจ และตั้งใจฟัง คำสำคัญ (ตัวเลข ชื่อเฉพาะ Signal Word)
หากระหว่างสอบมัวแต่คิดว่า “คำที่เพิ่งได้ยินคืออะไรนะ” ก็อาจทำให้พลาดฟังเนื้อหาถัดไปทั้งหมด คำที่ฟังไม่เข้าใจให้ปล่อยผ่านไปก่อน แล้วให้ความสำคัญกับการเดาความหมายจากบริบทแทน
ใน IELTS Listening ลำดับคำถามและลำดับเสียงที่ได้ยินจะสอดคล้องกัน ดังนั้นหากฟังพร้อมกับคาดเดาว่า “คำตอบของคำถามนี้กำลังจะมาถึง” ก็จะช่วยเพิ่มสมาธิและลดข้อผิดพลาดได้
ในฉากการใช้บริการมักถูกถามเรื่อง หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ และการสะกดชื่อ จึงควรทำความคุ้นเคยกับการออกเสียงตัวอักษรแบบออสเตรเลียไว้ล่วงหน้า และในวันสอบจริงให้ตั้งใจจดบันทึกอย่างละเอียดทีละคำ
เนื่องจากเสียงในการฟังจะเปิดเพียงครั้งเดียว ความรีบร้อนจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุด เมื่อรู้สึกว่าอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ให้หายใจลึก ๆ เพื่อดึงจังหวะกลับคืนมา
จุดสำคัญในวันสอบจริง เป้าหมายไม่ใช่ “การเข้าใจสำเนียง” แต่เป็น “การจับข้อมูลให้ถูกต้องแม่นยำ” การละทิ้งความรู้สึกไม่ถนัดและเข้าสู่การสอบด้วยท่าทีสงบ จะนำไปสู่คะแนนที่สูงขึ้น
ใน IELTS Listening นอกจากสำเนียงอเมริกันและอังกฤษแล้ว ยังมีสำเนียงที่หลากหลายปรากฏขึ้น รวมถึงสำเนียงออสเตรเลียด้วย ในบรรดาสำเนียงเหล่านี้ ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงของเสียงสระและน้ำเสียงท้ายประโยคที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีคำย่อและคำสแลงจำนวนมาก จึงมักเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับผู้เข้าสอบชาวไทย
แต่นี่ไม่ใช่กำแพงที่เอาชนะไม่ได้เลย หากทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะและฝึกฝนโดยใช้สื่อการเรียนและสื่อในชีวิตประจำวัน ก็จะสามารถคุ้นเคยได้ทีละน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หากตระหนักถึงขั้นตอนเหล่านี้ ทักษะการฟังก็จะพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน
ในช่วงแรกภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียอาจฟังยาก แต่เมื่อคุ้นเคยแล้ว ก็จะสามารถเข้าใจสำเนียงอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่นขึ้นด้วย กล่าวคือ การเตรียมตัวรับมือกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียคือ โอกาสทองในการยกระดับทักษะการฟังโดยรวมของ IELTS
การสั่งสมการฝึกฝนเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันจะนำไปสู่ความมั่นใจในวันสอบจริง ลองนำวิธีการที่แนะนำในบทความนี้ไปปรับใช้ เพื่อก้าวข้ามภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและมุ่งสู่คะแนน IELTS Listening ที่สูงขึ้น
เหตุใดภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจึงยากใน IELTS Listening?
ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีเสียงสระที่เป็นเอกลักษณ์ (เช่น “mate” ออกเสียงใกล้เคียง “ไมท์”) การออกเสียงแบบ non-rhotic ที่ไม่เน้นเสียง “r” ท้ายคำ น้ำเสียงที่สูงขึ้นท้ายประโยค (High Rising Terminal) รวมถึงคำย่อและคำสแลงในชีวิตประจำวัน (เช่น arvo = ช่วงบ่าย, brekkie = อาหารเช้า) เมื่อรวมกันแล้วจึงมักเกิดสถานการณ์ “รู้จักคำนี้แต่กลับฟังไม่ออก” และอาจส่งผลต่อการตอบคำถามในวันสอบจริงได้
จำเป็นต้องมีสำเนียงออสเตรเลียปรากฏในข้อสอบเสมอหรือไม่?
IELTS ถูกออกแบบมาให้มีสำเนียงภาษาอังกฤษหลายแบบ (อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา แคนาดา ฯลฯ) ปรากฏอย่างสมดุล แม้จะไม่ได้มีสำเนียงออสเตรเลียปรากฏทุกครั้ง แต่ก็ปรากฏบ่อยครั้งพอสมควร จึงควรเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้า
จะฝึกฝนอย่างไรให้คุ้นเคยกับเสียงสระและจังหวะ?
เสียงสระ: จดรายการคำศัพท์ตัวแทน เช่น “day” “mate” “dance” “data” “vitamin” “schedule” แล้วฝึก Dictation และ Shadowing ซ้ำ ๆ จังหวะและน้ำเสียง: เลียนแบบน้ำเสียงที่สูงขึ้นท้ายประโยคแม้ในประโยคบอกเล่า แล้วออกเสียงตาม การเชื่อมเสียงและคำย่อ: ฝึกฟังคำย่อ เช่น “going to → gonna” “did you → didja” อย่างตั้งใจ
รูปแบบข้อสอบใดที่มักได้รับผลกระทบจากสำเนียงมากที่สุด?
การกรอกฟอร์ม: ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ การยืนยันการสะกด คำถามตอบสั้น: กรณีฟังคำผิดเนื่องจากความแตกต่างของเสียงสระ คำถามแบบเลือกตอบ: ตัวเลือกและตัวลวงที่พูดด้วยความเร็วสูง
จะรับมือกับการยืนยันการสะกดและตัวอักษรอย่างไร?
ในฉากการจองทางโทรศัพท์หรือการกรอกฟอร์ม มักมีโจทย์ที่ต้องฟังตัวอักษร ควรทำความคุ้นเคยกับการอ่านตัวอักษรแบบออสเตรเลีย (โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่าง “a” และ “e”) นอกจากนี้ยังควรระวังโดเมนเฉพาะของออสเตรเลียอย่าง .com.au ด้วย
การแสดงตัวเลขและวันที่มีลักษณะเฉพาะอย่างไร?
ในหมายเลขโทรศัพท์มักใช้คำว่า “double (ดับเบิล)” “triple (ทริปเปิล)” บ่อยครั้ง ส่วนวันที่มักแสดงในรูปแบบวันก่อนเดือน เช่น “the fifteenth of March” และยังมีการแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมงปรากฏด้วย
ควรจัดตารางฝึกฝนประจำวันอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ?
5 นาที: ฝึก Shadowing บทสนทนาสั้น ๆ 10–15 นาที: ฝึก Dictation ด้วยสื่อภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย 10–15 นาที: ฝึกโจทย์รูปแบบ IELTS ภายในเวลาจำกัด 3–5 นาที: ทบทวนจุดที่ฟังไม่ออกและจดบันทึกจุดอ่อน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียใดที่ควรจดจำอย่างมีประสิทธิภาพ?
คำที่ออกเสียงต่างกัน: data, schedule, garage, vitamin เป็นต้น สำนวนที่ใช้บ่อย: “no worries” “grab a seat” “should be fine” เป็นต้น คำสแลง: arvo (ช่วงบ่าย), brekkie (อาหารเช้า), uni (มหาวิทยาลัย), mozzie (ยุง)
เมื่อเจอคำที่ฟังไม่ออกควรทำอย่างไร?
เป้าหมายของ IELTS คือ “การเก็บคำตอบที่ถูกต้อง” ไม่ใช่ “การเข้าใจทั้งหมดอย่างสมบูรณ์” แม้จะมีคำที่ไม่เข้าใจก็ไม่ควรหยุดฟัง ให้ใช้ Signal Word (Firstly, However, In conclusion เป็นต้น) และคำสำคัญของคำถามเป็นตัวช่วยติดตามเนื้อหาต่อไป
ควรจดบันทึกระหว่างฟังอย่างไร?
แนะนำให้จดบันทึกตามลำดับคำถามในแนวตั้ง ใช้ลูกศรหรือสัญลักษณ์เพื่อบันทึกความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว และจดตัวเลขหรือหน่วยไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย?
หากฝึกฝนต่อเนื่องวันละประมาณ 30 นาที หูจะเริ่มคุ้นเคยภายใน 2–3 สัปดาห์ และจะฟังได้อย่างใช้งานจริงภายใน 4–6 สัปดาห์ หากตั้งเป้าหมาย Band 7 ขึ้นไป ควรฝึกฝนเฉพาะสำเนียงนี้ประมาณ 20–30 ชั่วโมงจึงจะเหมาะสม
24 ชั่วโมงก่อนสอบควรใช้เวลาอย่างไร?
ทำโจทย์รูปแบบ IELTS ที่มีเสียงผู้พูดชาวออสเตรเลียหนึ่งชุด ฝึก Dictation ประมาณ 10 นาทีเพื่อปรับหู ฝึก Shadowing บทสนทนาสั้น ๆ เพื่อปรับจังหวะ พักผ่อนให้เพียงพอ
สรุปแล้ว นิสัยใดที่ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มคะแนน?
การสัมผัสภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียทุกวัน (ข่าว วิดีโอ เสียง) ใช้ Dictation เพื่อค้นหาเสียงและเสียงสระที่เป็นจุดอ่อน ฝึกทำข้อสอบจำลองรูปแบบ IELTS อย่างสม่ำเสมอเพื่อฝึกความรู้สึกเรื่องเวลา การปฏิบัติทั้ง 3 ข้อนี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ก้าวข้ามกำแพงเรื่องสำเนียง และมุ่งสู่คะแนนสูงใน IELTS Listening ได้อย่างมั่นคง
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง