หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Listening > แนวทางเตรียมสอบ IELTS Listening: รับมือสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย
เตรียมสอบ IELTS Listening

แนวทางเตรียมสอบ IELTS Listening: รับมือสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

13 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

แนวทางเตรียมสอบ IELTS Listening: รับมือสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย
01

บทนำ

ใน IELTS Listening จะมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลายปรากฏอยู่ในข้อสอบ ไม่ใช่เพียงสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษที่คุ้นหูกันทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีสำเนียงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดาปะปนอยู่ในโจทย์ด้วย ซึ่งในบรรดาสำเนียงเหล่านี้ สำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย คือสิ่งที่ผู้เข้าสอบชาวไทยมักรู้สึกว่าฟังยากเป็นพิเศษ

ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น การออกเสียงสระที่ต่างออกไป การเปล่งเสียงสูงขึ้นท้ายประโยค รวมถึงการใช้คำย่อและคำสแลงในชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ แม้แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษอยู่แล้ว เมื่อได้ยินสำเนียงออสเตรเลียก็มักจะเจอกำแพงอย่าง “ฟังไม่ออก” หรือ “เป็นคำที่รู้จักแต่กลับฟังไม่เข้าใจ” ได้ง่าย

แต่ในทางกลับกัน นั่นหมายความว่าหากสามารถทำความคุ้นเคยกับสำเนียงออสเตรเลียได้ ก็จะช่วยฝึกหูให้รับมือกับสำเนียงอื่น ๆ ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้ว หากตั้งเป้าหมายทำคะแนน IELTS ให้ได้สูง (Band 7 ขึ้นไป) การก้าวข้ามกำแพงเรื่องสำเนียงถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่ง

คู่มือนี้จะสรุปลักษณะเฉพาะของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย พร้อมแนะนำรูปแบบข้อสอบที่พบใน IELTS Listening และวิธีฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าตอนนี้จะยังรู้สึกไม่ถนัดกับสำเนียงนี้ แต่หากฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถคุ้นเคยได้อย่างแน่นอน ลองนำไปปรับใช้กับการเรียนของคุณได้เลย

02

ทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย (Australian English) มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษ และปรากฏบ่อยครั้งใน IELTS Listening ด้วย เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกว่า “ฟังไม่ออก” ก็มาจากความแตกต่างของสำเนียงนี้เอง มาเริ่มต้นด้วยการสรุปลักษณะเด่นของสำเนียงนี้กันก่อน

1. การเปลี่ยนแปลงของเสียงสระ

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย เสียงสระจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น

  • mate (เพื่อน) → ออกเสียงใกล้เคียงกับ “ไมท์”
  • day (วัน) → ฟังดูคล้าย “ได”
  • pen (ปากกา) → บางครั้งออกเสียงใกล้เคียงกับ “พิน”

ความเพี้ยนของเสียงสระนี้เองที่เป็นสาเหตุให้แม้แต่คำที่รู้จักดีก็ยังฟังไม่ออก

2. เสียง “r” ที่แผ่วเบา

เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียก็มีแนวโน้มเป็นแบบ non-rhotic คือไม่ออกเสียง “r” ท้ายคำอย่างชัดเจน

  • car → ออกเสียงคล้าย “คา”
  • teacher → ออกเสียงคล้าย “ทีชเชอะ”

หากคุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันมาก่อน การที่เสียง “r” แผ่วลงอาจทำให้ได้ยินคำนั้นแตกต่างไปจากที่รู้จัก

3. การเปล่งเสียงสูงขึ้นท้ายประโยค

ลักษณะเด่นอีกอย่างของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียคือ การเปล่งเสียงสูงขึ้นท้ายประโยค ซึ่งเรียกว่า “High Rising Terminal (HRT)” แม้จะไม่ใช่ประโยคคำถามก็ตาม เสียงท้ายประโยคก็ยังสูงขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยอาจเข้าใจผิดคิดว่ากำลังถูกถามคำถามอยู่

4. คำย่อและคำสแลงที่เป็นเอกลักษณ์

ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมักใช้คำย่อในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง และคำเหล่านี้ก็ปรากฏใน IELTS Listening ได้เช่นกัน

  • arvo = afternoon (ช่วงบ่าย)
  • brekkie = breakfast (อาหารเช้า)
  • mozzie = mosquito (ยุง)
  • uni = university (มหาวิทยาลัย)

หากไม่รู้จักคำสแลงเหล่านี้ ก็อาจทำความเข้าใจเนื้อหาของบทสนทนาได้ยาก

5. ความแตกต่างของการออกเสียงคำศัพท์

แม้จะเป็นคำเดียวกัน แต่ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียกับแบบอเมริกัน/อังกฤษก็อาจออกเสียงต่างกัน

  • schedule → ออกเสียง “เชจูล” (ในอเมริกาออกเสียง “สเก็ดจูล”)
  • data → ออกเสียง “ดาต้า” (ในอเมริกาออกเสียง “เดต้า”)
  • vitamin → ออกเสียง “ไวตามิน” (ในอเมริกาออกเสียง “วิตามิน”)

แม้จะเป็นความแตกต่างเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลต่อความยากในการฟังได้เช่นกัน

จุดสำคัญก้าวแรกของการทำความเข้าใจภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียคือ “การรู้จักลักษณะเฉพาะของการออกเสียง” ในช่วงแรกอาจรู้สึกสับสน แต่หากฟังโดยตระหนักถึงลักษณะเหล่านี้ ก็จะค่อย ๆ คุ้นเคยขึ้นเรื่อย ๆ

03

ฉากที่มักปรากฏใน IELTS Listening

ใน IELTS Listening จะมีหลายสำเนียงปรากฏอยู่ในข้อสอบ รวมถึงสำเนียงออสเตรเลียด้วย โดยเฉพาะสำเนียงออสเตรเลียมักปรากฏใน บทสนทนาในชีวิตประจำวันและฉากการใช้บริการต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เข้าสอบมักสะดุด ในบทนี้จะอธิบายจุดที่ควรระวังในแต่ละฉากทั่วไป

1. บทสนทนาในชีวิตประจำวัน (บทสนทนาระหว่างนักศึกษาหรือเพื่อน)

ฉากที่พบบ่อยที่สุดคือบทสนทนาเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัยหรือระหว่างเพื่อน

  • พูดคุยเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายในชั้นเรียน
  • แนะนำเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่
  • พูดคุยเกี่ยวกับงานอดิเรกหรืองานพาร์ตไทม์

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย บทสนทนาลักษณะนี้มักมีคำย่อและคำสแลงปรากฏบ่อยครั้ง เช่น “Let’s meet in the arvo” (มาเจอกันตอนบ่ายกันเถอะ) เนื่องจากเป็นสำนวนที่ไม่ค่อยได้ยินในการเรียนทั่วไป จึงเป็นฉากที่มักทำให้สับสนได้ง่าย

2. ฉากการใช้บริการ (การจองทางโทรศัพท์ ร้านกาแฟ โรงแรม)

ใน Part 1 ของการฟัง มักออกบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับบริการต่าง ๆ

  • การจองร้านอาหาร
  • การเช็คอินเข้าพักโรงแรม
  • การสั่งเครื่องดื่มในร้านกาแฟ

ในขณะนี้ ข้อสอบอาจให้ ยืนยันการสะกดที่อยู่ ชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ หากไม่คุ้นเคยกับการออกเสียงแบบออสเตรเลีย ก็มักจะฟังตัวเลขและตัวอักษรผิดพลาดได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

3. ฉากทางวิชาการ (การบรรยายในมหาวิทยาลัยหรือการนำเสนอ)

ใน Part 3 และ Part 4 ของ IELTS Listening จะมีเนื้อหาทางวิชาการ เช่น การบรรยายในมหาวิทยาลัยหรือการนำเสนองานวิจัยปรากฏขึ้น หากผู้บรรยายเป็นเจ้าของภาษาสำเนียงออสเตรเลีย น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์จะดำเนินไปตลอดการบรรยาย ทำให้ต้อง

  • การออกเสียงคำศัพท์เฉพาะทาง
  • จำเป็นต้องตั้งใจฟังคำที่บ่งบอกทิศทางของเนื้อหา (Signal Words เช่น Firstly, However, In conclusion เป็นต้น)

4. ข้อมูลสาธารณะ (ประกาศ โฆษณา ไกด์นำเที่ยว)

ประกาศที่สนามบิน ข้อมูลท่องเที่ยว และโฆษณาต่าง ๆ ก็ปรากฏในข้อสอบ Listening เช่นกัน เนื่องจากออสเตรเลียมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่รุ่งเรือง จึงอาจมีการพูดในสไตล์ไกด์นำเที่ยวปรากฏอยู่ในโจทย์ด้วย ความเร็วในการพูดค่อนข้างสูงและมักได้ยินเพียงครั้งเดียว การฝึกจดบันทึกไปพร้อมกับการฟังจึงมีประสิทธิภาพมาก

จุดสำคัญภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมักปรากฏใน บทสนทนาในชีวิตประจำวันและฉากการใช้บริการ เป็นพิเศษ การฝึกฟังในหมวดนี้อย่างเข้มข้นจึงเป็นทางลัดสู่คะแนนสูงใน IELTS

04

วิธีรับมือ

แม้ในตอนแรกสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจะฟังยาก แต่หากฝึกฝนอย่างมีจุดมุ่งหมาย ก็จะสามารถคุ้นเคยได้อย่างแน่นอน ในบทนี้จะแนะนำวิธีรับมือที่ใช้ได้จริงสำหรับ IELTS Listening

1. ใช้สื่อการเรียนภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

ผู้ที่คุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษเป็นหลักในการเรียนทั่วไป ควรเริ่มต้นด้วยการนำ สื่อเสียงจากออสเตรเลีย มาใช้ในการฝึกฝนก่อน

  • ABC News Australia (รายการข่าว)
  • SBS Radio / Podcasts (สามารถฟังหัวข้อที่หลากหลายผ่านพอดแคสต์)
  • สื่อการสอนอย่างเป็นทางการของ IELTS (ตัวอย่างเสียงที่ใกล้เคียงกับข้อสอบจริง)

การฟังสื่อเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยให้หูคุ้นเคยไปโดยธรรมชาติ

2. ฝึก Dictation และ Shadowing

การจะคุ้นเคยกับเสียงสระและน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย การฝึก เขียนตามคำบอก (Dictation) และ การฝึกพูดเลียนแบบ (Shadowing) มีประสิทธิภาพมาก

  • ใช้ Dictation ตรวจสอบว่า “เสียงใดที่ฟังไม่ออก”
  • ใช้ Shadowing เพื่อเลียนแบบ “จังหวะและน้ำเสียงเดียวกัน”

หากทำซ้ำแบบนี้ ทั้งความสามารถในการฟังและความเข้าใจในการออกเสียงจะพัฒนาไปพร้อมกัน

3. จดรายการคำศัพท์ที่ออกเสียงต่างไปจากเดิม

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย มีคำศัพท์บางคำที่ออกเสียงต่างไปจากที่คุ้นเคยในการเรียนทั่วไป แนะนำให้จดคำเหล่านี้เป็นรายการเพื่อจดจำ

  • data → “ดาต้า”
  • schedule → “เชจูล”
  • advertisement → “แอดเวอร์ไทซ์เมนท์”
  • vitamin → “ไวตามิน”

หากรู้จักคำเหล่านี้ล่วงหน้า ก็จะป้องกันความสับสนระหว่างการสอบว่า “นี่เป็นคำที่ไม่รู้จักหรือเปล่า” ได้

4. ฝึกฝนผ่านข้อสอบจำลองให้คุ้นชินกับสถานการณ์จริง

แม้จะฟังภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียออกแล้ว แต่ในสถานการณ์จริงที่มีความเร็วสูงและได้ยินเพียงครั้งเดียว ก็ยังมีโอกาสเสียคะแนนได้ง่าย ดังนั้นควรใช้ข้อสอบจำลองจากชุด Cambridge IELTS หรือ IELTS Liz, IELTS Podcast เพื่อฝึกฝนภายใต้เงื่อนไขเวลาที่จำกัด

5. ฟังทีละน้อยทุกวัน

หากพยายามเอาชนะทีเดียวทั้งหมด ก็มักจะท้อแท้ได้ง่าย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้าง นิสัยฟังภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียแม้เพียงวันละ 10 นาที เพียงแค่เปิดฟังข่าวเช้าผ่าน ๆ ก็มีประสิทธิภาพแล้ว

จุดสำคัญภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจะแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับว่า “มีความรู้สึกไม่ถนัด” หรือไม่ ในช่วงแรกแม้จะฟังไม่ออกก็อย่าเพิ่งท้อ การสั่งสมการฝึกฝนเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

05

เทคนิคการฝึกฟัง

การจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ไม่ใช่แค่การทำแบบฝึกหัดเท่านั้น แต่ยังต้องหมั่นสัมผัสกับ “เสียงจริง” ในชีวิตประจำวันด้วย ในบทนี้จะแนะนำวิธีปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการฟัง

1. เรียนรู้อย่างสนุกสนานผ่านภาพยนตร์และซีรีส์

นอกจากการเรียนแบบจริงจังแล้ว การสัมผัสภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียอย่างสนุกสนานก็มีประสิทธิภาพเช่นกัน

  • Neighbours (เนเบอร์ส)
  • Home and Away (โฮม แอนด์ อะเวย์)

ซีรีส์ออสเตรเลียแนวยาวเหล่านี้มีบทสนทนาในชีวิตประจำวันและชีวิตนักศึกษาปรากฏอยู่มาก ซึ่งใกล้เคียงกับฉากใน IELTS จึงแนะนำเป็นพิเศษ

2. ติดตาม Vlogger ชาวออสเตรเลียบน YouTube

ปัจจุบัน YouTube มี Vlog ชีวิตประจำวันของชาวออสเตรเลียและช่องเรียนภาษาอังกฤษมากมาย สามารถฟังภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียตามธรรมชาติได้ในหัวข้อที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรม ทำให้เรียนต่อเนื่องได้โดยไม่เบื่อ

3. ใช้คำบรรยายอัตโนมัติเพื่อแก้ไขจุดที่ฟังผิด

เมื่อรับชมวิดีโอหรือข่าว ให้เปิด คำบรรยายอัตโนมัติ (คำบรรยายภาษาอังกฤษ) แล้วเทียบกับสิ่งที่ตัวเองฟังได้กับคำตอบที่ถูกต้อง

  • ฟังครั้งแรกแล้วจับใจความด้วยตัวเอง
  • ตรวจคำตอบด้วยคำบรรยาย
  • เปิดฟังซ้ำเฉพาะส่วนที่ฟังไม่ออก

การทำซ้ำแบบนี้จะช่วยให้สามารถแก้ไขจุดอ่อนเรื่องเสียงหรือนิสัยการออกเสียงได้อย่างมีสติ

4. เชื่อมโยงการฟังกับการพูด

การไม่ใช่แค่ฟังแต่ลองออกเสียงตามด้วยจะช่วยให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น การ “ออกเสียงเลียนแบบ” น้ำเสียงและเสียงสระที่เป็นเอกลักษณ์ของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย จะช่วยยกระดับทักษะการฟังโดยรวม การฝึก Shadowing มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในจุดนี้

5. จดจำคำสแลงแบบเล่นเกม

ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีคำสแลงที่เป็นเอกลักษณ์อยู่มากมาย แทนที่จะท่องจำแบบสมุดคำศัพท์ การจดจำแบบเล่นสนุก ๆ จะช่วยให้ต่อเนื่องได้นานกว่า

  • “arvo” (ช่วงบ่าย)
  • “brekkie” (อาหารเช้า)
  • “footy” (ฟุตบอล)

หากเข้าใจคำสแลง เมื่อได้ยินคำนั้นปรากฏขึ้นกะทันหันระหว่างการฟัง ก็จะไม่ตื่นตระหนก

จุดสำคัญกุญแจของการฝึกฝนคือ “ความสนุกสนาน” และ “ความต่อเนื่อง” การผสมผสานซีรีส์ YouTube และการใช้คำบรรยายเข้าด้วยกัน จะช่วยให้หูคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียได้อย่างเป็นธรรมชาติ

06

การเตรียมใจในวันสอบจริง

แม้จะฝึกฟังมามากแล้ว แต่เมื่อถึงวันสอบจริง ความตึงเครียดและความรีบร้อนอาจทำให้พลาดฟังบางส่วนไปได้ โดยเฉพาะสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่รู้สึกว่า “ต่างจากที่คุ้นเคย” มักทำให้สมาธิเสียได้ง่าย จึงควรตระหนักถึงการเตรียมใจระหว่างสอบดังต่อไปนี้

1. อย่าใส่ใจกับสำเนียงมากเกินไป

หากมีความคิดฝังหัวว่า “เพราะเป็นภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจึงยาก” ก็อาจยิ่งฟังยากขึ้น IELTS ไม่ใช่ข้อสอบที่วัดความเข้าใจสำเนียง แต่เป็นข้อสอบที่วัดความสามารถในการจับข้อมูลให้ถูกต้อง อย่าให้การออกเสียงมากวนใจ และตั้งใจฟัง คำสำคัญ (ตัวเลข ชื่อเฉพาะ Signal Word)

2. คำที่ฟังไม่ออกให้ปล่อยผ่าน

หากระหว่างสอบมัวแต่คิดว่า “คำที่เพิ่งได้ยินคืออะไรนะ” ก็อาจทำให้พลาดฟังเนื้อหาถัดไปทั้งหมด คำที่ฟังไม่เข้าใจให้ปล่อยผ่านไปก่อน แล้วให้ความสำคัญกับการเดาความหมายจากบริบทแทน

3. มุ่งความสนใจไปยังจุดที่คำตอบน่าจะปรากฏ

ใน IELTS Listening ลำดับคำถามและลำดับเสียงที่ได้ยินจะสอดคล้องกัน ดังนั้นหากฟังพร้อมกับคาดเดาว่า “คำตอบของคำถามนี้กำลังจะมาถึง” ก็จะช่วยเพิ่มสมาธิและลดข้อผิดพลาดได้

4. ใส่ใจตัวเลขและการสะกดคำเป็นพิเศษ

ในฉากการใช้บริการมักถูกถามเรื่อง หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ และการสะกดชื่อ จึงควรทำความคุ้นเคยกับการออกเสียงตัวอักษรแบบออสเตรเลียไว้ล่วงหน้า และในวันสอบจริงให้ตั้งใจจดบันทึกอย่างละเอียดทีละคำ

5. ฟังอย่างใจเย็นโดยไม่รีบร้อน

เนื่องจากเสียงในการฟังจะเปิดเพียงครั้งเดียว ความรีบร้อนจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุด เมื่อรู้สึกว่าอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ให้หายใจลึก ๆ เพื่อดึงจังหวะกลับคืนมา

จุดสำคัญในวันสอบจริง เป้าหมายไม่ใช่ “การเข้าใจสำเนียง” แต่เป็น “การจับข้อมูลให้ถูกต้องแม่นยำ” การละทิ้งความรู้สึกไม่ถนัดและเข้าสู่การสอบด้วยท่าทีสงบ จะนำไปสู่คะแนนที่สูงขึ้น

07

สรุป

ใน IELTS Listening นอกจากสำเนียงอเมริกันและอังกฤษแล้ว ยังมีสำเนียงที่หลากหลายปรากฏขึ้น รวมถึงสำเนียงออสเตรเลียด้วย ในบรรดาสำเนียงเหล่านี้ ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงของเสียงสระและน้ำเสียงท้ายประโยคที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีคำย่อและคำสแลงจำนวนมาก จึงมักเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับผู้เข้าสอบชาวไทย

แต่นี่ไม่ใช่กำแพงที่เอาชนะไม่ได้เลย หากทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะและฝึกฝนโดยใช้สื่อการเรียนและสื่อในชีวิตประจำวัน ก็จะสามารถคุ้นเคยได้ทีละน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ทำความรู้จักลักษณะเฉพาะของภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย
  • ฝึกฝนโดยเน้นบทสนทนาในชีวิตประจำวันและฉากการใช้บริการ
  • ฝึกหูด้วย Dictation และ Shadowing
  • สัมผัสอย่างสนุกสนานผ่านภาพยนตร์และ YouTube
  • ในวันสอบจริงให้ตั้งใจฟังคำสำคัญโดยไม่รีบร้อน

หากตระหนักถึงขั้นตอนเหล่านี้ ทักษะการฟังก็จะพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน

ในช่วงแรกภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียอาจฟังยาก แต่เมื่อคุ้นเคยแล้ว ก็จะสามารถเข้าใจสำเนียงอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่นขึ้นด้วย กล่าวคือ การเตรียมตัวรับมือกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียคือ โอกาสทองในการยกระดับทักษะการฟังโดยรวมของ IELTS

การสั่งสมการฝึกฝนเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันจะนำไปสู่ความมั่นใจในวันสอบจริง ลองนำวิธีการที่แนะนำในบทความนี้ไปปรับใช้ เพื่อก้าวข้ามภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและมุ่งสู่คะแนน IELTS Listening ที่สูงขึ้น

08

FAQ: การรับมือสำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

เหตุใดภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียจึงยากใน IELTS Listening?

ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียมีเสียงสระที่เป็นเอกลักษณ์ (เช่น “mate” ออกเสียงใกล้เคียง “ไมท์”) การออกเสียงแบบ non-rhotic ที่ไม่เน้นเสียง “r” ท้ายคำ น้ำเสียงที่สูงขึ้นท้ายประโยค (High Rising Terminal) รวมถึงคำย่อและคำสแลงในชีวิตประจำวัน (เช่น arvo = ช่วงบ่าย, brekkie = อาหารเช้า) เมื่อรวมกันแล้วจึงมักเกิดสถานการณ์ “รู้จักคำนี้แต่กลับฟังไม่ออก” และอาจส่งผลต่อการตอบคำถามในวันสอบจริงได้

จำเป็นต้องมีสำเนียงออสเตรเลียปรากฏในข้อสอบเสมอหรือไม่?

IELTS ถูกออกแบบมาให้มีสำเนียงภาษาอังกฤษหลายแบบ (อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา แคนาดา ฯลฯ) ปรากฏอย่างสมดุล แม้จะไม่ได้มีสำเนียงออสเตรเลียปรากฏทุกครั้ง แต่ก็ปรากฏบ่อยครั้งพอสมควร จึงควรเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้า

จะฝึกฝนอย่างไรให้คุ้นเคยกับเสียงสระและจังหวะ?

เสียงสระ: จดรายการคำศัพท์ตัวแทน เช่น “day” “mate” “dance” “data” “vitamin” “schedule” แล้วฝึก Dictation และ Shadowing ซ้ำ ๆ จังหวะและน้ำเสียง: เลียนแบบน้ำเสียงที่สูงขึ้นท้ายประโยคแม้ในประโยคบอกเล่า แล้วออกเสียงตาม การเชื่อมเสียงและคำย่อ: ฝึกฟังคำย่อ เช่น “going to → gonna” “did you → didja” อย่างตั้งใจ

รูปแบบข้อสอบใดที่มักได้รับผลกระทบจากสำเนียงมากที่สุด?

การกรอกฟอร์ม: ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ การยืนยันการสะกด คำถามตอบสั้น: กรณีฟังคำผิดเนื่องจากความแตกต่างของเสียงสระ คำถามแบบเลือกตอบ: ตัวเลือกและตัวลวงที่พูดด้วยความเร็วสูง

จะรับมือกับการยืนยันการสะกดและตัวอักษรอย่างไร?

ในฉากการจองทางโทรศัพท์หรือการกรอกฟอร์ม มักมีโจทย์ที่ต้องฟังตัวอักษร ควรทำความคุ้นเคยกับการอ่านตัวอักษรแบบออสเตรเลีย (โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่าง “a” และ “e”) นอกจากนี้ยังควรระวังโดเมนเฉพาะของออสเตรเลียอย่าง .com.au ด้วย

การแสดงตัวเลขและวันที่มีลักษณะเฉพาะอย่างไร?

ในหมายเลขโทรศัพท์มักใช้คำว่า “double (ดับเบิล)” “triple (ทริปเปิล)” บ่อยครั้ง ส่วนวันที่มักแสดงในรูปแบบวันก่อนเดือน เช่น “the fifteenth of March” และยังมีการแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมงปรากฏด้วย

ควรจัดตารางฝึกฝนประจำวันอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ?

5 นาที: ฝึก Shadowing บทสนทนาสั้น ๆ 10–15 นาที: ฝึก Dictation ด้วยสื่อภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย 10–15 นาที: ฝึกโจทย์รูปแบบ IELTS ภายในเวลาจำกัด 3–5 นาที: ทบทวนจุดที่ฟังไม่ออกและจดบันทึกจุดอ่อน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียใดที่ควรจดจำอย่างมีประสิทธิภาพ?

คำที่ออกเสียงต่างกัน: data, schedule, garage, vitamin เป็นต้น สำนวนที่ใช้บ่อย: “no worries” “grab a seat” “should be fine” เป็นต้น คำสแลง: arvo (ช่วงบ่าย), brekkie (อาหารเช้า), uni (มหาวิทยาลัย), mozzie (ยุง)

เมื่อเจอคำที่ฟังไม่ออกควรทำอย่างไร?

เป้าหมายของ IELTS คือ “การเก็บคำตอบที่ถูกต้อง” ไม่ใช่ “การเข้าใจทั้งหมดอย่างสมบูรณ์” แม้จะมีคำที่ไม่เข้าใจก็ไม่ควรหยุดฟัง ให้ใช้ Signal Word (Firstly, However, In conclusion เป็นต้น) และคำสำคัญของคำถามเป็นตัวช่วยติดตามเนื้อหาต่อไป

ควรจดบันทึกระหว่างฟังอย่างไร?

แนะนำให้จดบันทึกตามลำดับคำถามในแนวตั้ง ใช้ลูกศรหรือสัญลักษณ์เพื่อบันทึกความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว และจดตัวเลขหรือหน่วยไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย?

หากฝึกฝนต่อเนื่องวันละประมาณ 30 นาที หูจะเริ่มคุ้นเคยภายใน 2–3 สัปดาห์ และจะฟังได้อย่างใช้งานจริงภายใน 4–6 สัปดาห์ หากตั้งเป้าหมาย Band 7 ขึ้นไป ควรฝึกฝนเฉพาะสำเนียงนี้ประมาณ 20–30 ชั่วโมงจึงจะเหมาะสม

24 ชั่วโมงก่อนสอบควรใช้เวลาอย่างไร?

ทำโจทย์รูปแบบ IELTS ที่มีเสียงผู้พูดชาวออสเตรเลียหนึ่งชุด ฝึก Dictation ประมาณ 10 นาทีเพื่อปรับหู ฝึก Shadowing บทสนทนาสั้น ๆ เพื่อปรับจังหวะ พักผ่อนให้เพียงพอ

สรุปแล้ว นิสัยใดที่ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มคะแนน?

การสัมผัสภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียทุกวัน (ข่าว วิดีโอ เสียง) ใช้ Dictation เพื่อค้นหาเสียงและเสียงสระที่เป็นจุดอ่อน ฝึกทำข้อสอบจำลองรูปแบบ IELTS อย่างสม่ำเสมอเพื่อฝึกความรู้สึกเรื่องเวลา การปฏิบัติทั้ง 3 ข้อนี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ก้าวข้ามกำแพงเรื่องสำเนียง และมุ่งสู่คะแนนสูงใน IELTS Listening ได้อย่างมั่นคง

แนวทางเตรียมสอบและวิธีเรียน IELTS Listening: คู่มือรวม IELTS Listening ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือรวมการเตรียมสอบและสอบ IELTS – เทคนิคพิชิตข้อสอบและวิธีเรียนฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง