หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Reading > เตรียมสอบ IELTS Reading: คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ พร้อมตัวอย่างข้อสอบ
เตรียมสอบ IELTS Reading

เตรียมสอบ IELTS Reading: คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ พร้อมตัวอย่างข้อสอบ

9 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เตรียมสอบ IELTS Reading: คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ พร้อมตัวอย่างข้อสอบ
01

บทนำ

ใน IELTS Reading บทความที่มีหัวข้อเชิงวิชาการปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะหัวข้อ “สิ่งแวดล้อม” และ “วิทยาศาสตร์” ที่ออกสอบในอัตราสูง จึงเป็นหัวข้อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากต้องการเพิ่มคะแนน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือทฤษฎีต่างๆ ล้วนถูกนำมาใช้ซ้ำๆ ใน Reading Passage ของ IELTS ไม่ต่างจากบทความข่าวหรือวารสารวิชาการ

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ส่วนใหญ่เป็นคำเฉพาะทางที่ไม่ค่อยได้ใช้ในบทสนทนาทั่วไป หากเข้าสอบโดยไม่รู้จักคำศัพท์เหล่านี้ จะใช้เวลานานในการทำความเข้าใจเนื้อหา ทำให้ความเร็วในการตอบคำถามลดลง ในทางกลับกัน หากจัดระเบียบคำศัพท์สำคัญไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้จับใจความสำคัญของบทความได้เร็วขึ้น และเข้าใจเจตนาของโจทย์ได้ง่ายขึ้นด้วย

บทความนี้จะรวบรวมคำศัพท์ที่พบบ่อยในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งตรวจสอบการใช้งานจริงผ่านตัวอย่างประโยคและโจทย์จำลอง มาตั้งเป้าหมายไปด้วยกันว่าจะไม่หยุดแค่ “รู้จัก” คำศัพท์ แต่ต้อง “อ่านแล้วเข้าใจ” ได้จริง

02

รายการคำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์

ใน IELTS Reading คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ส่งผลโดยตรงต่อความเข้าใจในบทความ ในหัวข้อนี้ เราได้รวบรวมคำศัพท์สำคัญแยกตามหัวข้อไว้ให้แล้ว การจดจำไม่ใช่แค่ความหมายเท่านั้น แต่ควรจำไปพร้อมกับบริบทด้วย จะช่วยให้จดจำได้ติดตาทนนานยิ่งขึ้น

คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

  • sustainable (ยั่งยืน)
  • renewable energy (พลังงานหมุนเวียน)
  • conservation (การอนุรักษ์)
  • climate change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)
  • pollution (มลพิษ)
  • biodiversity (ความหลากหลายทางชีวภาพ)
  • ecosystem (ระบบนิเวศ)
  • deforestation (การตัดไม้ทำลายป่า)
  • carbon footprint (ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์)

คำศัพท์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

  • experiment (การทดลอง)
  • hypothesis (สมมติฐาน)
  • data analysis (การวิเคราะห์ข้อมูล)
  • theory (ทฤษฎี)
  • laboratory (ห้องปฏิบัติการ)
  • innovation (นวัตกรรม)
  • genetics (พันธุศาสตร์)
  • evolution (วิวัฒนาการ)
  • scientific evidence (หลักฐานทางวิทยาศาสตร์)

ประเด็นสำคัญ: คำศัพท์เหล่านี้มักถูกแทนที่ด้วยคำพ้องความหมายหรือสำนวนที่เปลี่ยนไปในบทความ จึงควรตรวจสอบ synonym (คำพ้องความหมาย) ควบคู่กันไปด้วย จะเป็นประโยชน์อย่างมาก

03

วิธีใช้คำศัพท์: ตรวจสอบผ่านตัวอย่างประโยค

สิ่งสำคัญคือการรู้ไม่เพียงแค่ความหมายของคำศัพท์ แต่ต้องรู้ด้วยว่าใช้ในประโยคจริงอย่างไร เนื่องจากใน IELTS Reading คำศัพท์มักถูกออกสอบในรูปแบบ “การเปลี่ยนสำนวน” หรือ “บริบทอื่น” จึงควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งผ่านตัวอย่างประโยค

  • Climate change is largely caused by human activities such as deforestation and the burning of fossil fuels. (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การตัดไม้ทำลายป่าและการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล)
  • The hypothesis was tested through several experiments conducted in the laboratory. (สมมติฐานดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ผ่านการทดลองหลายครั้งที่ดำเนินการในห้องปฏิบัติการ)
  • Renewable energy sources such as solar and wind power are essential for a sustainable future. (แหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่ออนาคตที่ยั่งยืน)
  • Biodiversity loss has a direct impact on ecosystems and can threaten human survival. (การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ และอาจคุกคามการอยู่รอดของมนุษยชาติ)

ประเด็นสำคัญ: ขณะอ่านตัวอย่างประโยค หากลองอ่านออกเสียงด้วยตัวเองด้วย จะช่วยให้ซึมซับลำดับประโยคและวิธีใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

04

ตัวอย่างโจทย์ IELTS Reading (จำลอง)

ใน IELTS Reading จริง คำศัพท์ในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์จะถูกแทรกอยู่ทั่วบทความ และโจทย์จะทดสอบความเข้าใจในคำศัพท์เหล่านั้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างโจทย์จำลองสั้นๆ

โจทย์ (บางส่วน) Many scientists argue that biodiversity is crucial for maintaining a balanced ecosystem. However, rapid deforestation and pollution are threatening various species across the globe. To address climate change, governments are investing more in renewable energy and conservation projects.

ตัวอย่างคำถาม

  • What do scientists believe is important for maintaining ecosystems?
  • What are the two major threats mentioned in the passage?
  • What measures are governments taking to fight climate change?

ตัวอย่างคำตอบ

  • Biodiversity
  • Deforestation and pollution
  • Investing in renewable energy and conservation projects

ประเด็นสำคัญ: คำสำคัญในบทความมักถูกถามในรูปแบบที่เปลี่ยนสำนวนหรือสรุปความในโจทย์ จึงต้องอาศัยความสามารถในการทำความเข้าใจบทความอย่างถูกต้องแม่นยำ

05

คำแนะนำในการเรียน

หากต้องการเตรียมตัวสอบ Reading ในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำวิธีเรียนดังต่อไปนี้

1. จดจำคำศัพท์พร้อมบริบท

อย่าจดจำแค่จากรายการคำศัพท์เพียงอย่างเดียว ควรเรียนรู้ในรูปแบบที่ปรากฏในตัวอย่างประโยคหรือบทความจริงเสมอ เนื่องจาก IELTS มักใช้การแทนที่ด้วยคำพ้องความหมายบ่อยครั้ง จึงควรทำความเข้าใจสำนวนที่อยู่รอบๆ ไปพร้อมกันด้วย

2. อ่านข่าวและบทความภาษาอังกฤษ

การใช้ข่าวหรือนิตยสารอย่าง BBC, National Geographic, Scientific American จะช่วยให้ได้สัมผัสกับหัวข้อและสำนวนที่มักถูกนำมาออกข้อสอบจริง

3. ฝึกฝนโดยตระหนักถึงรูปแบบโจทย์

จำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์เฉพาะของ IELTS เช่น “True/False/Not Given” “Heading Matching” “Summary Completion” เป็นต้น ควรระวังว่าคำศัพท์เดิมอาจถูกเปลี่ยนเป็นสำนวนอื่นในโจทย์

4. ฝึกสรุปความด้วยตัวเอง

การอ่านบทความสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือวิทยาศาสตร์ แล้วลองสรุปเป็นภาษาอังกฤษ 2-3 ประโยค จะเป็นการฝึกฝนให้จับคำสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญ: อย่าจบแค่การท่องจำคำศัพท์ แต่ควรตระหนักถึงขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่ “อ่าน → ทำความเข้าใจ → ตอบคำถาม” ซึ่งจะช่วยให้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ในวันสอบจริง

06

สรุป

ใน IELTS Reading หัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ถูกนำมาออกข้อสอบบ่อยครั้ง เนื่องจากหัวข้อเหล่านี้มีคำศัพท์เฉพาะทางจำนวนมาก การจดจำคำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เข้าใจบทความได้ราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • การเรียนรู้คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยคือทางลัดสู่การเพิ่มความเร็วในการเข้าใจบทความ
  • ใช้ตัวอย่างประโยคและบทความจริงเพื่อจดจำคำศัพท์พร้อมบริบท
  • ใช้โจทย์จำลองและการฝึกสรุปความเพื่อเปลี่ยนความรู้ให้เป็นความสามารถที่นำไปใช้ได้จริง

หากเสริมสร้างคลังคำศัพท์และฝึกฝนการอ่านบทความอย่างมีประสิทธิภาพซ้ำๆ ก็สามารถคาดหวังการเพิ่มขึ้นของคะแนน Reading ได้อย่างมั่นคง เริ่มทำความคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ทีละนิดตั้งแต่วันนี้กันเถอะ

07

FAQ: คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยในหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ พร้อมตัวอย่างข้อสอบ

ควรจดจำคำศัพท์หัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์มากแค่ไหน?

เริ่มต้นด้วยคำศัพท์พื้นฐานที่ออกสอบบ่อยประมาณ 200 คำ แล้วเพิ่มทีละ 20-40 คำแยกตามหัวข้อ (สิ่งแวดล้อม พลังงาน ระบบนิเวศ วิธีการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล) ควรท่องจำเป็นขั้นตอน และทำให้จดจำได้ติดตาด้วยตัวอย่างประโยคและ Collocation (เช่น renewable energy policy, conduct an experiment)

มีวิธีรับมือคำพ้องความหมายและการเปลี่ยนสำนวนอย่างไร?

โจทย์มักไม่ใช้คำเดียวกับในบทความ แต่มักถามด้วยการเปลี่ยนสำนวน (Paraphrase) ควรจดคำพ้องความหมายและคำตรงข้ามหลักไว้ในสมุดคำศัพท์เสมอ และสร้างพจนานุกรมส่วนตัวขึ้นมา (เช่น conservation = preservation, protection)

หากเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก ควรอ่านอย่างไร?

ให้คาดเดาจากรากศัพท์ คำอุปสรรค/คำปัจจัย (bio-, -logy, -ation) และใช้เบาะแส (สัญญาณ) เช่น คำนิยาม ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม หรือการเปรียบเทียบที่อยู่ก่อนหรือหลังคำนั้น คำนามเฉพาะและคำศัพท์เฉพาะทางส่วนใหญ่มักมีคำอธิบายกำกับมาด้วย

มีเคล็ดลับสำหรับ True/False/Not Given (TFNG) อย่างไร?

True = บทความระบุไว้ชัดเจน, False = บทความปฏิเสธอย่างชัดเจน, Not Given = บทความขาดข้อมูลที่จำเป็น อย่าเดาคำตอบ แต่ให้ตัดสินจากปริมาณข้อมูลในบทความ ควรระวังคำที่บ่งบอกปริมาณและความแน่นอน เช่น some/all, may/must

ควรจัดสรรเวลาอย่างไร?

ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อบทความ โดยแบ่งเป็น สแกนคร่าวๆ (2-3 นาที) → ทำความเข้าใจโจทย์ (1-2 นาที) → อ่านบทความอย่างละเอียดและหาหลักฐาน (12-14 นาที) → ตรวจทาน (2 นาที) หากรู้สึกว่ายากขึ้น ให้เริ่มจากประเภทโจทย์ที่ทำได้ก่อน

มีข้อควรระวังสำหรับโจทย์เฉพาะของหัวข้อสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์อย่างไร?

สำหรับโจทย์ Summary/Flow-chart ที่เกี่ยวกับข้อมูลหรือขั้นตอนการวิจัย และโจทย์ Heading Matching ให้ระบุประเด็นหลักของแต่ละย่อหน้า (สาเหตุ ผลลัพธ์ มาตรการ วิธีการ) ให้ชัดเจน และควรไวต่อการเปลี่ยนสำนวนของกราฟหรือตัวเลข (เช่น decline = fall, by 30% เป็นต้น)

การเรียนคำศัพท์ควรให้ความสำคัญกับการท่องจำหรือการอ่านทำความเข้าใจก่อน?

ทั้งสองอย่างสำคัญเท่ากัน แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ “การใช้คำศัพท์ในบริบท” หากฝึกเอาต์พุตตามลำดับ คำศัพท์ → ตัวอย่างประโยค → สรุปความสั้นๆ จะช่วยให้จดจำได้แม่นยำขึ้น ควรทำแบบทดสอบสั้นๆ ทุกสัปดาห์ (นิยามภาษาอังกฤษ → คำศัพท์, เติมคำ Collocation)

สื่อสำหรับฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพคืออะไร?

ควรเลือกรายงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือบทความวิทยาศาสตร์ (สื่อที่เป็นวิชาการแต่เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป) และฝึก “อ่านอย่างละเอียด + สรุปความ + คัดแยกการเปลี่ยนสำนวน” ให้ครบในหนึ่งบทความจะดีที่สุด ส่วนข้อสอบเก่าให้แยกตามประเภทโจทย์ แล้วฝึกฝนซ้ำๆ เฉพาะประเภทที่ยังอ่อน

จะลดข้อผิดพลาดเรื่อง Not Given ได้อย่างไร?

อย่าเติมข้อมูลที่ไม่มีในบทความด้วยสามัญสำนึกของตัวเอง ให้ขีดเส้นใต้ประธาน เงื่อนไข และขอบเขตของโจทย์ แล้วทำเครื่องหมายตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในบทความว่าตรงกัน ไม่ตรงกัน หรือไม่มีข้อมูล ก่อนตัดสินใจเลือกคำตอบ

หากอยากได้ Band 7 ขึ้นไป ควรเพิ่มพูนคำศัพท์อย่างไร?

ให้เรียนตามลำดับ: คำศัพท์พื้นฐาน 200 คำ → คำศัพท์วิชาการ (AWL) → เสริมสร้าง Collocation จัดระเบียบความแตกต่างเชิงความหมายของคำพ้อง (เช่น mitigate กับ alleviate, robust evidence เป็นต้น) ด้วยตัวอย่างประโยค แล้วนำไปใช้อย่างกระตือรือร้นในงานสรุปความ

มีวิธีสร้างแบบทดสอบคำศัพท์ด้วยตัวเองอย่างไร?

คัดคำสำคัญจากบทความ (โดยดูจากหัวข้อ คำนิยาม คำเชื่อมเชิงเหตุผล) ทำแบบทดสอบ 3 รูปแบบ อย่างละ 5 ข้อ ได้แก่ นิยามภาษาอังกฤษ → คำศัพท์, คำศัพท์ → คำพ้องความหมาย, คำศัพท์ → Collocation ทดสอบซ้ำในวันถัดไป 1 สัปดาห์ถัดไป และ 1 เดือนถัดไป (การทบทวนแบบเว้นระยะ)

การอ่านหัวข้อสิ่งแวดล้อมกับหัวข้อวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างไร?

บทความด้านสิ่งแวดล้อมมักมีโครงสร้าง “สถานการณ์ปัจจุบัน → สาเหตุ → ผลกระทบ → มาตรการ” และมักพบภาษาเชิงประเมิน (การชี้ปัญหา การเสนอแนะ) บ่อยครั้ง ส่วนบทความวิทยาศาสตร์มักเป็นรูปแบบรายงานวิจัย “สมมติฐาน → วิธีการ → ผลลัพธ์ → การตีความ” ซึ่งมีการนิยามศัพท์และประโยคกรรม (Passive Voice) เพิ่มขึ้น

ฉันไม่ค่อยถนัดการเปลี่ยนสำนวนตัวเลขและอัตราส่วน

ควรแยกความแตกต่างระหว่าง increase by 20% (เพิ่มขึ้น 20%) กับ increase to 20% (เพิ่มขึ้นเป็น 20%) และทำการ์ดคำศัพท์สำหรับสำนวนที่พบบ่อย เช่น twofold = double, one in five = 20% เป็นต้น

คำศัพท์เยอะเกินไป จำไม่ไหว

ให้จำกัดไว้ที่สัปดาห์ละ 40-60 คำ และวนรอบแต่ละชุดด้วย “ความหมาย → ตัวอย่างประโยค → สรุปความ → แบบทดสอบสั้นๆ” ควรตัดคำที่ไม่จำเป็นออกอย่างเด็ดขาด และกำหนดลำดับความสำคัญจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ความถี่ในการออกสอบ ความหลากหลายของการเปลี่ยนสำนวน และจุดอ่อนของตัวเอง

มีตัวอย่างแผนการเรียนไหม? (2 สัปดาห์)

วันที่ 1-3: คำศัพท์พื้นฐาน (สิ่งแวดล้อม) + ฝึก Collocation + โจทย์ TFNG 10 ข้อ วันที่ 4-6: คำศัพท์พื้นฐาน (วิทยาศาสตร์) + ฝึกสรุปความ (100 คำ x 2 บทความ) วันที่ 7: ข้อสอบเก่า 1 ชุด (วันทบทวน) วันที่ 8-10: เสริมความแข็งแกร่งเรื่องการเปลี่ยนสำนวน (Heading Matching, Summary Completion) วันที่ 11-13: ข้อสอบจำลอง 1 ชุด x 2 ครั้ง พร้อมวิเคราะห์ข้อที่ตอบผิด วันที่ 14: ทบทวนประเภทที่ยังอ่อนทั้งหมด + ทดสอบคำศัพท์อีกครั้ง

คู่มือรวมวิธีเรียน IELTS Reading (เตรียมสอบการอ่าน) [ฉบับปี 2026]คู่มือรวมการเตรียมสอบ IELTS – พิชิตข้อสอบฉบับสมบูรณ์ พร้อมวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง