หน้าแรก > คอร์สเตรียมสอบ IELTS > ไกด์รวมการสอบ IELTS: รูปแบบข้อสอบและภาพรวมแต่ละส่วน
คอร์สเตรียมสอบ IELTS

ไกด์รวมการสอบ IELTS: รูปแบบข้อสอบและภาพรวมแต่ละส่วน

4 ตุลาคม 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

ไกด์รวมการสอบ IELTS: รูปแบบข้อสอบและภาพรวมแต่ละส่วน
01

บทนำ

IELTS (ไอเอลส์, International English Language Testing System) เป็นแบบทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับสากลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ การย้ายถิ่นฐาน และการสมัครงาน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ทั่วโลกกว่า 140 ประเทศ เข้าสอบเพื่อพิสูจน์ความสามารถทางภาษาอังกฤษของตนเอง

จุดเด่นของการสอบนี้คือการประเมินผลทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking ดังนั้นจึงไม่ได้วัดเพียงความรู้ด้านไวยากรณ์หรือคำศัพท์เท่านั้น แต่ยังทดสอบว่าสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้มากน้อยเพียงใดในชีวิตจริงและในบริบททางวิชาการ

บทความนี้จะอธิบายรูปแบบข้อสอบโดยรวมและภาพรวมของแต่ละส่วนของ IELTS ให้เข้าใจง่าย โดยจัดเรียงเนื้อหาให้ผู้ที่สอบเป็นครั้งแรกสามารถนึกภาพรวมได้

02

รูปแบบข้อสอบ IELTS

IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ Academic และ General Training การเลือกสอบประเภทใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์

  • Academic: สำหรับผู้ที่มุ่งเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือบัณฑิตวิทยาลัยต่างประเทศ หรือขอรับใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง
  • General Training: สำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการย้ายถิ่นฐาน การทำงาน หรือชีวิตประจำวันในต่างประเทศ

Listening และ Speaking เหมือนกันทั้งสองโมดูล แต่ Reading และ Writing มีเนื้อหาข้อสอบที่แตกต่างกัน

ระยะเวลาสอบและลำดับขั้นตอน

  • ระยะเวลารวม: ประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที
  • ลำดับ: Listening → Reading → Writing → Speaking
  • รูปแบบการสอบ: สอบแบบกระดาษ (Paper-based) สอบแบบคอมพิวเตอร์ (Computer-delivered)

โดยเฉพาะการสอบแบบคอมพิวเตอร์มีข้อดีคือทราบผลสอบได้เร็ว (ประมาณ 5-7 วัน)

03

Listening

  • ระยะเวลาสอบ: ประมาณ 30 นาที (กรณีสอบแบบกระดาษจะมีเวลาเพิ่มอีก 10 นาทีสำหรับคัดลอกคำตอบ)
  • จำนวนข้อ: 40 ข้อ (ประกอบด้วย 4 พาร์ต)
  • รูปแบบ: ฟังบทสนทนาหรือการบรรยาย แล้วตอบด้วยการเติมคำในช่องว่าง เลือกคำตอบ หรือจับคู่

โครงสร้างแต่ละพาร์ต

  • Part 1: บทสนทนาในชีวิตประจำวัน (เช่น การจองโรงแรม การสอบถามทางโทรศัพท์)
  • Part 2: การอธิบายโดยผู้พูดคนเดียว (เช่น การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การอธิบายสถานที่)
  • Part 3: การสนทนาระหว่างหลายคน (เช่น บทสนทนาระหว่างนักศึกษาด้วยกันหรือกับอาจารย์)
  • Part 4: การบรรยายหรือการนำเสนอเชิงวิชาการ

จุดเด่นและเคล็ดลับการเตรียมตัว

  • โจทย์จะดำเนินไปตามลำดับ จึงควรฝึกอ่านโจทย์ล่วงหน้าให้เป็นนิสัย
  • มักมีการใช้สำนวนที่เปลี่ยนคำ (paraphrase) บ่อยครั้ง จึงทดสอบทั้งคลังคำศัพท์และความเข้าใจ
  • เสียงจะเปิดให้ฟังเพียงครั้งเดียว ดังนั้นสมาธิและทักษะการจดบันทึกจึงเป็นกุญแจสำคัญ
04

Reading

  • ระยะเวลาสอบ: 60 นาที (ไม่รวมเวลาคัดลอกคำตอบ)
  • จำนวนข้อ: 40 ข้อ
  • รูปแบบ: อ่านบทความยาวแล้วตอบคำถาม (มีหลากหลายรูปแบบ เช่น เลือกคำตอบ ตั้งหัวข้อ True/False/Not Given)

โมดูล Academic

  • บทความที่ออกข้อสอบเน้น เนื้อหาเชิงวิชาการและเฉพาะทาง เป็นหลัก
  • ออกข้อสอบจากบทความวิจัย บทความวิชาการ หรือบทความพิเศษในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร
  • ทดสอบความสามารถในการอ่านและการคิดเชิงตรรกะในระดับมหาวิทยาลัย

โมดูล General Training

  • บทความที่ออกข้อสอบเน้น เนื้อหาเชิงปฏิบัติที่ใช้ในชีวิตประจำวันและที่ทำงาน เป็นหลัก
  • เช่น โฆษณา คู่มือบริษัท เอกสารแนะนำในที่ทำงาน บทความหนังสือพิมพ์
  • ทดสอบว่าสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ชีวิตหรือไม่

จุดเด่นและเคล็ดลับการเตรียมตัว

  • โจทย์มีแนวโน้มออกตามลำดับที่ปรากฏในบทความ
  • การจัดสรรเวลาสำคัญมาก (ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อบทความ)
  • จำเป็นต้องใช้ทักษะ Skimming (อ่านจับใจความ) และ Scanning (ค้นหาข้อมูล) เพื่อหาคำสำคัญ
05

Writing

  • ระยะเวลาสอบ: 60 นาที
  • จำนวนข้อ: 2 หัวข้อ (Task 1 และ Task 2)
  • รูปแบบ: เขียนบทความ (เขียนมือหรือพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์)

โมดูล Academic

  • Task 1 (ประมาณ 150 คำขึ้นไป / เวลาประมาณ 20 นาที) สรุป เปรียบเทียบ และอธิบายข้อมูลจากกราฟ ตาราง แผนภูมิ หรือแผนภาพ → ต้องการการอ่านข้อมูลอย่างแม่นยำและการนำเสนอเชิงวัตถุวิสัย
  • Task 2 (ประมาณ 250 คำขึ้นไป / เวลาประมาณ 40 นาที) เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นเหตุเป็นผลเกี่ยวกับปัญหาสังคมหรือหัวข้อทั่วไป → ความสามารถในการจัดโครงสร้าง เช่น การกล่าวอ้าง เหตุผล ตัวอย่าง และการตอบโต้ข้อโต้แย้ง มีความสำคัญ

โมดูล General Training

  • Task 1 (ประมาณ 150 คำขึ้นไป / เวลาประมาณ 20 นาที) เขียนจดหมายในชีวิตประจำวัน เช่น การร้องขอ การร้องเรียน การขอบคุณ การให้ข้อมูล → จำเป็นต้องใช้รูปแบบภาษาที่แตกต่างกัน ทั้งแบบทางการ กึ่งทางการ และไม่เป็นทางการ
  • Task 2 (ประมาณ 250 คำขึ้นไป / เวลาประมาณ 40 นาที) เขียนเรียงความเกี่ยวกับหัวข้อทั่วไป แม้จะง่ายกว่า Academic เล็กน้อย แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างเชิงตรรกะเช่นเดียวกัน

จุดเด่นและเคล็ดลับการเตรียมตัว

  • Task 2 มีสัดส่วนคะแนนสูง จึงต้องแบ่งเวลาให้เพียงพอเสมอ
  • ความถูกต้องของไวยากรณ์ ความหลากหลายของคำศัพท์ และโครงสร้างเชิงตรรกะ (บทนำ เนื้อหา บทสรุป) เป็นกุญแจสำคัญของการประเมิน
  • Academic ควรคำนึงถึงการแสดงออกแบบ "เชิงวัตถุวิสัยและเชิงวิเคราะห์" ส่วน General ควรคำนึงถึงการแสดงออกแบบ "เชิงปฏิบัติและในชีวิตประจำวัน"
06

Speaking

  • ระยะเวลาสอบ: 11-14 นาที
  • รูปแบบ: สัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบ
  • เกณฑ์การประเมิน: ความคล่องแคล่วและความสอดคล้อง ความหลากหลายของคำศัพท์ ความถูกต้องของไวยากรณ์ และการออกเสียง

โครงสร้างแต่ละพาร์ต

  • Part 1 (แนะนำตัวและคำถามในชีวิตประจำวัน / ประมาณ 4-5 นาที) ตอบคำถามเกี่ยวกับหัวข้อใกล้ตัว เช่น การแนะนำตัว บ้านเกิด งานอดิเรก งาน/การเรียน
  • Part 2 (พูดเดี่ยว / ประมาณ 3-4 นาที) เตรียมตัว 1 นาทีเกี่ยวกับหัวข้อที่เขียนบนการ์ด (Cue Card) ที่ได้รับจากผู้คุมสอบ แล้วพูด 1-2 นาที จากนั้นผู้คุมสอบจะถามคำถามเพิ่มเติมอีก 1-2 ข้อ
  • Part 3 (การอภิปราย / ประมาณ 4-5 นาที) การถกเถียงเชิงนามธรรมที่ต่อยอดจากหัวข้อใน Part 2 เน้นปัญหาสังคมและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทดสอบความสามารถในการคิดเชิงตรรกะ

จุดเด่นและเคล็ดลับการเตรียมตัว

  • ควรคำนึงถึงบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการพูดประโยคที่ท่องจำมาตรง ๆ
  • การตอบอย่างสอดคล้องและเป็นเหตุเป็นผลจะได้รับการประเมินมากกว่าการพูดยาว
  • ใน Part 2 ควรใช้บันทึกช่วยจำ และเตรียมโครงเรื่องแบบง่าย ๆ คือ บทนำ เนื้อหา บทสรุป จะช่วยให้พูดได้ง่ายขึ้น
  • การออกเสียงและอินโทเนชันก็เป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน จึงควรคำนึงถึงภาษาอังกฤษที่ผู้ฟังเข้าใจได้
07

สรุป

IELTS เป็นแบบทดสอบภาษาอังกฤษระดับสากลที่วัดผลทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking อย่างครอบคลุม มี 2 ประเภทคือ Academic และ General Training ซึ่งต้องเลือกตามวัตถุประสงค์ เช่น การเรียนต่อหรือการย้ายถิ่นฐาน

แต่ละส่วนมีจุดเด่นเฉพาะตัว โดย Listening ทดสอบการฟังอย่างแม่นยำ Reading ทดสอบความสามารถในการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ Writing ทดสอบโครงสร้างบทความเชิงตรรกะ และ Speaking ทดสอบความสามารถในการสนทนาที่เป็นธรรมชาติและสอดคล้องกัน

การเข้าใจรูปแบบข้อสอบล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงโดยตรงกับการเพิ่มคะแนน สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาสอบ ควรเลือกโมดูลที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของตนเอง พร้อมเสริมจุดอ่อนและเตรียมตัวอย่างสมดุล

08

IELTS คือการสอบเพื่ออะไร

เป็นแบบทดสอบระดับสากลที่วัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัย/บัณฑิตวิทยาลัย การสมัครงาน และการยื่นขอย้ายถิ่นฐาน โดยประเมินผลทักษะทั้ง 4 ด้าน (Listening/Reading/Writing/Speaking) อย่างครอบคลุม

09

Academic กับ General Training ต่างกันอย่างไร

Listening และ Speaking เหมือนกัน แต่เนื้อหาของ Reading และ Writing แตกต่างกัน Academic เป็นบริบทเชิงวิชาการ (สำหรับการเรียนต่อ/ใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง) ส่วน General Training เป็นบริบทชีวิตจริง/ที่ทำงาน (สำหรับการย้ายถิ่นฐาน/การทำงาน)

10

ระยะเวลารวมของการสอบและลำดับขั้นตอนเป็นอย่างไร

ประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที โดยปกติจะดำเนินการตามลำดับ Listening → Reading → Writing → Speaking (เฉพาะ Speaking อาจจัดสอบในเวลาอื่นแยกต่างหาก)

11

การสอบแบบกระดาษกับแบบคอมพิวเตอร์ต่างกันอย่างไร

เนื้อหาข้อสอบและคะแนนเหมือนกัน การสอบแบบคอมพิวเตอร์จะตอบด้วยการพิมพ์ และมีแนวโน้มทราบผลสอบได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกัน หากถนัดเขียนมือควรเลือกแบบกระดาษ หากถนัดพิมพ์ควรเลือกแบบคอมพิวเตอร์

12

โครงสร้างของส่วน Listening เป็นอย่างไร

รวม 4 พาร์ต 40 ข้อ ออกข้อสอบจากบทสนทนาในชีวิตประจำวัน การอธิบาย การอภิปราย และการบรรยาย โดยหลักการแล้วเสียงจะเปิดให้ฟังเพียงครั้งเดียว การสอบแบบกระดาษจะมีเวลาเพิ่มสำหรับคัดลอกคำตอบ

13

ความแตกต่างของส่วน Reading (Academic/General) คืออะไร

Academic เน้นบทความยาวเชิงวิชาการ (บทความวิจัย บทความข่าว ฯลฯ) ส่วน General เน้นข้อความเชิงปฏิบัติ (โฆษณา เอกสารแนะนำ คู่มือ ฯลฯ) ทั้งสองแบบมี 40 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที และมีรูปแบบโจทย์ที่หลากหลาย

14

Writing ต้องการอะไรบ้าง

60 นาทีสำหรับ 2 หัวข้อ Academic: Task 1 คือการสรุปกราฟ ฯลฯ, Task 2 คือเรียงความแสดงความคิดเห็น General: Task 1 คือจดหมาย (ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์และรูปแบบภาษา), Task 2 คือเรียงความหัวข้อทั่วไป

15

ขั้นตอนของ Speaking เป็นอย่างไร

สัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบเป็นเวลา 11-14 นาที ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ Part 1 (คำถามใกล้ตัว) → Part 2 (พูดหลังเตรียมตัว 1 นาที) → Part 3 (การอภิปรายเชิงนามธรรม)

16

คะแนนถูกกำหนดอย่างไร

แต่ละส่วนจะได้รับการประเมินเป็น Band Score หน่วย 0.5 (0-9) แล้วนำมาเฉลี่ยเพื่อคำนวณ Overall Band Score โดยคะแนนสุดท้ายจะถูกกำหนดตามกฎการปัดเศษ

17

ควรเลือกโมดูลใด

โดยทั่วไปแล้ว หากมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนต่อหรือขอรับใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทางควรเลือก Academic ส่วนหากเพื่อย้ายถิ่นฐาน ทำงาน หรือใช้ในชีวิตจริงควรเลือก General Training ควรตรวจสอบเงื่อนไขของสถาบันที่ต้องการเข้าเรียนหรือหน่วยงานที่ยื่นสมัครเสมอ

18

ต้องเตรียมสิ่งของหรือบัตรประจำตัวอะไรบ้าง

จำเป็นต้องมีบัตรประจำตัวที่ยังไม่หมดอายุซึ่งใช้ตอนลงทะเบียนสอบ (สนามสอบส่วนใหญ่ใช้พาสปอร์ต) กรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำในอีเมลยืนยันการสอบจากสนามสอบ

19

เคล็ดลับการจัดสรรเวลาคืออะไร

Reading ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อบทความ Writing ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีสำหรับ Task 1 และ 40 นาทีสำหรับ Task 2 Listening ควรอ่านโจทย์ล่วงหน้า ส่วน Speaking ควรคำนึงถึงการตอบที่กระชับและสอดคล้องกัน

20

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคืออะไร

  • เขียนเกินจำนวนคำที่กำหนด (การเขียนคำไม่ถึงเกณฑ์ใน Writing ก็เป็นสาเหตุให้ถูกหักคะแนนเช่นกัน)
  • ปล่อยผ่านข้อผิดพลาดด้านการสะกดคำและไวยากรณ์
  • ผิดพลาดเรื่องหน่วยและรูปพหูพจน์ในการทำ Listening
  • เข้าใจประเภทของโจทย์คำถามผิดใน Reading
  • ตอบด้วยประโยคท่องจำที่ไม่เป็นธรรมชาติใน Speaking
21

วิธีเรียนที่มีประสิทธิภาพคืออะไร

  • ทำข้อสอบจำลองเพื่อทราบสถานะปัจจุบัน → วิเคราะห์จุดอ่อนแยกตามส่วน
  • Listening ฝึกการเขียนตามคำบอกและเตรียมรับมือกับการพาราเฟรส
  • Reading ฝึกทักษะ Skimming และ Scanning ซ้ำ ๆ
  • Writing จัดทำเทมเพลตโครงสร้างจากคำตอบที่ดีและตรวจแก้ไข
  • Speaking บันทึกเสียงเพื่อประเมินอย่างเป็นกลาง และขยายคลังคำศัพท์แยกตามหัวข้อ
22

จะทราบผลสอบเมื่อไร

ขึ้นอยู่กับสนามสอบและรูปแบบการสอบ โดยการสอบแบบคอมพิวเตอร์มีแนวโน้มทราบผลเร็วกว่าเมื่อเทียบกัน ส่วนการสอบแบบกระดาษมีแนวโน้มใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย กรุณาตรวจสอบระยะเวลาอย่างเป็นทางการจากประกาศตอนสมัครสอบ

23

การสอบซ้ำและอายุการใช้งานของคะแนนเป็นอย่างไร

ไม่มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการสอบ โดยทั่วไปคะแนนจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี แต่กรุณาตรวจสอบนโยบายของหน่วยงานปลายทางที่ยื่นเสมอ

ไกด์รวมเตรียมสอบ IELTS – พิชิตครบทุกด้าน [ฉบับปี 2025-2026]คอร์สเตรียมสอบ IELTS | เพิ่มคะแนนอย่างก้าวกระโดดผ่านการเรียนต่อที่เกาะเซบู

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง