

การที่จะได้คะแนนสูงใน IELTS Writing เพียงแค่เก่งภาษาอังกฤษอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนของแต่ละระดับคะแนน และวางกลยุทธ์การเรียนให้สอดคล้องกับเกณฑ์นั้น
ผู้สอบจำนวนมากมักมุ่งเน้นไปที่ “การเขียนให้มากขึ้น” แต่ในความเป็นจริง ทักษะที่ต้องการในแต่ละระดับ 6.0・7.0・8.0 นั้นแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ที่ระดับ 6.0 ให้ความสำคัญกับ “โครงสร้างที่สอดคล้องและความถูกต้องของไวยากรณ์พื้นฐาน” ที่ระดับ 7.0 ให้ความสำคัญกับ “คำศัพท์ที่เป็นธรรมชาติและการพัฒนาตรรกะ” และที่ระดับ 8.0 ให้ความสำคัญกับ “ความสามารถในการแสดงออกที่ประณีตและโครงสร้างประโยคที่ลื่นไหล”
บทความนี้จะอธิบายกลยุทธ์และวิธีเรียนที่เป็นรูปธรรมแยกตามระดับ สำหรับการยกระดับคะแนน IELTS Writing จาก 6.0 → 7.0 → 8.0
เนื้อหาจะช่วยให้เห็นชัดเจนว่า “ในระดับปัจจุบันของตนเอง ควรฝึกฝนแบบไหน?” จึงขอแนะนำสำหรับทั้งผู้ที่กำลังจะเริ่มเรียน IELTS Writing และผู้ที่ต้องการเพิ่มคะแนน
IELTS Writing ไม่ได้ให้คะแนนเพียงแค่ “ความถูกต้องของภาษาอังกฤษ” อย่างง่าย ๆ กรรมการผู้ตรวจจะประเมินงานเขียนของคุณจาก 4 มุมมองตามเกณฑ์ที่ชัดเจน หากไม่เข้าใจเกณฑ์นี้ ไม่ว่าจะฝึกฝนมากแค่ไหนก็ยากที่คะแนนจะเพิ่มขึ้น
=ตอบสนองต่อโจทย์ได้ตรงประเด็นมากแค่ไหน
ตัวอย่าง: หากถูกถาม “Do you agree or disagree?” จำเป็นต้องระบุความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยให้ชัดเจน และอธิบายจุดยืนของตนเองอย่างสอดคล้องตลอดทั้งเรื่อง
=โครงสร้างย่อหน้าและกระแสตรรกะเป็นธรรมชาติหรือไม่
เรียงความที่ดีจะแตกต่างกันตรง “ความอ่านง่าย” “บทความที่มีกระแสลื่นไหล” ที่กรรมการผู้ตรวจอ่านแล้วไม่รู้สึกเครียดจะได้รับการประเมินสูง
=ใช้คำศัพท์ที่หลากหลายและถูกต้องได้มากแค่ไหน
ตัวอย่าง: แทนที่จะใช้ “important” ซ้ำ ๆ การสลับใช้ “crucial”, “significant”, “vital” จะช่วยเพิ่มคะแนนได้
=ความถูกต้องของไวยากรณ์และความหลากหลายของโครงสร้างประโยค
ที่ระดับ 6.0 ใช้ประโยคเดี่ยวเป็นหลักก็ยังพอไหว แต่หากมุ่งเป้า 7.0 ขึ้นไป ประโยคผสม・โครงสร้างซับซ้อนเป็นสิ่งจำเป็น
ทั้ง 4 มุมมองนี้จะได้รับการประเมินในสัดส่วนที่เท่ากันที่ 25% ต่อข้อ กล่าวคือ “เก่งแค่ไวยากรณ์” หรือ “มีเพียงคำศัพท์ที่หลากหลาย” จะไม่สามารถได้คะแนนสูงได้ การพัฒนาทั้ง 4 หัวข้ออย่างสมดุลโดยคำนึงถึงทุกด้าน คือก้าวแรกในการพิชิต IELTS Writing
IELTS Writing 6.0 คือระดับที่ “มีความสามารถทางภาษาอังกฤษพื้นฐาน แต่ยังมีปัญหาด้านความถูกต้องและความสามารถในการจัดโครงสร้าง” แม้จะสามารถคิดไอเดียได้ แต่มักพบว่าคะแนนไม่ขยับขึ้นเนื่องจากข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ ความซ้ำซากของคำศัพท์ และการขาดความสอดคล้อง
✅ ลักษณะทั่วไป ความเห็นและคำอธิบายพอเข้าใจได้ แต่มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์บ่อยครั้ง โครงสร้างย่อหน้าไม่ชัดเจน หรือการพัฒนาเนื้อหากระโดดไปมา ใช้คำหรือสำนวนเดิมซ้ำ ๆ
ในขั้นที่มุ่งเป้าคะแนน 6.0 ควรคำนึงถึง **“ความสามารถในการจัดโครงสร้าง”** มากกว่าไวยากรณ์ที่ยาก ใน Task 2 (เรียงความ) ให้ยึดโครงสร้าง 4 ย่อหน้าต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
เคล็ดลับ:ต้องวาง**ประโยคหัวข้อ (ประโยคหลัก)**ไว้ที่ต้นย่อหน้าเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่ม “ความอ่านง่าย” และ “ตรรกะ” ได้อย่างเห็นได้ชัด
เพื่อทำให้กระแสของบทความเป็นธรรมชาติ การใช้ **linking words(สำนวนเชื่อม)**เป็นสิ่งสำคัญ
หากใช้ “And”, “But”, “So” ซ้ำ ๆ จะให้ความรู้สึกไร้เดียงสา ควรจดจำคำเชื่อมระดับสูงและใช้สลับกัน
ในการอธิบายกราฟหรือตาราง ไม่ใช่แค่การเรียงตัวเลข แต่ต้องมีความสามารถในการสรุปแนวโน้มโดยรวม
ตัวอย่าง:
Overall, the number of tourists increased significantly between 2010 and 2020, while the local population remained stable.
ไม่ใช่แค่บอกว่า “เพิ่มขึ้น・ลดลง” แต่การใส่การเปรียบเทียบ+การสรุปจะช่วยเพิ่มคะแนนได้
คะแนน 6.0 คือขั้นตอน “การสร้างพื้นฐาน” ของ IELTS Writing สิ่งสำคัญในขั้นนี้คือการฝึกฝนความสามารถในการเขียนอย่าง “ถูกต้อง” “สอดคล้อง” “อ่านง่าย” ซึ่งจะเป็นรากฐานสู่ 7.0・8.0 ต่อไป
วิธีทำคะแนน IELTS Writing Band 6 (คะแนนที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อและย้ายถิ่นฐานส่วนใหญ่)IELTS Writing 7.0 เป็นเกณฑ์หลักที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อ・การย้ายถิ่นฐาน・การเข้าบัณฑิตวิทยาลัยส่วนใหญ่ ในระดับนี้ พื้นฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษต้องมั่นคง และทั้งโครงสร้าง・ไวยากรณ์・คำศัพท์ต้องมีความมั่นคงทั้งหมด
✅ ลักษณะทั่วไป โครงสร้างชัดเจนและอ่านง่าย มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือสำนวนที่ไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง สามารถใช้โครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนได้ในระดับหนึ่ง การเลือกคำศัพท์เป็นธรรมชาติ ซ้ำซากน้อย
หากบทความระดับ 6.0 คือ “ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง” บทความระดับ 7.0 คือ **“ภาษาอังกฤษที่ผู้อ่านเข้าใจและยอมรับได้”** เมื่อเชื่อมโยงไอเดีย ควรคำนึงถึงรูปแบบตรรกะที่ชัดเจน เช่น “เหตุและผล” “การเปรียบเทียบ” “ความเห็นและเหตุผล”
ตัวอย่าง: Many people argue that public transport should be free. This is mainly because it can reduce traffic congestion and pollution.
→ การนำเสนอเหตุผลชัดเจน ทำให้ผู้อ่านรู้สึกยอมรับ
การใช้คำเดิมซ้ำ ๆ จะทำให้ยากที่จะก้าวข้ามกำแพงคะแนน 7.0 ควรคำนึงถึง**การพูดใหม่ (paraphrasing) ที่เป็นธรรมชาติ**ดังต่อไปนี้
| คำศัพท์พื้นฐาน | ตัวอย่างการพูดใหม่ |
|---|---|
| important | crucial / vital / significant |
| people | individuals / citizens / the public |
| problem | issue / concern / challenge |
| solution | measure / approach / strategy |
เคล็ดลับ:ไม่ใช่แค่คำพ้องความหมาย การฝึกฝนการเปลี่ยนรูปคำ เช่น “คำนาม→คำกริยา” “คำคุณศัพท์→คำนาม” ก็มีประสิทธิภาพเช่นกัน
ในระดับคะแนน 7.0 มุมมองที่หลากหลายจะได้รับการประเมิน ในโจทย์ที่ถามความเห็นด้วย・ไม่เห็นด้วย ให้ยึดความเห็นของตนเองเป็นแกนหลัก และแตะความเห็นตรงข้ามด้วยหนึ่งประโยคจะช่วยเพิ่มความลึกของตรรกะ
ตัวอย่าง: While some people believe that online education is less effective, I argue that it offers greater flexibility and accessibility for learners.
“การเลือกโครงสร้างประโยคที่เป็นธรรมชาติ” มีความสำคัญมากกว่าความไม่มีข้อผิดพลาด ตัวอย่างเช่น การเชื่อมประโยคสั้น ๆ เพื่อสร้างจังหวะก็เป็นเรื่องดี
เพื่อให้ได้ 7.0 ไม่ใช่แค่ “ความถูกต้อง” เท่านั้น กุญแจสำคัญคือการพัฒนาตรรกะที่เป็นธรรมชาติและความหลากหลายของคำศัพท์ ควรคำนึงถึงการก้าวจาก “ภาษาอังกฤษที่เขียนได้” ไปสู่ “ภาษาอังกฤษที่ทำให้อ่านต่อได้”
วิธีทำคะแนน IELTS Writing Band 7 (ต้องใช้ความสามารถภาษาอังกฤษขั้นสูง)IELTS Writing 8.0 เป็นระดับที่ผสมผสานความสามารถทางภาษาอังกฤษขั้นสูงและความสามารถในการคิดเชิงตรรกะเข้าด้วยกัน เนื้อหาตรงประเด็นและมีความน่าเชื่อถือ ทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์มีความประณีต ระดับคะแนนนี้แม้แต่เจ้าของภาษาก็ยังไม่สามารถไปถึงได้ง่าย ๆ จึงจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเชิงกลยุทธ์และการวิเคราะห์การตรวจแก้ไขอย่างละเอียด
✅ ลักษณะทั่วไป โครงสร้างชัดเจนและกระแสโดยรวมเป็นธรรมชาติมาก คำศัพท์และสำนวนหลากหลาย ซ้ำซากน้อย แทบไม่มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ สามารถใช้โครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนได้อย่างอิสระ ข้อโต้แย้งมีความน่าเชื่อถือและมีความลึกในการพัฒนาตรรกะ
หากมุ่งเป้า 8.0 การยกระดับคำศัพท์ให้เป็น “เชิงวิชาการ+เป็นธรรมชาติ” เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่การใส่คำยาก แต่ประเด็นคือสามารถ “เลือกให้เหมาะกับบริบท” ได้หรือไม่
| สำนวนพื้นฐาน | ตัวอย่างสำนวนขั้นสูง |
|---|---|
| very big | substantial / considerable / tremendous |
| a lot of | numerous / a great deal of |
| good | beneficial / advantageous / valuable |
| bad | detrimental / unfavorable / undesirable |
“เป็นธรรมชาติและประณีต” หมายถึงสภาวะที่ “ใช้คำระดับสูงได้อย่างไม่ฝืน” จำเป็นต้องมีความรู้สึกในการเลือกคำศัพท์โดยไม่ทำลายน้ำเสียงโดยรวมของบทความ
เรียงความระดับ 8.0 ไม่ใช่แค่ “ความคิดเห็น” แต่แสดงการพัฒนาตรรกะเชิงวิเคราะห์และสมดุล
ตัวอย่าง: Instead of focusing solely on economic growth, governments should prioritize sustainability, as this approach ensures long-term prosperity for both people and the planet.
→ ไม่ใช่การยืนยันด้านเดียว แต่ประเด็นคือการผสมผสาน เหตุผล+ผลกระทบ+มุมมองระยะยาว เข้าด้วยกัน
ตัวอย่าง: The government should invest in renewable energy, which not only reduces carbon emissions but also creates employment opportunities.
การใช้โครงสร้างที่ซับซ้อนอย่างลื่นไหลเช่นนี้ จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นธรรมชาติและขั้นสูงได้
ในระดับ 8.0 จำเป็นต้องมีสไตล์ที่เป็นทางการและสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสำนวนลำลอง (I think, a lot of, stuff เป็นต้น) และรักษาสไตล์ที่เป็นภาววิสัยและวิเคราะห์
สามารถใช้สำนวนแสดงความเห็นส่วนตัว เช่น “I believe” ได้ แต่ สิ่งสำคัญคือการเสริมความแข็งแกร่งเชิงตรรกะในรูปแบบ “ข้อโต้แย้ง→เหตุผล→ยืนยันซ้ำ”
กุญแจสำคัญของคะแนน 8.0 คือ ความถูกต้อง+ความลึก+ความเป็นธรรมชาติ ทั้ง 3 ประการ หากสามารถใช้ “การแสดงออกทางภาษาอังกฤษขั้นสูง” ได้อย่าง “เป็นธรรมชาติ” ความสมบูรณ์แบบของงานเขียนโดยรวมจะพุ่งสูงขึ้นทันที
วิธีทำคะแนน IELTS Writing Band 8 (เทคนิคขั้นสูงสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานดี)ไม่ว่าจะมุ่งเป้าคะแนนระดับใด IELTS Writing มีหลักการพื้นฐานร่วมกันที่ควรยึดถือ เพียงแค่คำนึงถึงสิ่งนี้ ประสิทธิภาพในการเรียนและอัตราการเพิ่มขึ้นของคะแนนก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
ใน IELTS Writing Task 1 มีสัดส่วนคะแนนประมาณ 3 ใน 10 ส่วน และ Task 2 มีประมาณ 7 ใน 10 ส่วน ดังนั้นการฝึกฝน Task 2 (เรียงความ) อย่างเข้มข้นจึงเป็นเส้นทางลัดสู่การเพิ่มคะแนน
เกณฑ์: Task 1 → ภายใน 20 นาที (150 คำ) Task 2 → 40 นาที (อย่างน้อย 250 คำ)
ควรฝึกฝนโดยคำนึงถึงการจัดสรรเวลาและรูปแบบข้อสอบจริงเสมอ
ในการสอบจริง ต้องคิดไอเดีย จัดโครงสร้าง และเขียนภายในเวลาจำกัด สิ่งสำคัญคือการใช้ตัวจับเวลาตั้งแต่ขั้นตอนการฝึกฝนเพื่อให้ร่างกายซึมซับความรู้สึกเรื่องเวลา
ตัวอย่าง: Task 1 → วางแผน 3 นาที/เขียน 15 นาที/ตรวจทาน 2 นาที Task 2 → วางแผน 5 นาที/เขียน 30 นาที/ตรวจทาน 5 นาที
การพัฒนาการเขียนเกิดขึ้นจาก “การตรวจทาน” มากกว่า “การเขียน” หลังเขียนเสร็จ ให้ตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้
แม้ไม่สามารถใช้บริการตรวจแก้ไขได้ ก็ควรสร้างนิสัยประเมินตนเองโดยดู “ตารางบันด์สกอร์”
เส้นทางที่เร็วที่สุดสู่การพัฒนา IELTS Writing คือ **“การเลียนแบบบทความที่ดี”** หากเรียนรู้ด้วยขั้นตอน 4 ขั้น “อ่าน→วิเคราะห์→คัดลอก→ปรับโครงสร้างใหม่” จากเรียงความตัวอย่าง จะช่วยให้ซึมซับรูปแบบคะแนนสูงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ประเด็นสำคัญ: ไม่ใช่แค่คัดลอกเฉย ๆ การคิดว่า “ทำไมย่อหน้านี้จึงมีโครงสร้างแบบนี้?” จะเพิ่มประสิทธิภาพเป็นสองเท่า
สิ่งที่ผู้สอบจำนวนมากมักทำคือการแยกเรียน เช่น “วันไวยากรณ์” “วันคำศัพท์” แต่ใน IELTS จำเป็นต้องมีความสามารถในการใช้ทั้ง 4 องค์ประกอบไปพร้อมกัน
ตัวอย่าง: ตรวจสอบเรียงความที่เขียนแล้วจาก 3 มุมมอง “ไวยากรณ์→คำศัพท์→โครงสร้าง” ทุกครั้ง การฝึกคิด “การพูดใหม่ที่เป็นธรรมชาติกว่า” ในแต่ละประโยคและเขียนใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ
ก่อนที่จะจัดโครงสร้างไอเดียเป็นภาษาอังกฤษ ให้จัดระเบียบตรรกะเป็นภาษาแม่ก่อน หากประกอบ “ข้อโต้แย้ง→เหตุผล→ตัวอย่าง→บทสรุป” ในหัวก่อนแล้วจึงเริ่มเขียน บทความจะมีเหตุผลมากขึ้น
หากนำเคล็ดลับร่วมเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง ผู้สอบทุกระดับจะสามารถพัฒนาความสามารถในการเขียนได้อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ “เขียนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า” แต่การฝึกฝนอย่างมีเป้าหมายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
เพื่อเพิ่มคะแนน IELTS Writing สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจตำแหน่งปัจจุบันของตนเองอย่างถูกต้อง และเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะกับแต่ละระดับคะแนน
สิ่งที่กล่าวได้ร่วมกันในทุกระดับคือ การฝึกฝนอย่างมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง หากคุณลงมือทำการเขียนในแต่ละครั้งในฐานะ “การฝึกฝนที่คำนึงถึงการสอบจริง” ความสามารถในการเขียนจะพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน
สิ่งที่อยากเน้นย้ำอีกครั้งในตอนท้ายคือ IELTS Writing เป็นข้อสอบที่ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงได้ด้วย “กลยุทธ์” ไม่ใช่ “พรสวรรค์” หากเข้าใจเกณฑ์การประเมินและฝึกฝนทักษะทีละขั้นตอน คุณก็สามารถไปถึงคะแนนเป้าหมายได้อย่างแน่นอน
✏️ ก้าวต่อไป กำหนดคะแนนเป้าหมายของตนเอง แล้วเริ่มฝึกเขียน 1 เรียงความต่อวันตั้งแต่วันนี้ ความต่อเนื่องคืออาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเพิ่มคะแนน
เกณฑ์การประเมินที่ให้ความสำคัญมากที่สุดใน IELTS Writing คืออะไร?
ทั้ง 4 เกณฑ์การประเมิน (Task Response / Coherence and Cohesion / Lexical Resource / Grammatical Range and Accuracy) จะถูกให้คะแนนในสัดส่วนที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การปรับปรุง “Task Response (การตอบสนองต่อโจทย์อย่างถูกต้อง)” และ “Coherence (ตรรกะ)” มักส่งผลต่อการเพิ่มคะแนนอย่างมากเป็นพิเศษ
วิธีเรียนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มจาก 6.0 เป็น 7.0 คืออะไร?
คือการเสริมสร้างโครงสร้างและความสามารถด้านคำศัพท์เป็นหลัก ก่อนอื่นให้ยึดโครงสร้าง 1 ย่อหน้า 3 ประโยค (ข้อโต้แย้ง→ตัวอย่าง→สรุป) อย่างเคร่งครัด จากนั้นจึงฝึกฝนคำพ้องความหมายและการพูดใหม่ (paraphrasing) เพียงเท่านี้ ตรรกะและความหลากหลายของคำศัพท์จะพัฒนาขึ้นและเข้าใกล้ 7.0
การมุ่งเป้า 8.0 ต้องใช้เวลาฝึกฝนเท่าไร?
โดยทั่วไปแม้แต่ผู้ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับสูงก็ยังต้องการการฝึกฝนอย่างเข้มข้นประมาณ 3〜6 เดือน การได้รับการตรวจแก้ไขจากผู้สอนเจ้าของภาษาเป็นประจำ และดำเนินวงจรวิเคราะห์・เขียนเรียงความของตนเองใหม่อย่างต่อเนื่องจะมีประสิทธิภาพ
ควรฝึกฝน Task 1 หรือ Task 2 ก่อนดี?
ควรให้ความสำคัญกับ Task 2 (เรียงความ) ที่มีสัดส่วนคะแนนสูงกว่าก่อน Task 1 มีแนวโน้มมั่นคงได้หากจดจำโครงสร้างที่เป็นรูปแบบ ในขณะที่ Task 2 จะถูกทดสอบความสามารถโดยรวม ทั้งตรรกะ ความสามารถในการแสดงออก และความกว้างของคำศัพท์
มีเครื่องมือที่แนะนำสำหรับการเรียน Writing หรือไม่?
การตรวจไวยากรณ์ด้วยเครื่องมือตรวจแก้ไขอัตโนมัติ เช่น Grammarly และการคัดลอก・วิเคราะห์ตัวอย่างทางการของ IELTS หรือเรียงความคะแนนสูงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ หากสามารถใช้บริการตรวจแก้ไขได้ การใช้ควบคู่กับฟีดแบ็กจากผู้สอนจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง