หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Reading > เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)
เตรียมสอบ IELTS Reading

เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)

10 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)
01

บทนำ

ผู้เรียนที่ตั้งเป้าหมายทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน มักมีความสามารถในการอ่านทำความเข้าใจขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว และคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบในระดับหนึ่ง แต่การจะยกระดับจากคะแนน 5 ขึ้นไปเป็น 6 นั้น เพียงแค่เพิ่ม “ปริมาณการอ่าน” ยังไม่เพียงพอ ประเด็นสำคัญคือ ต้องค้นหาข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาที่จำกัด จับ Paraphrase ได้อย่างรวดเร็ว และนำกลยุทธ์การพิชิตโจทย์แต่ละประเภทมาใช้ได้จริง

บทความนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับการบริหารเวลา กลยุทธ์การตอบคำถามแยกตามประเภทโจทย์ และวิธีเรียนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำคะแนน 6 ให้ได้อย่างมั่นคง เราจะอธิบายขั้นตอนเชิงปฏิบัติสำหรับผู้เรียนระดับกลางที่ต้องการก้าวไปสู่ระดับถัดไป

02

เกณฑ์อ้างอิงสำหรับการทำคะแนน 6

การจะได้ Band Score 6 ใน IELTS Reading จำเป็นต้องเข้าใจเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • จำนวนข้อที่ต้องตอบถูก: ประมาณ 23-26 ข้อ จากทั้งหมด 40 ข้อ
  • อัตราการตอบถูกโดยประมาณ: ประมาณ 60%
  • ลักษณะเฉพาะของระดับนี้ เข้าใจบทความภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและหัวข้อเชิงวิชาการได้ในระดับหนึ่ง จับใจความสำคัญและข้อมูลที่เป็นรูปธรรมได้ คำศัพท์และการเปลี่ยนสำนวนยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่สามารถเข้าใจภาพรวมได้

คะแนน 6 ถือเป็น “ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับกลาง” และมักเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการสมัครเรียนต่อหรือทำงานด้วย กล่าวคือ ไม่ใช่แค่การผ่านพื้นฐานเท่านั้น แต่เป็นระดับที่พิสูจน์ “ความสามารถในการอ่านที่นำไปใช้ได้จริง”

03

การปรับปรุงการจัดสรรเวลา

IELTS Reading เป็นข้อสอบที่ต้องทำบทความยาว 3 บทความ (รวม 40 ข้อ) ภายในเวลา 60 นาที ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ที่มุ่งทำคะแนน 6 คือ “การทำโจทย์ให้เสร็จจนถึงข้อสุดท้าย” ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะอ่านอย่างละเอียดทุกคำ การใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้รักษาอัตราการตอบถูกที่ 60% ได้อย่างมั่นคง

การจัดสรรเวลาที่แนะนำ

  • Passage 1: 15 นาที เนื่องจากค่อนข้างง่าย ควรรีบสะสมคำตอบที่ถูกต้อง
  • Passage 2: 20 นาที ความยากระดับปานกลาง ควรทำอย่างรอบคอบ แต่หากติดขัดให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนไปทำข้ออื่น
  • Passage 3: 25 นาที บทความที่ยากที่สุด ควรคำนึงถึงเวลาที่เหลือ และให้ความสำคัญกับโจทย์ที่เป็นแหล่งคะแนนก่อน

เคล็ดลับการจัดสรรเวลา

  • อย่าพยายามหาคำตอบที่ถูกต้องในครั้งเดียว หากลังเลให้ทำเครื่องหมายคำตอบชั่วคราวไว้ แล้วกลับมาตรวจทานในตอนท้าย
  • อย่าอ่านบทความทั้งหมด ให้ตระหนักว่าต้องค้นหาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับโจทย์เท่านั้น
  • เหลือเวลาไว้สำหรับตรวจทาน การกันเวลาประมาณ 3-5 นาทีไว้สำหรับตรวจสอบครั้งสุดท้าย จะช่วยลดความผิดพลาดจากความไม่ระมัดระวังได้
04

กลยุทธ์แยกตามประเภทโจทย์

ใน IELTS Reading ทักษะที่จำเป็นแตกต่างกันไปตามรูปแบบโจทย์ หากตั้งเป้าทำคะแนน 6 ไม่จำเป็นต้องรับมือกับทุกโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือการทำคะแนนให้ได้แน่นอนในหัวข้อที่ถนัด และพิชิตโจทย์ที่ไม่ถนัดอย่างมีประสิทธิภาพ

1. True / False / Not Given

  • True: บทความระบุเนื้อหาเดียวกันไว้อย่างชัดเจน
  • False: บทความเขียนเนื้อหาที่ตรงกันข้าม
  • Not Given: บทความไม่มีข้อมูลดังกล่าว

ประเด็นสำคัญคืออย่าสับสนกับ “Not Given” หากไม่มีข้อมูลนั้นในบทความ ให้ตัดสินเป็น Not Given ทันทีโดยไม่ต้องคิดลึกเกินไป

2. Matching Headings

  • อ่าน “ประโยคเปิด” และ “ประโยคสรุป” ของแต่ละย่อหน้าอย่างเข้มข้น
  • จับ “หัวข้อหลักโดยรวม” ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อยของย่อหน้า
  • อย่าถูกคำสำคัญในตัวเลือกชักจูง ให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนสำนวน

3. Summary / Sentence Completion

  • ตรวจสอบบริบทก่อนและหลังช่องว่าง เพื่อตัดสินว่าสอดคล้องกับไวยากรณ์หรือไม่
  • จำเป็นต้องฝึกฝนการจับคำพ้องความหมายและ Paraphrase
  • ตัวอย่าง: because of → due to / owing to

4. Multiple Choice Questions (MCQ)

  • การ “ตัดตัวเลือกที่ผิด” มีประสิทธิภาพมากกว่าการหาคำตอบที่ถูก
  • ระวังกับดักที่ตัวเลือกถูกบางส่วนแต่ผิดโดยรวม
  • อย่าใช้เวลานานเกินไป หากลังเลให้ทำเครื่องหมายชั่วคราวแล้วทำข้อถัดไป

5. Matching Information / Features

  • ความสามารถในการ “สแกน” หาคำสำคัญในบทความเป็นสิ่งสำคัญ
  • การค้นหาโดยใช้ชื่อคน ตัวเลข และคำนามเฉพาะเป็นจุดสังเกตจะมีประสิทธิภาพ

การทำคะแนนอย่างมั่นใจโดยเริ่มจาก “รูปแบบโจทย์ที่เพิ่มอัตราการตอบถูกได้ง่าย” คือทางลัดสู่การทำคะแนน 6 ให้สำเร็จ

05

การเสริมสร้างทักษะการอ่าน

การมุ่งทำคะแนน 6 ไม่ใช่แค่เพิ่มคลังคำศัพท์เท่านั้น แต่ต้องฝึกฝนทักษะการอ่านเฉพาะของข้อสอบอย่างมีสติด้วย การฝึกฝนอย่างเข้มข้นใน 3 ข้อต่อไปนี้จะมีประสิทธิภาพมาก

1. Skimming (การอ่านคร่าวๆ)

  • วิธีอ่านที่ไม่อ่านทั้งย่อหน้าอย่างละเอียด แต่จับหัวข้อและลำดับความคิดคร่าวๆ
  • หากให้ความสนใจกับต้นและท้ายของแต่ละย่อหน้า จะจับใจความสำคัญได้ง่ายขึ้น
  • การกวาดสายตาดูบทความคร่าวๆ ก่อนทำโจทย์ จะช่วยให้รู้ตำแหน่งของโจทย์ได้

2. Scanning (การสแกนหาข้อมูล)

  • เทคนิคการค้นหาในบทความโดยใช้ คำสำคัญที่ปรากฏในโจทย์ (ชื่อคน ตัวเลข คำศัพท์เฉพาะทาง ฯลฯ) เป็นเบาะแส
  • ตัวอย่าง: หากโจทย์มีคำว่า “1990” ให้ระวังคำในบทความ เช่น “1990s” หรือ “in the early 90s”
  • อย่ามองว่าเป็นการอ่านอย่างละเอียด แต่ให้มองว่าเป็น “งานค้นหาตำแหน่งข้อมูล”

3. การจับ Paraphrase

  • อุปสรรคใหญ่ที่สุดของ IELTS Reading คือ “การเปลี่ยนสำนวน”
  • ตัวอย่าง: increase → rise / go up because of → due to / owing to important → crucial / significant
  • ควรเข้าใจว่า “คำในบทความและโจทย์มักไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ” และฝึกฝนการเชื่อมโยงในระดับความหมายซ้ำๆ

4. อ่านอย่างละเอียดเฉพาะเมื่อจำเป็น

  • การอ่านทุกประโยคอย่างละเอียดเป็นไปไม่ได้ในแง่ของเวลา
  • ให้อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น ส่วนที่เหลือให้ใช้การสแกนผ่านไป
  • การอ่านที่มีจังหวะขึ้นลงคือกุญแจสู่คะแนน 6
06

คลังคำศัพท์และความรู้พื้นฐาน

การจะทำคะแนน 6 ได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ต้องมีคำศัพท์พื้นฐานเท่านั้น แต่ยังต้องมีคำศัพท์เชิงวิชาการและความรู้ทั่วไปด้วย ใน IELTS Reading มักมีหัวข้อเฉพาะทางปรากฏอยู่บ่อยครั้ง เพียงแค่มีความรู้พื้นฐาน ความเร็วในการทำความเข้าใจก็จะเปลี่ยนไปอย่างมาก

1. เสริมสร้างคำศัพท์วิชาการที่ออกสอบบ่อย

  • การศึกษา: curriculum, assessment, literacy
  • สิ่งแวดล้อม: sustainability, pollution, conservation
  • เทคโนโลยี: innovation, artificial intelligence, automation
  • สังคม: migration, inequality, governance

แทนที่จะท่องจำสมุดคำศัพท์แบบทื่อๆ การจดจำไปพร้อมกับตัวอย่างประโยคจะช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านได้

2. เพิ่มพูนคลัง Paraphrase

ใน IELTS มักพบกรณีที่ “สื่อความหมายเดียวกันด้วยคำที่ต่างกัน” บ่อยครั้ง

  • advantage → benefit, merit
  • problem → issue, challenge
  • show → demonstrate, reveal

หากสร้างนิสัย “จดคำพ้องความหมายเพิ่มอย่างมีสติ” ในการเรียนประจำวัน จะได้เปรียบในการสอบ

3. การรับความรู้พื้นฐาน

  • หนังสือพิมพ์และนิตยสาร: The Guardian, National Geographic
  • บทความวิชาการและบล็อกวิจัย: การได้สัมผัสกับหัวข้อการศึกษา สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์จะเป็นประโยชน์
  • หัวข้อที่ออกสอบบ่อยคือ “ประวัติศาสตร์” “สิ่งแวดล้อม” “เทคโนโลยี” “การศึกษา” “ปัญหาสังคม”

การอ่านบทความภาษาอังกฤษเป็นประจำจนคุ้นเคย จะช่วยสร้าง “ความสามารถในการทำความเข้าใจแม้เจอหัวข้อที่ไม่รู้จัก”

07

วิธีฝึกฝนเชิงปฏิบัติ

การมุ่งทำคะแนน 6 ไม่ใช่แค่การรับความรู้เท่านั้น แต่การฝึกฝนเอาต์พุตเพื่อคุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์จริงก็ขาดไม่ได้ การเรียนตามขั้นตอนต่อไปนี้จะมีประสิทธิภาพ

1. ใช้หนังสือข้อสอบทางการ

  • ชุด Cambridge IELTS เป็นสื่อการเรียนที่จำเป็น
  • เนื่องจากใกล้เคียงกับรูปแบบข้อสอบจริงที่สุด จึงควรใช้ฝึกฝนเป็นข้อสอบจำลองซ้ำๆ

2. “การทบทวน” หลังทำโจทย์เป็นสิ่งสำคัญ

  • ไม่ใช่แค่ตรวจคำตอบเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ด้วย: มองข้าม Paraphrase ตัวไหนไปบ้าง? สามารถระบุย่อหน้าที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ได้ทันทีหรือไม่? ข้อไหนที่ใช้เวลานานเกินไป?

การนำข้อผิดพลาดไปใช้ในครั้งต่อไปคือกุญแจสู่การเพิ่มคะแนน

3. ฝึกฝนซ้ำแยกตามประเภทโจทย์

  • ฝึกฝนอย่างเข้มข้นในหัวข้อที่ไม่ถนัด (เช่น Matching Headings)
  • สำหรับหัวข้อที่ถนัด ให้ตระหนักถึงการเพิ่มความเร็ว เพื่อให้ทำได้ในเวลาที่สั้นลง

4. นำการจับเวลามาใช้ฝึกฝน

  • ฝึกทำข้อสอบ 1 ชุด ภายใน 60 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • นำการฝึกระยะสั้น 1 บทความภายใน 15-20 นาที มาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย

5. ผสมผสานการอ่านเยอะและการอ่านอย่างละเอียด

  • การอ่านเยอะ: ยกระดับความเร็วในการอ่านโดยรวม
  • การอ่านอย่างละเอียด: ทำความเข้าใจความสัมพันธ์เชิงตรรกะและโครงสร้างประโยคอย่างแม่นยำ

การฝึกฝนทั้ง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” ให้สมดุลกัน คือทางลัดสู่การทำคะแนน 6

08

สรุป

การจะทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน ไม่ใช่แค่สั่งสมความสามารถทางภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่การมีกลยุทธ์และทักษะเฉพาะของข้อสอบก็ขาดไม่ได้เช่นกัน

  • จำนวนข้อที่ต้องตอบถูกคือ 23-26 ข้อ (ประมาณ 60%)
  • ตระหนักถึงการจัดสรรเวลา และทำโจทย์ให้เสร็จจนถึงข้อสุดท้าย
  • เข้าใจกลยุทธ์การพิชิตโจทย์แต่ละประเภทเพื่อทำคะแนนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฝึกฝน Skimming, Scanning และการจับ Paraphrase
  • เสริมสร้างคำศัพท์วิชาการและความรู้พื้นฐาน
  • ฝึกฝนเชิงปฏิบัติด้วยหนังสือข้อสอบทางการ และวิเคราะห์อย่างละเอียดหลังทำโจทย์

คะแนน 6 คือ “ด่านแรกที่ผู้เรียนระดับกลางต้องก้าวข้าม” และการก้าวข้ามด่านนี้ได้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการเรียนภาษาอังกฤษอย่างมาก หากตระหนักถึงกลยุทธ์ในการเรียนประจำวัน ก็จะสามารถทำคะแนน 6 ได้อย่างมั่นคง

09

FAQ: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)

การทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 6 คะแนน ต้องตอบถูกกี่ข้อ?

เกณฑ์อ้างอิงคือ 23-26 ข้อ จากทั้งหมด 40 ข้อ (ประมาณ 60%) ในการเตรียมตัว ควรยึดแนวคิด “เพิ่มจำนวนข้อที่ทำได้แน่นอน” เพื่อสร้างแหล่งคะแนนที่มั่นคง

ควรจัดสรรเวลา 60 นาทีอย่างไร?

ใช้เกณฑ์ Passage 1: 15 นาที, Passage 2: 20 นาที, Passage 3: 25 นาที สำหรับข้อที่ลังเล ให้ทำเครื่องหมายชั่วคราวไว้แล้วกลับมาตรวจทานในตอนท้าย

มีเคล็ดลับในการแยกแยะ Not Given อย่างไร?

หากบทความ “ไม่มีข้อมูล” ให้ตัดสินเป็น Not Given โดยไม่ต้องคิดลึกเกินไป กฎเหล็กคือห้ามเติมข้อมูลด้วยการคาดเดาหรือสามัญสำนึกของตัวเอง

ทำ Matching Headings แล้วสับสนหาทางออกไม่เจอ มีวิธีแก้อย่างไร?

ให้ความสำคัญกับประโยคเปิดและประโยคสรุปของแต่ละย่อหน้า จับ “หัวข้อหลัก” ไม่ใช่ “รายละเอียด” ตัดสินตัวเลือกโดยดูจากความสอดคล้องของใจความสำคัญของย่อหน้า มากกว่าการที่คำสำคัญตรงกัน

ฉันไม่ค่อยถนัด Paraphrase (การเปลี่ยนสำนวน) ควรฝึกฝนอย่างไร?

สร้างตารางเทียบ “คำในโจทย์ → คำในบทความ” ไว้ในสมุดวิเคราะห์ข้อผิดพลาด แล้วท่องจำคำพ้องความหมายเป็นชุด เช่น increase→rise/go up, because of→due to/owing to

ต้องมีคำศัพท์ระดับไหน?

คำศัพท์วิชาการที่มีความถี่ปานกลาง (สิ่งแวดล้อม การศึกษา เทคโนโลยี สังคม ประวัติศาสตร์) เป็นสิ่งจำเป็น ควรจดจำไปพร้อมกับตัวอย่างประโยค และตรวจสอบชนิดของคำและ Collocation ด้วย

ทำ Multiple Choice ใช้เวลานาน มีเคล็ดลับประหยัดเวลาอย่างไร?

ให้ใช้วิธีตัดตัวเลือกที่ผิดก่อนการหาคำตอบที่ถูก โดยตัดตัวเลือกที่ “ขัดแย้งกับบทความ” “มีขอบเขตกว้างเกินไป” หรือ “พูดเกินจริง (ใช้คำเด็ดขาด)” ออกก่อน

ควรสมดุลระหว่างการอ่านอย่างละเอียดกับการอ่านเยอะอย่างไร?

ในชีวิตประจำวันให้อ่านเยอะเพื่อยกระดับความเร็ว ส่วนตอนฝึกทำโจทย์ให้อ่านอย่างละเอียดเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ สร้างนิสัยที่มีจังหวะขึ้นลงเพื่อทำโจทย์ให้เสร็จภายใน 60 นาที

ควรใช้หนังสือข้อสอบทางการเล่มไหน? ใช้อย่างไร?

ควรใช้ชุด Cambridge IELTS เป็นหลัก หลังจากทำในรูปแบบข้อสอบจริงแล้ว ให้บันทึกเสมอว่า “มองข้าม Paraphrase ตัวไหน” “ระบุตำแหน่งช้าตรงไหน” “สาเหตุที่เสียคะแนนคืออะไร”

ควรทบทวนมากแค่ไหนถึงจะเพียงพอ?

ทำตาม 3 ขั้นตอน: ระบุสาเหตุของคำตอบผิด → หาสาเหตุที่แท้จริง (คำศัพท์/Paraphrase/การระบุตำแหน่ง/การจัดสรรเวลา) → ฝึกฝนซ้ำ แม้แต่ข้อที่ตอบถูกก็ควรขีดเส้นใต้ประโยคที่เป็นหลักฐานด้วย

มีตัวอย่างเมนูการเรียนต่อวันไหม? (45-60 นาที)

① คำศัพท์ 10 นาที (จำเป็นชุดคำพ้องความหมาย) ② ฝึก Skimming และ Scanning 15 นาที ③ ฝึกฝนแยกตามประเภทโจทย์ 15 นาที ④ ข้อสอบจำลองสั้นๆ พร้อมตรวจทาน 15-20 นาที

จะสร้างความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหัวข้อบทความยาวได้อย่างไร?

อ่านบทความภาษาอังกฤษด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และสังคม สัปดาห์ละหลายบทความ พร้อมจดใจความสำคัญ 1 บรรทัด จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับหัวข้อที่ไม่คุ้นเคย และเพิ่มความเร็วในการประมวลผล

หากเกิดอาการตื่นตระหนกในวันสอบจริงต้องทำอย่างไร?

ให้กลับไปที่รูปแบบพื้นฐาน คือเริ่มจาก “การระบุตำแหน่ง” ตามลำดับโจทย์ → บทความ หากลังเลให้ทำเครื่องหมายชั่วคราว และตรวจสอบเวลาโดยแบ่งเป็น 3 ช่วง (15/35/60 นาที) เพื่อลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด

ควรตรวจทานอะไรในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย?

ให้ความสำคัญกับข้อที่ยังไม่ได้ตอบ ข้อผิดพลาดในการคัดลอกคำตอบ และข้อที่ตกหล่นในโจทย์แบบเลือกหลายคำตอบก่อน นอกจากนี้ต้องตรวจสอบการสะกดคำ เอกพจน์/พหูพจน์ และข้อจำกัดจำนวนคำ (No more than ○ words) อีกครั้งเสมอ

คู่มือรวมวิธีเรียน IELTS Reading (เตรียมสอบการอ่าน) [ฉบับปี 2026]คู่มือรวมการเตรียมสอบ IELTS – พิชิตข้อสอบฉบับสมบูรณ์ พร้อมวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

การเตรียมสอบ Reading ระดับคะแนนอื่นๆ

เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 5 คะแนน (ฉบับปูพื้นฐาน)เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 7 คะแนน (เทคนิคทะลุคะแนนสูง)เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีทำคะแนน IELTS Reading ให้ได้ 8 คะแนน (กลยุทธ์ขั้นสูงสุดสำหรับผู้เรียนระดับสูง)

การเตรียมสอบทักษะอื่นในระดับ Band 6

เตรียมสอบ IELTS Listening: วิธีทำคะแนนให้ได้ 6 คะแนน (กลยุทธ์สำหรับผู้เรียนระดับกลาง)เตรียมสอบ IELTS Speaking: กลยุทธ์การทำ Band 6 ใน IELTS Speakingวิธีทำ IELTS Writing Band 6 (คะแนนที่จำเป็นสำหรับการเรียนต่อและย้ายถิ่นฐานส่วนใหญ่)

คอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY

คลิกดูรายละเอียดคอร์สเตรียมสอบ IELTS ของ 3D ACADEMY ที่นี่

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง