

ในข้อสอบ IELTS Reading มีการออกโจทย์หลากหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในนั้นคือ Table Completion (โจทย์เติมตาราง) ซึ่งเป็นโจทย์ต้นแบบที่ทดสอบความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล ต้องค้นหาข้อมูลที่จำเป็นจากบทความแล้วเติมลงในช่องว่างของตารางที่กำหนดให้อย่างถูกต้อง แม้จะดูเรียบง่ายแต่ในความเป็นจริงกลับมีจุดที่ต้องระวังมาก จึงเป็นรูปแบบข้อสอบที่ควรให้ความสนใจ
จุดที่ผู้เข้าสอบมักติดขัดมีดังนี้:
กล่าวคือ Table Completion เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยความสามารถในการอ่านข้อมูลอย่างแม่นยำ และความสามารถในการปฏิบัติตามข้อจำกัดของโจทย์อย่างเคร่งครัดไปพร้อมกัน บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนและเทคนิคในการแก้โจทย์รูปแบบนี้อย่างมีประสิทธิภาพให้เข้าใจง่าย
Table Completion (โจทย์เติมตาราง) เป็นรูปแบบที่ต้องเติมช่องว่างในตารางโดยอาศัยข้อมูลจากเนื้อหาต้นฉบับของ Reading ต้องดูข้อมูลที่จัดระเบียบไว้ในตาราง แล้วค้นหาคำหรือตัวเลขที่ถูกต้องจากเนื้อหาต้นฉบับ มีลักษณะเฉพาะดังนี้
ในโจทย์จะระบุข้อจำกัดจำนวนคำไว้ชัดเจน เช่น “NO MORE THAN TWO WORDS” หรือ “ONE WORD ONLY” หากไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัด แม้เนื้อหาจะถูกต้องก็จะถือว่าตอบผิด
ก่อนอื่นให้ตรวจสอบประโยคคำสั่งของโจทย์เสมอ และตรวจสอบข้อจำกัดจำนวนคำ (word limit)
หากไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดนี้ แม้ข้อมูลจะถูกต้องก็จะถือว่าตอบผิด
ใน IELTS จะไม่ใช้คำเดียวกันซ้ำๆ แต่มักใช้คำพ้องความหมาย (synonym) หรือสำนวนเปลี่ยนคำ (paraphrase) บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น:
แทนที่จะค้นหาคำเดียวกันตรงๆ สิ่งสำคัญคือการจับส่วนที่มีความหมายตรงกัน
หากคำสั่งระบุว่า NO MORE THAN TWO WORDS
เพียงแค่ ใส่คำนำหน้านาม (a, the) เกินมา ก็จะถือว่าตอบผิด
เช่น เนื้อหาต้นฉบับเขียนว่า “student” แต่กลับตอบว่า “students” การมีหรือไม่มี -s อาจตัดสินผลการตอบถูกหรือผิดได้
ควรตรวจสอบด้วยว่าจำเป็นต้องใส่หน่วย (kg, %, years เป็นต้น) หรือไม่
หากตอบในรูปแบบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของตารางจะถือว่าตอบผิด ตัวอย่างเช่น:
เนื่องจากเนื้อหาต้นฉบับกับตารางมักใช้คำที่แตกต่างกัน
หากไม่สามารถจับ การเปลี่ยนสำนวนโดยตั้งใจ ได้ ก็มักจะเสียคะแนนได้ง่าย
ก่อนอ่านเนื้อหาต้นฉบับ ให้ตรวจสอบตารางก่อน แล้ว
การคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วจึงอ่านเนื้อหาต้นฉบับ จะช่วยให้ค้นหาคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเนื้อหาต้นฉบับ ให้
ใน IELTS มักมีการใช้สำนวนเปลี่ยนคำเสมอ การท่องจำคำพ้องความหมายที่พบบ่อยไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้สังเกตเห็นความสอดคล้องระหว่างเนื้อหาต้นฉบับกับตารางได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น:
ควรสร้างนิสัยตรวจทานให้แน่ใจในตอนท้ายเสมอ
Table Completion (โจทย์เติมตาราง) เมื่อมองผิวเผินอาจดูเรียบง่าย แต่หากไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ละเอียด เช่น ข้อจำกัดจำนวนคำ สำนวนเปลี่ยนคำ และความแตกต่างของเอกพจน์-พหูพจน์ ก็จะเป็นโจทย์ที่เสียคะแนนได้ง่าย
จุดสำคัญในการพิชิตมีดังนี้:
หากฝึกฝนขั้นตอนที่ถูกต้องจนคุ้นเคยแล้ว Table Completion ก็สามารถเป็นแหล่งทำคะแนนที่มั่นคงได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุ้นเคยกับคำพ้องความหมายและรูปแบบการเปลี่ยนสำนวน ก็จะสามารถรับมือได้อย่างรวดเร็วในการสอบจริงเช่นกัน
ควรตระหนักถึงเคล็ดลับและฝึกฝนซ้ำๆ เพื่อให้สามารถทำคะแนนได้อย่างมั่นคง
ความประสงค์
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง