หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Reading > เตรียมสอบ IELTS Reading: เทคนิคพิชิต Table Completion (วิธีแก้โจทย์เติมตาราง)
เตรียมสอบ IELTS Reading

เตรียมสอบ IELTS Reading: เทคนิคพิชิต Table Completion (วิธีแก้โจทย์เติมตาราง)

8 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เตรียมสอบ IELTS Reading: เทคนิคพิชิต Table Completion (วิธีแก้โจทย์เติมตาราง)
01

บทนำ

ในข้อสอบ IELTS Reading มีการออกโจทย์หลากหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในนั้นคือ Table Completion (โจทย์เติมตาราง) ซึ่งเป็นโจทย์ต้นแบบที่ทดสอบความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล ต้องค้นหาข้อมูลที่จำเป็นจากบทความแล้วเติมลงในช่องว่างของตารางที่กำหนดให้อย่างถูกต้อง แม้จะดูเรียบง่ายแต่ในความเป็นจริงกลับมีจุดที่ต้องระวังมาก จึงเป็นรูปแบบข้อสอบที่ควรให้ความสนใจ

จุดที่ผู้เข้าสอบมักติดขัดมีดังนี้:

  • ไม่แน่ใจในทันทีว่าควรเติมอะไรลงในตาราง
  • เนื้อหาต้นฉบับไม่ได้เขียนคำเดียวกันตรงๆ แต่ถูกเปลี่ยนเป็นสำนวนอื่น
  • ไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดจำนวนคำ (เช่น “NO MORE THAN TWO WORDS”) จนตอบผิด

กล่าวคือ Table Completion เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยความสามารถในการอ่านข้อมูลอย่างแม่นยำ และความสามารถในการปฏิบัติตามข้อจำกัดของโจทย์อย่างเคร่งครัดไปพร้อมกัน บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนและเทคนิคในการแก้โจทย์รูปแบบนี้อย่างมีประสิทธิภาพให้เข้าใจง่าย

02

ลักษณะเฉพาะของโจทย์ Table Completion

Table Completion (โจทย์เติมตาราง) เป็นรูปแบบที่ต้องเติมช่องว่างในตารางโดยอาศัยข้อมูลจากเนื้อหาต้นฉบับของ Reading ต้องดูข้อมูลที่จัดระเบียบไว้ในตาราง แล้วค้นหาคำหรือตัวเลขที่ถูกต้องจากเนื้อหาต้นฉบับ มีลักษณะเฉพาะดังนี้

1. รูปแบบการออกโจทย์

  • ส่วนหนึ่งของตารางเป็นช่องว่าง ต้องเติมข้อมูลจากเนื้อหาต้นฉบับลงในช่องว่างนั้น
  • คำตอบให้เขียน คำ ตัวเลข หรือวลี ลงไปโดยตรง

2. เจตนาของการออกโจทย์

  • ตรวจสอบว่าผู้เข้าสอบสามารถเข้าใจรายละเอียดของบทความได้หรือไม่
  • ประเมินความสามารถในการ “สรุป” และ “จัดระเบียบ” ข้อมูล

3. ความยากเฉพาะของโจทย์รูปแบบนี้

  • เนื้อหาต้นฉบับกับตารางมักใช้ คำศัพท์ที่ถูกเปลี่ยนสำนวน
  • บางครั้งคำตอบกระจายอยู่ทั่วเนื้อหาต้นฉบับ
  • ตารางถูกจัดระเบียบไว้แล้ว แต่เนื้อหาต้นฉบับเป็นร้อยแก้วซึ่งค้นหาได้ยาก

4. ข้อจำกัดจำนวนคำ

ในโจทย์จะระบุข้อจำกัดจำนวนคำไว้ชัดเจน เช่น “NO MORE THAN TWO WORDS” หรือ “ONE WORD ONLY” หากไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัด แม้เนื้อหาจะถูกต้องก็จะถือว่าตอบผิด

03

ขั้นตอนการแก้โจทย์

1. ตรวจสอบคำสั่ง

ก่อนอื่นให้ตรวจสอบประโยคคำสั่งของโจทย์เสมอ และตรวจสอบข้อจำกัดจำนวนคำ (word limit)

  • ONE WORD ONLY → 1 คำเท่านั้น
  • NO MORE THAN TWO WORDS → ไม่เกิน 2 คำ
  • NO MORE THAN THREE WORDS AND/OR A NUMBER → ไม่เกิน 3 คำ หรือรวมตัวเลขได้

หากไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดนี้ แม้ข้อมูลจะถูกต้องก็จะถือว่าตอบผิด

2. ดูภาพรวมของตารางทั้งหมด

  • ตรวจสอบ หัวข้อ (คอลัมน์และแถว) ของตาราง เพื่อทำความเข้าใจว่ามีการจัดระเบียบข้อมูลประเภทใด (บุคคล วันที่ สาเหตุ ลักษณะเฉพาะ ฯลฯ)
  • ดูก่อนและหลังช่องว่าง เพื่อคาดเดาว่าต้องการข้อมูลแบบใด (คำนาม? ตัวเลข? คำคุณศัพท์?)

3. ค้นหาตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาต้นฉบับ

  • ใช้คำนามเฉพาะ ตัวเลข ปี ค.ศ. หรือคำสำคัญที่ปรากฏในตารางเป็นเบาะแสในการสแกนหาเนื้อหาต้นฉบับ
  • ส่วนใหญ่ข้อมูลในตารางจะปรากฏใน ลำดับที่ใกล้เคียงกับเนื้อหาต้นฉบับ

4. ระวังสำนวนเปลี่ยนคำ

ใน IELTS จะไม่ใช้คำเดียวกันซ้ำๆ แต่มักใช้คำพ้องความหมาย (synonym) หรือสำนวนเปลี่ยนคำ (paraphrase) บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น:

  • “cheap” → “inexpensive”
  • “children” → “youngsters”
  • “begin” → “start”

แทนที่จะค้นหาคำเดียวกันตรงๆ สิ่งสำคัญคือการจับส่วนที่มีความหมายตรงกัน

5. เขียนคำตอบลงไป

  • ปฏิบัติตามข้อจำกัดจำนวนคำ
  • สะกดคำให้ถูกต้องแม่นยำ
  • ตรวจสอบรูปเอกพจน์-พหูพจน์
  • ตอบใน รูปแบบที่สอดคล้องกับบริบท (ส่วนใหญ่ไม่รวมคำนำหน้านามหรือคำบุพบท)
04

กับดักที่พบบ่อยและจุดที่ควรระวัง

1. คำเกินจำนวนที่กำหนด

หากคำสั่งระบุว่า NO MORE THAN TWO WORDS

  • คำตอบที่ถูกต้อง: “large building”
  • คำตอบที่ผิด: “a large building”

เพียงแค่ ใส่คำนำหน้านาม (a, the) เกินมา ก็จะถือว่าตอบผิด

2. ความผิดพลาดเรื่องเอกพจน์-พหูพจน์

เช่น เนื้อหาต้นฉบับเขียนว่า “student” แต่กลับตอบว่า “students” การมีหรือไม่มี -s อาจตัดสินผลการตอบถูกหรือผิดได้

3. การเขียนตัวเลขและหน่วย

  • ทั้ง “50” และ “fifty” อาจถือว่าถูกต้องทั้งคู่ในบางกรณี
  • แต่หากเขียนเติม “s” ผิดๆ เป็น “50s” จะถือว่าตอบผิด

ควรตรวจสอบด้วยว่าจำเป็นต้องใส่หน่วย (kg, %, years เป็นต้น) หรือไม่

4. คำตอบที่ไม่เป็นธรรมชาติทางไวยากรณ์

หากตอบในรูปแบบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของตารางจะถือว่าตอบผิด ตัวอย่างเช่น:

  • ในตารางควรใส่คำตอบในช่อง “ลักษณะเฉพาะ” แต่กลับใช้รูปคำกริยาแทน

5. ถูกคำพ้องความหมายหลอก

เนื่องจากเนื้อหาต้นฉบับกับตารางมักใช้คำที่แตกต่างกัน

  • เนื้อหาต้นฉบับ: “inexpensive”
  • คำตอบในตาราง: “cheap”

หากไม่สามารถจับ การเปลี่ยนสำนวนโดยตั้งใจ ได้ ก็มักจะเสียคะแนนได้ง่าย

05

เทคนิคปฏิบัติเพื่อเพิ่มคะแนน

1. อ่านล่วงหน้าให้ละเอียดถี่ถ้วน

ก่อนอ่านเนื้อหาต้นฉบับ ให้ตรวจสอบตารางก่อน แล้ว

  • ข้อมูลประเภทใดที่จำเป็น (ชื่อบุคคล วันที่ ลักษณะเฉพาะ ฯลฯ)
  • เน้นคำนาม ตัวเลข หรือคำคุณศัพท์

การคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วจึงอ่านเนื้อหาต้นฉบับ จะช่วยให้ค้นหาคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ทำเครื่องหมายคำสำคัญ

ในเนื้อหาต้นฉบับ ให้

  • ทำเครื่องหมายที่ตัวเลข (ปี ค.ศ. จำนวนเงิน อัตราส่วน)
  • คำนามเฉพาะ (ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ชื่อองค์กร) ไว้ จะช่วยให้เชื่อมโยงกับช่องว่างในตารางได้ง่ายขึ้น

3. จดจำรายการคำพ้องความหมาย

ใน IELTS มักมีการใช้สำนวนเปลี่ยนคำเสมอ การท่องจำคำพ้องความหมายที่พบบ่อยไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้สังเกตเห็นความสอดคล้องระหว่างเนื้อหาต้นฉบับกับตารางได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น:

  • “research” → “study”
  • “old” → “ancient”
  • “because of” → “due to”

4. ตระหนักถึงการบริหารเวลา

  • ไม่ควรยึดติดกับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป หากไม่ทราบให้ข้ามไปก่อนแล้วกลับมาทีหลัง
  • หากมองภาพรวมของทั้งตาราง ก็อาจเข้าใจลำดับเนื้อหา ซึ่งบางครั้งเบาะแสในช่วงหลังก็ช่วยเติมช่องว่างในช่วงต้นได้

5. สร้างนิสัยตรวจทานคำตอบ

  • ปฏิบัติตามข้อจำกัดจำนวนคำหรือไม่?
  • มีการสะกดผิดหรือไม่?
  • มีความผิดพลาดเรื่องเอกพจน์-พหูพจน์หรือไม่?

ควรสร้างนิสัยตรวจทานให้แน่ใจในตอนท้ายเสมอ

06

สรุป

Table Completion (โจทย์เติมตาราง) เมื่อมองผิวเผินอาจดูเรียบง่าย แต่หากไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ละเอียด เช่น ข้อจำกัดจำนวนคำ สำนวนเปลี่ยนคำ และความแตกต่างของเอกพจน์-พหูพจน์ ก็จะเป็นโจทย์ที่เสียคะแนนได้ง่าย

จุดสำคัญในการพิชิตมีดังนี้:

  • ตรวจสอบข้อจำกัดจำนวนคำเสมอ
  • จับภาพรวมของตารางแล้วคาดเดาข้อมูลที่จำเป็น
  • ทำ Scanning ตามลำดับของเนื้อหาต้นฉบับ
  • ระวังสำนวนเปลี่ยนคำ
  • เขียนคำตอบในรูปแบบที่ถูกต้องสอดคล้องกับบริบท

หากฝึกฝนขั้นตอนที่ถูกต้องจนคุ้นเคยแล้ว Table Completion ก็สามารถเป็นแหล่งทำคะแนนที่มั่นคงได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุ้นเคยกับคำพ้องความหมายและรูปแบบการเปลี่ยนสำนวน ก็จะสามารถรับมือได้อย่างรวดเร็วในการสอบจริงเช่นกัน

ควรตระหนักถึงเคล็ดลับและฝึกฝนซ้ำๆ เพื่อให้สามารถทำคะแนนได้อย่างมั่นคง

ความประสงค์

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง