หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Reading > เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีฝึกฝน Skimming และ Scanning
เตรียมสอบ IELTS Reading

เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีฝึกฝน Skimming และ Scanning

8 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เตรียมสอบ IELTS Reading: วิธีฝึกฝน Skimming และ Scanning
01

บทนำ

IELTS Reading กำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องอ่านบทความยาวประมาณ 3,000 คำภายในเวลา 60 นาที และตอบคำถามทั้งหมด 40 ข้อ ผู้เข้าสอบจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าถูกครอบงำด้วยจำนวนข้อและปริมาณเนื้อหา จนหมดเวลาก่อนทำเสร็จ ด้วยเหตุนี้ “ความสามารถในการอ่านให้เร็วและแม่นยำ” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินผลการสอบ

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเรื่องนี้คือเทคนิคการอ่านความเข้าใจ 2 แบบ ได้แก่ Skimming (การอ่านผ่านๆ ทั้งบทความอย่างรวดเร็ว) และ Scanning (การค้นหาข้อมูลที่จำเป็น) ทั้งสองเทคนิคนี้ไม่ใช่เพียงวิธีการอ่านเร็วทั่วไป แต่เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับรูปแบบข้อสอบเฉพาะของ IELTS

บทความนี้จะอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง Skimming และ Scanning ไปจนถึงวิธีฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ หากนำไปใช้ในการเรียนประจำวัน จะช่วยให้ใช้เวลาสอบที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การเพิ่มคะแนนได้

02

Skimming คืออะไร?

Skimming คือวิธีการอ่านที่ไม่อ่านเนื้อหาอย่างละเอียด แต่จับภาพรวมของบทความอย่างรวดเร็ว ใน IELTS Reading การทำ Skimming ก่อนเป็นอันดับแรกจะช่วยให้เข้าใจธีมและลำดับเนื้อหาของบทความ และสามารถวาด “แผนที่” ในหัวก่อนเริ่มแก้โจทย์ได้

จุดที่ควรให้ความสนใจในการทำ Skimming

  • หัวข้อหรือหัวเรื่องย่อย: ช่วยให้เข้าใจธีมหลักของบทความ
  • ประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า: มักเป็นที่รวบรวมประเด็นสำคัญ
  • คำสำคัญที่ปรากฏซ้ำๆ: บ่งบอกข้อคิดเห็นของผู้เขียนหรือเนื้อหาหลักของบทความ

วิธีฝึกฝน Skimming

  • ฝึกสรุปความภายใน 1 นาที: อ่านบทความภาษาอังกฤษเพียง 1 นาที แล้วสรุปว่า “บทความนี้เขียนเกี่ยวกับอะไร” เป็น 1-2 ประโยค
  • แยกคำสำคัญจากแต่ละย่อหน้า: ใช้ข้อสอบเก่า IELTS เขียน “คำสำคัญ” หรือ “วลี” หนึ่งอย่างจากแต่ละย่อหน้า
  • ฝึกจับเวลาแบบจริงจัง: ตั้งเวลาจำกัดโดยจำลองสถานการณ์สอบจริง และฝึกจับภาพรวมของบทความอย่างรวดเร็วซ้ำๆ

การทำ Skimming ให้เป็นนิสัยจะช่วยให้เข้าใจว่า “ควรอ่านส่วนใดของบทความเป็นหลักในระหว่างการสอบ” และช่วยให้เข้าถึงคำถามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

03

Scanning คืออะไร?

Scanning คือวิธีการอ่านที่ไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด แต่ค้นหาเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว คำถามใน IELTS Reading มักถามหา “ข้อมูลเจาะจง” เช่น ตัวเลข ชื่อบุคคล วันที่ สถานที่ หรือคำศัพท์เฉพาะ ดังนั้น Scanning จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำคะแนน

ตัวอย่างเป้าหมายที่ต้องค้นหาด้วย Scanning

  • ปี ค.ศ. หรือยุคสมัย (เช่น 1990, 21st century)
  • คำนามเฉพาะ (ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ชื่อองค์กร ฯลฯ)
  • ตัวเลขหรือข้อมูลสถิติ (เปอร์เซ็นต์หรืออัตราส่วน ฯลฯ)
  • คำศัพท์เฉพาะทางหรือคำที่พิมพ์ตัวหนา/ตัวเอียง

วิธีฝึกฝน Scanning

  • ฝึกค้นหาคำสำคัญ: ตรวจสอบคำสำคัญในโจทย์ล่วงหน้า แล้วฝึกค้นหาซ้ำๆ ว่าปรากฏอยู่ที่ตำแหน่งใดในเนื้อหาต้นฉบับ
  • เกมค้นหาตัวเลขและชื่อ: ค้นหา “วันที่” “ชื่อ” “ตัวเลข” เท่านั้นอย่างรวดเร็วจากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษหรือข้อสอบเก่า IELTS
  • ฝึกตระหนักถึงการข้ามส่วนที่ไม่จำเป็น: สร้างนิสัยข้ามย่อหน้าหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องทันที และมุ่งความสนใจไปที่ข้อมูลที่จำเป็น

จุดสำคัญ

ใน Scanning สิ่งสำคัญคือไม่ใช่ “การอ่านคำ” แต่คือความรู้สึกของ “การค้นหาตัวอักษรด้วยสายตา” ให้ฝึกฝนทักษะการค้นหาตำแหน่งคำตอบจากในเนื้อหาต้นฉบับ ราวกับกำลังค้นหาคำสำคัญด้วยเครื่องมือค้นหา

04

การผสมผสาน Skimming และ Scanning

ใน IELTS Reading การใช้ Skimming และ Scanning ผสมผสานกัน แทนที่จะใช้แยกกันเพียงอย่างเดียว จะมีประสิทธิภาพมากกว่า การใช้ทั้งสองอย่างสมดุลกันจะช่วยให้สามารถลดเวลาและเพิ่มอัตราการตอบถูกได้

ขั้นตอนการปฏิบัติจริง

  • ขั้นตอนที่ 1: จับภาพรวมด้วย Skimming อ่านผ่านๆ ทั้งบทความก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อทำความเข้าใจว่าเป็นธีมและโครงสร้างแบบใด → ตัวอย่าง: “บทความนี้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม” “ย่อหน้าที่ 2 เป็นคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์” เป็นต้น
  • ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบโจทย์ ตรวจสอบคำสำคัญในประโยคคำถาม (ชื่อบุคคล ยุคสมัย คำศัพท์เฉพาะทาง ฯลฯ) เพื่อทำให้ชัดเจนว่าควรค้นหาอะไร
  • ขั้นตอนที่ 3: ค้นหาตำแหน่งที่เกี่ยวข้องด้วย Scanning ทบทวนเนื้อหาต้นฉบับและค้นหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำสำคัญในโจทย์อย่างรวดเร็ว
  • ขั้นตอนที่ 4: อ่านอย่างละเอียด อ่านเฉพาะส่วนที่มีข้อมูลที่จำเป็นอย่างละเอียดรอบคอบ แล้วตอบโจทย์

ตัวอย่าง: ขั้นตอนจริง

  • ทำ Skimming ทั้งบทความ → “บทความนี้เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับกิจกรรมภูเขาไฟ”
  • ตรวจสอบ “1970s” “ชื่อนักวิจัย” ในโจทย์
  • ทำ Scanning เนื้อหาต้นฉบับเพื่อค้นหา “1973” หรือ “Dr. Brown”
  • อ่านส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดเพื่อยืนยันคำตอบ

หากฝึกฝนวงจรนี้จนเป็นนิสัย จะช่วยให้เกิดรูปแบบ “ไม่อ่านส่วนที่ไม่จำเป็น → อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น” ซึ่งจะช่วยให้ใช้เวลาสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

05

สรุป

การจะทำคะแนนสูงใน IELTS Reading จำเป็นต้องมีทักษะการอ่านที่เร็วและแม่นยำ ซึ่งแกนกลางของทักษะนี้คือวิธีการอ่านความเข้าใจ 2 แบบ ได้แก่ “Skimming” และ “Scanning”

  • Skimming: จับภาพรวมของทั้งบทความและวาดแผนที่เนื้อหาในหัว
  • Scanning: ค้นหาข้อมูลที่จำเป็นสำหรับโจทย์อย่างเจาะจง
  • การใช้งานผสมผสาน: ตอบโจทย์อย่างมีประสิทธิภาพตามลำดับ ภาพรวม → ตรวจสอบโจทย์ → ค้นหาตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง → อ่านอย่างละเอียด

ทักษะเหล่านี้ไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากนำไปใช้ในการเรียนภาษาอังกฤษประจำวันและฝึกฝนซ้ำๆ ก็จะพัฒนาทักษะได้อย่างแน่นอน ควรฝึกฝนอย่างต่อเนื่องด้วยข้อสอบเก่าและบทความภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างสงบในการสอบจริง

06

FAQ: วิธีฝึกฝน Skimming และ Scanning

Skimming และ Scanning ต่างกันอย่างไร?

Skimming คือการจับภาพรวมของทั้งบทความ ส่วน Scanning คือการค้นหาข้อมูลเจาะจง (ตัวเลข คำนามเฉพาะ คำสำคัญ) แบบแรกทำหน้าที่ “สร้างแผนที่” แบบหลังทำหน้าที่ “ค้นหาจุดหมายปลายทาง”

ควรทำอันไหนก่อน?

โดยพื้นฐานให้ทำตามลำดับ Skimming → ตรวจสอบโจทย์ → Scanning → อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น การจับภาพรวมก่อนแล้วค้นหาแบบเจาะจงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เวลา

ควรใช้เวลาทำ Skimming นานเท่าไร?

แนวทางคือ 1-2 นาทีต่อ 1 บทความ ให้ความสนใจไปที่หัวข้อ หัวเรื่องย่อย ประโยคแรก/สุดท้ายของแต่ละย่อหน้า และคำสำคัญที่ปรากฏบ่อยครั้ง

เบาะแสที่ควรมองหาใน Scanning คืออะไร?

ได้แก่ ตัวเลข ยุคสมัย วันที่ ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ชื่อองค์กร คำศัพท์เฉพาะทาง ตัวหนา/ตัวเอียง และการเขียนแบบเฉพาะ (คำที่มียัติภังค์ คำที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่) เป็นต้น

ควรอ่านโจทย์ก่อนหรือไม่?

หลังจากทำ Skimming แบบสั้นๆ เพื่อจับภาพรวมแล้ว การอ่านโจทย์และทำเครื่องหมายคำสำคัญก่อนที่จะทำ Scanning เนื้อหาต้นฉบับ จะมีประสิทธิภาพมาก

ใช้อย่างไรกับโจทย์ True/False/Not Given?

คาดการณ์คำพ้องความหมายและคำตรงข้ามของคำหลักในโจทย์ล่วงหน้า แล้วใช้ Scanning ระบุย่อหน้าที่เกี่ยวข้อง จากนั้นอ่านอย่างละเอียดเพื่อตัดสินว่าข้อความในเนื้อหาต้นฉบับ “สอดคล้อง / ขัดแย้ง / ไม่มีการกล่าวถึง”

Skimming มีประโยชน์กับ Matching Headings หรือไม่?

มีประโยชน์ ให้ทำ Skimming แต่ละย่อหน้าภายใน 15-20 วินาที จดบันทึกคำสำคัญ (topic) และข้อคิดเห็น (claim) เป็นคำสั้นๆ → แล้วจับคู่กับรายการหัวข้อ

มีเคล็ดลับอะไรบ้างสำหรับโจทย์ Summary Completion หรือโจทย์เติมคำในช่องว่าง?

ให้เข้าใจโครงสร้างของประโยคในโจทย์ (ชนิดของคำ รูปแบบคำ) ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วทำ Scanning ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาต้นฉบับ อ่านสำนวนเปลี่ยนคำรอบๆ ช่องว่างอย่างละเอียดเพื่อจำกัดตัวเลือกที่เป็นไปได้

แนวทางการบริหารเวลาเป็นอย่างไร?

จากเวลาประมาณ 20 นาทีต่อบทความ แนวทางคือ Skimming 2 นาที วิเคราะห์โจทย์ 3 นาที และ Scanning + อ่านอย่างละเอียด 13-15 นาที การตัดสินใจข้ามโจทย์ยากไปทำทีหลังก็สำคัญเช่นกัน

หากคลังคำศัพท์ไม่เพียงพอ ยังได้ผลอยู่หรือไม่?

ได้ผล เนื่องจาก Skimming เน้นการจับโครงสร้าง และ Scanning อาศัยการจดจำรูปแบบด้วยสายตา แม้จะมีคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก ก็ยังสามารถเข้าใจภาพรวมและระบุตำแหน่งได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคืออะไร?

มี 3 ข้อคือ อ่านอย่างละเอียดตั้งแต่แรกจนหมดเวลา ค้นหาคำในโจทย์แบบตรงตัวในเนื้อหาต้นฉบับ (ในความเป็นจริงมักมีสำนวนเปลี่ยนคำจำนวนมาก) และยึดติดกับย่อหน้าที่มีความเกี่ยวข้องน้อย

รับมือกับสำนวนเปลี่ยนคำ (paraphrase) อย่างไร?

คาดการณ์รายการคำพ้องความหมายของคำสำคัญในโจทย์ทันที (ตัวอย่าง: increase = rise/grow/surge) ใน Scanning ให้ใช้ “รูปแบบคำ คำที่มาจากรากศัพท์เดียวกัน การเรียงคำ (collocation)” เป็นเบาะแสด้วย

เมนูฝึกฝนประจำวันคืออะไร?

(1) Skimming 1 นาที → สรุปความ 3 บรรทัด x 2 บทความ (ข่าวหรือเนื้อหา IELTS) (2) ฝึกซ้อม Scanning ตัวเลขและคำนามเฉพาะ 5 นาที (3) ฝึกจับเวลาด้วยข้อสอบเก่า 1 ชุด และทบทวน 10 นาที

ควรจดบันทึกมากแค่ไหน?

ขั้นต่ำก็เพียงพอ การจดคำสำคัญ 1-2 คำหรือวลีสั้นๆ เพื่อบันทึกหัวข้อของแต่ละย่อหน้า จะช่วยเป็นดัชนีเมื่อต้องกลับไปดูโจทย์อีกครั้ง

มีเทคนิคลดการอ่านซ้ำอย่างไร?

การจดบันทึกหัวข้อของแต่ละย่อหน้า การทำเครื่องหมายตำแหน่งในเนื้อหาต้นฉบับตามหมายเลขโจทย์ และการติดธงโจทย์ยาก (เพื่อทำทีหลัง) จะช่วยลดการไปมาที่ไม่จำเป็น

คำตอบเรียงลำดับตามลำดับหรือไม่?

โจทย์ส่วนใหญ่มักเรียงตามลำดับการดำเนินเรื่องของเนื้อหาต้นฉบับ แต่โจทย์ประเภท Matching หรือโจทย์เกี่ยวกับข้อคิดเห็นของผู้เขียนอาจข้ามไปมาได้ ควรพิจารณาตามประเภทของโจทย์

ฝึกแค่การอ่านเร็วก็เพียงพอหรือไม่?

ไม่เพียงพอ นอกจากความเร็วแล้ว ยังจำเป็นต้องฝึกฝน “การวิเคราะห์โจทย์” “ความไวต่อสำนวนเปลี่ยนคำ” และ “การมองข้ามส่วนที่ไม่จำเป็น” ไปพร้อมกันด้วย

ควรให้ความสำคัญกับความแม่นยำหรือความเร็วมากกว่ากัน?

ให้ความสำคัญกับความแม่นยำเป็นอันดับแรก แต่การอ่านอย่างละเอียดทุกข้อเป็นเรื่องที่ไม่สมจริง ให้ใช้ Skimming เพื่อคาดเดาตำแหน่ง ใช้ Scanning เพื่อระบุตำแหน่ง → แล้วอ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น เพื่อให้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน

มีเนื้อหาอะไรบ้างที่ใช้ฝึกฝนด้วยตนเองได้?

ชุดข้อสอบเก่าทางการ ข่าวคุณภาพสูง (หมวดวิทยาศาสตร์ การศึกษา ประวัติศาสตร์) แถลงการณ์หรือบทความรายงานของมหาวิทยาลัย มีสไตล์การเขียนใกล้เคียงกับ IELTS จึงเหมาะสำหรับการฝึกฝน

เมื่อคะแนนไม่เพิ่มขึ้น ควรทบทวนจุดใด?

(1) ใช้เวลาทำ Skimming นานเกินไปหรือไม่ (ควรไม่เกิน 2 นาที) (2) คาดการณ์คำพ้องความหมายของคำสำคัญในโจทย์ล่วงหน้าหรือไม่ (3) สามารถตัดสินใจข้ามโจทย์ยากไปทำทีหลังได้หรือไม่

IELTS Reading (การอ่าน)|วิธีเรียนและคู่มือรวมฉบับสมบูรณ์【ฉบับปี 2026】คู่มือรวมการเตรียมสอบและสอบ IELTS – เทคนิคพิชิตข้อสอบและวิธีเรียนฉบับสมบูรณ์【ฉบับปี 2026】

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง