

IELTS Reading กำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องอ่านบทความยาวประมาณ 3,000 คำภายในเวลา 60 นาที และตอบคำถามทั้งหมด 40 ข้อ ผู้เข้าสอบจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าถูกครอบงำด้วยจำนวนข้อและปริมาณเนื้อหา จนหมดเวลาก่อนทำเสร็จ ด้วยเหตุนี้ “ความสามารถในการอ่านให้เร็วและแม่นยำ” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินผลการสอบ
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเรื่องนี้คือเทคนิคการอ่านความเข้าใจ 2 แบบ ได้แก่ Skimming (การอ่านผ่านๆ ทั้งบทความอย่างรวดเร็ว) และ Scanning (การค้นหาข้อมูลที่จำเป็น) ทั้งสองเทคนิคนี้ไม่ใช่เพียงวิธีการอ่านเร็วทั่วไป แต่เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับรูปแบบข้อสอบเฉพาะของ IELTS
บทความนี้จะอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง Skimming และ Scanning ไปจนถึงวิธีฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ หากนำไปใช้ในการเรียนประจำวัน จะช่วยให้ใช้เวลาสอบที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การเพิ่มคะแนนได้
Skimming คือวิธีการอ่านที่ไม่อ่านเนื้อหาอย่างละเอียด แต่จับภาพรวมของบทความอย่างรวดเร็ว ใน IELTS Reading การทำ Skimming ก่อนเป็นอันดับแรกจะช่วยให้เข้าใจธีมและลำดับเนื้อหาของบทความ และสามารถวาด “แผนที่” ในหัวก่อนเริ่มแก้โจทย์ได้
จุดที่ควรให้ความสนใจในการทำ Skimming
วิธีฝึกฝน Skimming
การทำ Skimming ให้เป็นนิสัยจะช่วยให้เข้าใจว่า “ควรอ่านส่วนใดของบทความเป็นหลักในระหว่างการสอบ” และช่วยให้เข้าถึงคำถามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Scanning คือวิธีการอ่านที่ไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด แต่ค้นหาเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว คำถามใน IELTS Reading มักถามหา “ข้อมูลเจาะจง” เช่น ตัวเลข ชื่อบุคคล วันที่ สถานที่ หรือคำศัพท์เฉพาะ ดังนั้น Scanning จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำคะแนน
ตัวอย่างเป้าหมายที่ต้องค้นหาด้วย Scanning
วิธีฝึกฝน Scanning
จุดสำคัญ
ใน Scanning สิ่งสำคัญคือไม่ใช่ “การอ่านคำ” แต่คือความรู้สึกของ “การค้นหาตัวอักษรด้วยสายตา” ให้ฝึกฝนทักษะการค้นหาตำแหน่งคำตอบจากในเนื้อหาต้นฉบับ ราวกับกำลังค้นหาคำสำคัญด้วยเครื่องมือค้นหา
ใน IELTS Reading การใช้ Skimming และ Scanning ผสมผสานกัน แทนที่จะใช้แยกกันเพียงอย่างเดียว จะมีประสิทธิภาพมากกว่า การใช้ทั้งสองอย่างสมดุลกันจะช่วยให้สามารถลดเวลาและเพิ่มอัตราการตอบถูกได้
ขั้นตอนการปฏิบัติจริง
ตัวอย่าง: ขั้นตอนจริง
หากฝึกฝนวงจรนี้จนเป็นนิสัย จะช่วยให้เกิดรูปแบบ “ไม่อ่านส่วนที่ไม่จำเป็น → อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น” ซึ่งจะช่วยให้ใช้เวลาสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจะทำคะแนนสูงใน IELTS Reading จำเป็นต้องมีทักษะการอ่านที่เร็วและแม่นยำ ซึ่งแกนกลางของทักษะนี้คือวิธีการอ่านความเข้าใจ 2 แบบ ได้แก่ “Skimming” และ “Scanning”
ทักษะเหล่านี้ไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากนำไปใช้ในการเรียนภาษาอังกฤษประจำวันและฝึกฝนซ้ำๆ ก็จะพัฒนาทักษะได้อย่างแน่นอน ควรฝึกฝนอย่างต่อเนื่องด้วยข้อสอบเก่าและบทความภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างสงบในการสอบจริง
Skimming และ Scanning ต่างกันอย่างไร?
Skimming คือการจับภาพรวมของทั้งบทความ ส่วน Scanning คือการค้นหาข้อมูลเจาะจง (ตัวเลข คำนามเฉพาะ คำสำคัญ) แบบแรกทำหน้าที่ “สร้างแผนที่” แบบหลังทำหน้าที่ “ค้นหาจุดหมายปลายทาง”
ควรทำอันไหนก่อน?
โดยพื้นฐานให้ทำตามลำดับ Skimming → ตรวจสอบโจทย์ → Scanning → อ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น การจับภาพรวมก่อนแล้วค้นหาแบบเจาะจงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เวลา
ควรใช้เวลาทำ Skimming นานเท่าไร?
แนวทางคือ 1-2 นาทีต่อ 1 บทความ ให้ความสนใจไปที่หัวข้อ หัวเรื่องย่อย ประโยคแรก/สุดท้ายของแต่ละย่อหน้า และคำสำคัญที่ปรากฏบ่อยครั้ง
เบาะแสที่ควรมองหาใน Scanning คืออะไร?
ได้แก่ ตัวเลข ยุคสมัย วันที่ ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ชื่อองค์กร คำศัพท์เฉพาะทาง ตัวหนา/ตัวเอียง และการเขียนแบบเฉพาะ (คำที่มียัติภังค์ คำที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่) เป็นต้น
ควรอ่านโจทย์ก่อนหรือไม่?
หลังจากทำ Skimming แบบสั้นๆ เพื่อจับภาพรวมแล้ว การอ่านโจทย์และทำเครื่องหมายคำสำคัญก่อนที่จะทำ Scanning เนื้อหาต้นฉบับ จะมีประสิทธิภาพมาก
ใช้อย่างไรกับโจทย์ True/False/Not Given?
คาดการณ์คำพ้องความหมายและคำตรงข้ามของคำหลักในโจทย์ล่วงหน้า แล้วใช้ Scanning ระบุย่อหน้าที่เกี่ยวข้อง จากนั้นอ่านอย่างละเอียดเพื่อตัดสินว่าข้อความในเนื้อหาต้นฉบับ “สอดคล้อง / ขัดแย้ง / ไม่มีการกล่าวถึง”
Skimming มีประโยชน์กับ Matching Headings หรือไม่?
มีประโยชน์ ให้ทำ Skimming แต่ละย่อหน้าภายใน 15-20 วินาที จดบันทึกคำสำคัญ (topic) และข้อคิดเห็น (claim) เป็นคำสั้นๆ → แล้วจับคู่กับรายการหัวข้อ
มีเคล็ดลับอะไรบ้างสำหรับโจทย์ Summary Completion หรือโจทย์เติมคำในช่องว่าง?
ให้เข้าใจโครงสร้างของประโยคในโจทย์ (ชนิดของคำ รูปแบบคำ) ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วทำ Scanning ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาต้นฉบับ อ่านสำนวนเปลี่ยนคำรอบๆ ช่องว่างอย่างละเอียดเพื่อจำกัดตัวเลือกที่เป็นไปได้
แนวทางการบริหารเวลาเป็นอย่างไร?
จากเวลาประมาณ 20 นาทีต่อบทความ แนวทางคือ Skimming 2 นาที วิเคราะห์โจทย์ 3 นาที และ Scanning + อ่านอย่างละเอียด 13-15 นาที การตัดสินใจข้ามโจทย์ยากไปทำทีหลังก็สำคัญเช่นกัน
หากคลังคำศัพท์ไม่เพียงพอ ยังได้ผลอยู่หรือไม่?
ได้ผล เนื่องจาก Skimming เน้นการจับโครงสร้าง และ Scanning อาศัยการจดจำรูปแบบด้วยสายตา แม้จะมีคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก ก็ยังสามารถเข้าใจภาพรวมและระบุตำแหน่งได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคืออะไร?
มี 3 ข้อคือ อ่านอย่างละเอียดตั้งแต่แรกจนหมดเวลา ค้นหาคำในโจทย์แบบตรงตัวในเนื้อหาต้นฉบับ (ในความเป็นจริงมักมีสำนวนเปลี่ยนคำจำนวนมาก) และยึดติดกับย่อหน้าที่มีความเกี่ยวข้องน้อย
รับมือกับสำนวนเปลี่ยนคำ (paraphrase) อย่างไร?
คาดการณ์รายการคำพ้องความหมายของคำสำคัญในโจทย์ทันที (ตัวอย่าง: increase = rise/grow/surge) ใน Scanning ให้ใช้ “รูปแบบคำ คำที่มาจากรากศัพท์เดียวกัน การเรียงคำ (collocation)” เป็นเบาะแสด้วย
เมนูฝึกฝนประจำวันคืออะไร?
(1) Skimming 1 นาที → สรุปความ 3 บรรทัด x 2 บทความ (ข่าวหรือเนื้อหา IELTS) (2) ฝึกซ้อม Scanning ตัวเลขและคำนามเฉพาะ 5 นาที (3) ฝึกจับเวลาด้วยข้อสอบเก่า 1 ชุด และทบทวน 10 นาที
ควรจดบันทึกมากแค่ไหน?
ขั้นต่ำก็เพียงพอ การจดคำสำคัญ 1-2 คำหรือวลีสั้นๆ เพื่อบันทึกหัวข้อของแต่ละย่อหน้า จะช่วยเป็นดัชนีเมื่อต้องกลับไปดูโจทย์อีกครั้ง
มีเทคนิคลดการอ่านซ้ำอย่างไร?
การจดบันทึกหัวข้อของแต่ละย่อหน้า การทำเครื่องหมายตำแหน่งในเนื้อหาต้นฉบับตามหมายเลขโจทย์ และการติดธงโจทย์ยาก (เพื่อทำทีหลัง) จะช่วยลดการไปมาที่ไม่จำเป็น
คำตอบเรียงลำดับตามลำดับหรือไม่?
โจทย์ส่วนใหญ่มักเรียงตามลำดับการดำเนินเรื่องของเนื้อหาต้นฉบับ แต่โจทย์ประเภท Matching หรือโจทย์เกี่ยวกับข้อคิดเห็นของผู้เขียนอาจข้ามไปมาได้ ควรพิจารณาตามประเภทของโจทย์
ฝึกแค่การอ่านเร็วก็เพียงพอหรือไม่?
ไม่เพียงพอ นอกจากความเร็วแล้ว ยังจำเป็นต้องฝึกฝน “การวิเคราะห์โจทย์” “ความไวต่อสำนวนเปลี่ยนคำ” และ “การมองข้ามส่วนที่ไม่จำเป็น” ไปพร้อมกันด้วย
ควรให้ความสำคัญกับความแม่นยำหรือความเร็วมากกว่ากัน?
ให้ความสำคัญกับความแม่นยำเป็นอันดับแรก แต่การอ่านอย่างละเอียดทุกข้อเป็นเรื่องที่ไม่สมจริง ให้ใช้ Skimming เพื่อคาดเดาตำแหน่ง ใช้ Scanning เพื่อระบุตำแหน่ง → แล้วอ่านอย่างละเอียดเฉพาะส่วนที่จำเป็น เพื่อให้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน
มีเนื้อหาอะไรบ้างที่ใช้ฝึกฝนด้วยตนเองได้?
ชุดข้อสอบเก่าทางการ ข่าวคุณภาพสูง (หมวดวิทยาศาสตร์ การศึกษา ประวัติศาสตร์) แถลงการณ์หรือบทความรายงานของมหาวิทยาลัย มีสไตล์การเขียนใกล้เคียงกับ IELTS จึงเหมาะสำหรับการฝึกฝน
เมื่อคะแนนไม่เพิ่มขึ้น ควรทบทวนจุดใด?
(1) ใช้เวลาทำ Skimming นานเกินไปหรือไม่ (ควรไม่เกิน 2 นาที) (2) คาดการณ์คำพ้องความหมายของคำสำคัญในโจทย์ล่วงหน้าหรือไม่ (3) สามารถตัดสินใจข้ามโจทย์ยากไปทำทีหลังได้หรือไม่
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง