

IELTS Listening เป็นด่านแรกที่ยากสำหรับผู้เข้าสอบที่ยังไม่คุ้นเคยกับ “ความเร็วตามธรรมชาติ” และ “สำเนียงที่หลากหลาย” ของภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในระดับที่ต้องการคะแนน 6.0-7.0 มักได้ยินปัญหาว่า “เข้าใจภาพรวมได้ แต่พลาดฟังข้อมูลปลีกย่อย เช่น ตัวเลขหรือวันที่”
IELTS ต้องการความสามารถในการจดบันทึกสิ่งที่ได้ยินอย่างถูกต้องและนำไปตอบคำถามได้ โดยเฉพาะใน Part 1 และ Part 2 มักออกโจทย์ที่ต้องฟังข้อมูลใกล้เคียงชีวิตจริง เช่น การจอง ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และวันที่ ให้ถูกต้อง กล่าวคือ ไม่ใช่แค่ความสามารถในการเข้าใจภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่ “การแยกแยะเสียง” และ “ความสามารถในการจดจำรูปแบบ” เป็นกุญแจสำคัญของการเพิ่มคะแนน
บทความนี้จะอธิบายคำศัพท์ยอดฮิตใน IELTS Listening พร้อมวิธีฟังตัวเลขและวันที่ซึ่งเป็นจุดที่มักทำผิดพลาดบ่อยที่สุดอย่างละเอียด ผู้ที่ต้องการเพิ่มความแม่นยำในการฟังและยกระดับคะแนนอย่างมั่นใจ โปรดอ่านจนจบ
ใน IELTS Listening แม้หัวข้อที่ออกจะแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง แต่แท้จริงแล้วรูปแบบคำศัพท์ที่ใช้มีความคล้ายคลึงกันมาก เนื่องจากหัวข้อเดิม ๆ (การจอง ชีวิตมหาวิทยาลัย แผนที่ ราคา) มักถูกนำมาออกซ้ำ การจดจำคำศัพท์ยอดฮิตเหล่านี้ไว้จะช่วยเพิ่มความเร็วในการฟังและอัตราการตอบถูกได้อย่างมาก
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| booking / reservation | การจอง | I'd like to make a reservation for two nights. |
| availability | สถานะห้องว่าง | Is there any availability this weekend? |
| single / double room | ห้องเดี่ยว/ห้องคู่ | I prefer a double room. |
| deposit / refund | เงินมัดจำ/การคืนเงิน | A small deposit is required. |
| surname / postcode | นามสกุล/รหัสไปรษณีย์ | Can I have your surname, please? |
ประเด็นสำคัญ: ในฉากจองทางโทรศัพท์หรือที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ บางครั้งมีการอ่านชื่อ ที่อยู่ หรือหมายเลขทีละตัวอักษรอย่างช้า ๆ ควรฝึกให้คุ้นเคยกับการอ่านสะกดคำ (เช่น “That's spelled M-A-R-T-I-N”)
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| lecture / tutorial | การบรรยาย/ชั้นเรียนกลุ่มย่อย | The lecture starts at 9 a.m. |
| assignment / deadline | งานที่ได้รับมอบหมาย/กำหนดส่ง | The deadline is next Monday. |
| supervisor | อาจารย์ที่ปรึกษา | She is my new supervisor. |
| accommodation | ที่พัก | I'm looking for student accommodation. |
| scholarship | ทุนการศึกษา | He received a scholarship from the university. |
ประเด็นสำคัญ: ใน Part 3 ส่วนใหญ่เป็น “บทสนทนาระหว่างนักศึกษา” ควรฟังให้ดีถึงสำนวนแสดงความคิดเห็น เช่น “discussion,” “opinion,” “agree/disagree”
| สำนวน | ความหมาย |
|---|---|
| turn left / turn right | เลี้ยวซ้าย/เลี้ยวขวา |
| go straight | ตรงไป |
| across from / opposite | ฝั่งตรงข้าม |
| behind / beside / next to | ด้านหลัง/ข้าง ๆ/ติดกับ |
| entrance / exit | ทางเข้า/ทางออก |
| roundabout / intersection | วงเวียน/สี่แยก |
ประเด็นสำคัญ: ในโจทย์แผนที่ การเข้าใจ “ตำแหน่งสัมพัทธ์” เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมักบรรยายจากมุมมองของผู้พูด เช่น “on your right” หรือ “in front of the library” ควรฝึกจินตนาการภาพไปพร้อมกับการดูแผนที่
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
|---|---|
| cost / price / fee | ค่าใช้จ่าย/ราคา/ค่าธรรมเนียม |
| rate / discount | อัตรา/ส่วนลด |
| total / amount | ยอดรวม/จำนวนเงิน |
| percentage | เปอร์เซ็นต์ |
| per week / per month / annually | ต่อสัปดาห์/ต่อเดือน/ต่อปี |
ข้อควรระวัง: ตัวเลขอย่าง “13” กับ “30” หรือ “15” กับ “50” ความหมายจะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งการเน้นเสียง ขณะฝึกฟัง ควรฝึกฟังไปพร้อมกับกระแสของประโยค ไม่ใช่แค่ตัวเลขเดี่ยว ๆ
ใน IELTS Listening การฟังตัวเลขเป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความแตกต่างของคะแนน ใน Part 1 คือหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ จำนวนเงิน ใน Part 2 คือเวลาและระยะทาง ใน Part 3-4 คือสถิติและข้อมูล ความสามารถในการจดบันทึกตัวเลขได้อย่างถูกต้องในทุกสถานการณ์คือกุญแจสำคัญ
ควรทำความเข้าใจประเด็นต่อไปนี้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการฟังตัวเลข
เนื่องจากตัวเลขมีเสียงคล้ายกัน จึงต้องระมัดระวังการเน้นเสียง (accent) เป็นพิเศษในการแยกแยะ
| ตัวเลข | จุดสำคัญของการออกเสียง | ตัวอย่างที่มักสับสน |
|---|---|---|
| 13 / 30 | thirteen / thirty → “13” เน้นเสียงพยางค์หลัง | ระวังความแตกต่างระหว่าง “Room thirteen” กับ “Room thirty” |
| 15 / 50 | fifteen / fifty → สังเกตความหนักเบาของเสียง “t” | “Fifteen dollars” กับ “Fifty dollars” |
| 17 / 70 | seventeen / seventy → ตัดสินจากจังหวะ | “Seventy kilometers” เทียบกับ “Seventeen kilometers” |
เคล็ดลับ: การฟังคำนามที่ตามหลังตัวเลข (dollars, minutes, kilometers ฯลฯ) ไปพร้อมกันจะช่วยให้ตัดสินได้ง่ายขึ้นจากบริบท
ใน IELTS มักมีตัวเลขเรียงต่อกันในรูปแบบบทสนทนาชีวิตประจำวัน หากคุ้นเคยกับสำนวนเฉพาะจะฟังได้ราบรื่นขึ้น
| เนื้อหา | ตัวอย่าง | เคล็ดลับการฟัง |
|---|---|---|
| หมายเลขโทรศัพท์ | 093-582-7614 → “oh nine three five eight two seven six one four” | “zero” มักถูกอ่านว่า “oh” |
| ราคา | $5.75 → “five dollars seventy-five” | จุดทศนิยมมักถูกละไว้ |
| ที่อยู่ | Flat 2B, 15 Baker Street | อย่าฟังพลาดตำแหน่งเน้นเสียงของ “fifteen” |
| เวลา | 6:45 → “a quarter to seven” | จำสำนวน “quarter to/past” |
ฝึกฟังเสียงยาวประมาณ 1 นาทีแล้วเขียนเฉพาะตัวเลขออกมาให้ถูกต้อง ทำซ้ำหลายครั้ง เมื่อคุ้นเคยแล้ว ให้ลองเขียนทั้งประโยคเพื่อฝึกหูให้เชิงปฏิบัติมากขึ้น
เลือกเฉพาะ “ประโยคที่มีตัวเลข” จากเสียงข่าวหรือข้อสอบจำลอง → ฝึกฟัง เขียนตาม และ shadowing ซ้ำ ๆ เพื่อคุ้นเคยกับ “นิสัยการออกเสียง”
ไม่ใช่แค่ฟังเท่านั้น การที่ตนเองสามารถออกเสียงได้ถูกต้องก็สำคัญเช่นกัน เมื่อสามารถพูดตัวเลขภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ ความแม่นยำในการฟังก็จะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ
ประเด็นสำคัญในการสอบ: หากมีคำว่า “about”, “around”, “more than” ปรากฏก่อนหรือหลังตัวเลข บางครั้งตัวเลขที่ต้องเขียนในตัวเลือกอาจไม่ใช่ตัวเลขที่ได้ยินตรง ๆ ควรให้ความสำคัญกับ “ขอบเขตของความหมาย” มากกว่า “ความถูกต้องของตัวเลข”
ใน IELTS Listening ข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ วัน และเวลาปรากฏบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะใน Part 1 มีโจทย์ที่ต้องฟังวันเวลาการจองหรือกิจกรรมอยู่มาก และเป็นจุดที่มักทำผิดพลาดเช่นเดียวกับตัวเลข ในที่นี้จะสรุปสำนวนที่มักทำให้สับสนในข้อสอบจริงและเคล็ดลับการแยกแยะ
วันในสัปดาห์มีคำที่ออกเสียงคล้ายกัน จึงต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “Tuesday” กับ “Thursday” ที่ผู้เข้าสอบจำนวนมากมักสับสน
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | จุดสำคัญของการออกเสียง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Monday | ˈmʌn.deɪ | บางครั้งย่อเป็น “Mon” |
| Tuesday | ˈtjuːz.deɪ | มักสับสนกับ “Thursday” |
| Wednesday | ˈwenz.deɪ | ไม่ออกเสียง “d” |
| Thursday | ˈθɜːz.deɪ | ย่อเป็น “Thurs” |
| Friday | ˈfraɪ.deɪ | ย่อเป็น “Fri” |
| Saturday | ˈsæt.ə.deɪ | ย่อเป็น “Sat” |
| Sunday | ˈsʌn.deɪ | ย่อเป็น “Sun” |
เคล็ดลับ: แม้จะได้ยินคำย่อ ก็ไม่ต้องตกใจ ให้ “ตัดสินจากบริบท” ตัวอย่าง:
“We'll meet on Thurs at 10.” → หมายถึง Thursday (วันพฤหัสบดี)
ในภาษาอังกฤษ ลำดับวัน→เดือน หรือ เดือน→วัน จะแตกต่างกันระหว่างอังกฤษและอเมริกา IELTS ส่วนใหญ่ใช้รูปแบบการเขียนแบบอังกฤษ (วัน/เดือน/ปี) จึงควรระมัดระวัง
| รูปแบบการเขียน | วิธีอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| March 15th | the fifteenth of March | 15 มีนาคม |
| April 2 | April the second | 2 เมษายน |
| 05/07/2025 | the fifth of July, twenty twenty-five | 5 กรกฎาคม 2025 (แบบอังกฤษ) |
| 07/05/2025 | July 5th, twenty twenty-five | 5 กรกฎาคม 2025 (แบบอเมริกัน) |
เคล็ดลับ:
การบอกเวลาไม่ได้มีแค่ “ตัวเลขตรง ๆ” เท่านั้น แต่ยังมีสำนวนเฉพาะของภาษาอังกฤษด้วย
| สำนวน | ความหมาย |
|---|---|
| 8:00 → eight o'clock | 8 นาฬิกาตรง |
| 8:15 → a quarter past eight | 8 นาฬิกา 15 นาที (ผ่าน 8 โมงมา 15 นาที) |
| 8:30 → half past eight | 8 นาฬิกาครึ่ง |
| 8:45 → a quarter to nine | อีก 15 นาทีถึง 9 โมง (= 8:45) |
| 10:05 → five past ten | 10 นาฬิกา 5 นาที |
| 11:50 → ten to twelve | อีก 10 นาทีถึงเที่ยง |
ข้อควรระวัง: “half past” หรือ “quarter to” เป็นสำนวนที่ฟังยากหากไม่คุ้นเคย ไม่ควรฟังตัวเลขเรียงต่อกันเฉย ๆ แต่ควรจับความหมายว่าเป็นฝั่ง “past” หรือ “to”
ข้อควรระวังในการสอบ: “by” และ “until” เป็นกับดักที่ผู้ออกข้อสอบมักใช้ หากเข้าใจความหมายผิด จะทำให้ตอบผิดได้
IELTS Listening ประกอบด้วย 4 ส่วน (Part 1-4) โดยรูปแบบคำถาม วิธีการพูด และระดับความยากจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ การทำความเข้าใจว่าแต่ละ Part ออกเนื้อหาแบบใด แล้วแบ่งวิธีเตรียมตัวให้เหมาะสม คือทางลัดสู่การเพิ่มคะแนน
ลักษณะเฉพาะ:
ประเด็นสำคัญในการเตรียมตัว:
วิธีฝึกที่แนะนำ: ฝึก shadowing บทสนทนาจำลองการจองทางโทรศัพท์หรือการเช็กอินโรงแรม
ลักษณะเฉพาะ:
ประเด็นสำคัญในการเตรียมตัว:
วิธีฝึกที่แนะนำ: สำหรับโจทย์แผนที่ การฝึกทำข้อสอบเก่าจากชุด Cambridge IELTS ซ้ำ ๆ ให้ผลดีที่สุด
ลักษณะเฉพาะ:
ประเด็นสำคัญในการเตรียมตัว:
วิธีฝึกที่แนะนำ: ใช้ BBC Learning English หรือ IELTS Listening Practice ที่เป็นรูปแบบอภิปราย โดยตั้งใจแยกฟัง “ผู้พูด A・B”
ลักษณะเฉพาะ:
ประเด็นสำคัญในการเตรียมตัว:
วิธีฝึกที่แนะนำ: ใช้วิดีโอ TED Talks หรือคำบรรยายมหาวิทยาลัยที่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษ ฝึก “สรุปเนื้อหาเป็นภาษาไทยทุก 1 นาที”
| Part | เนื้อหา | ระดับความยาก | จุดเน้นในการเตรียมตัว |
|---|---|---|---|
| 1 | บทสนทนาในชีวิตประจำวัน (การจอง/การสอบถาม) | ★☆☆☆ | ตัวเลข・การสะกดคำ・วันที่ |
| 2 | คำอธิบาย/แผนที่ | ★★☆☆ | ทิศทาง・ความสัมพันธ์ของตำแหน่ง |
| 3 | บทสนทนานักศึกษา | ★★★☆ | การแยกแยะความคิดเห็น・การพัฒนาเนื้อหา |
| 4 | การบรรยายเชิงวิชาการ | ★★★★ | การจับโครงสร้าง・คำศัพท์เฉพาะทาง |
การจะเพิ่มคะแนน IELTS Listening ได้นั้น เพียงแค่ “ฟังภาษาอังกฤษ” อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ การฝึกฝนด้วย 4 ขั้นตอน **“ฟัง → เขียน → พูด → วิเคราะห์”** จะนำไปสู่การเพิ่มคะแนนที่แน่นอน ด้านล่างนี้จะแนะนำวิธีเชิงปฏิบัติที่สามารถพัฒนาทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในเวลาสั้น ๆ
วิธีการ:
ประสิทธิผล:
สื่อที่แนะนำ:
วิธีการ:
ประสิทธิผล:
ช่องที่แนะนำ:
เหตุผล: เนื่องจาก IELTS Listening มีรูปแบบคำถามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ (การเปลี่ยนคำในคำถาม การเลือกตอบหลายข้อ ฯลฯ) การฝึกฝนในรูปแบบเดียวกับข้อสอบจริงจึงสำคัญที่สุด
สื่อที่แนะนำ:
ประเด็นสำคัญ:
วิธีการ:
ประสิทธิผล:
สื่อฝึกฝน: สคริปต์ IELTS ข่าว หรือฉากบทสนทนาในภาพยนตร์ แม้ฝึกวันละ 5 นาทีแต่ทำต่อเนื่องก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี
วิธีการ:
ประสิทธิผล:
เครื่องมือที่แนะนำ:
การนำสำนวนที่เรียนรู้จากการฟังมา “พูดออกเสียงใช้จริง” จะช่วยให้จดจำได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะการนำสำนวนเชิงวิชาการที่ปรากฏใน Part 3-4 ไปใช้ในการพูดด้วยจะให้ผลดีเป็นพิเศษ
ตัวอย่าง:
ถัดไปคือ
การจะได้คะแนนสูงใน IELTS Listening นั้น ไม่ใช่แค่ “ความสามารถทางภาษาอังกฤษ” เท่านั้น แต่ยังต้องการสมาธิและความคุ้นเคยที่จะไม่พลาดฟังรายละเอียด โดยเฉพาะ ตัวเลข วันที่ วันในสัปดาห์ ที่อยู่ และการสะกดชื่อ ล้วนพบบ่อยในทุกพาร์ท หากสามารถฟังสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจ คะแนนโดยรวมของการฟังก็จะมั่นคงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ขอสรุปประเด็นที่นำเสนอในบทความนี้อีกครั้ง
✅ จดจำคำศัพท์ยอดฮิต — ท่องจำหัวข้อยอดฮิต เช่น การจอง ชีวิตมหาวิทยาลัย แผนที่ จำนวนเงิน ✅ ฝึกฟังตัวเลขและวันที่ — พัฒนาความสามารถในการตัดสินจากการเน้นเสียงและบริบท ✅ กำหนดวิธีรับมือแต่ละพาร์ทให้ชัดเจน — คุ้นเคยกับลักษณะและรูปแบบคำถามของแต่ละ Part ✅ ฝึก Dictation และ Shadowing อย่างต่อเนื่อง — คุ้นเคยกับนิสัยการออกเสียงและจังหวะ ✅ นำการเรียนแบบวิเคราะห์มาใช้ — บันทึกสาเหตุที่ฟังไม่ออกแล้วเอาชนะให้ได้
IELTS Listening เป็นการสอบที่หากฝึก “ให้หูคุ้นเคยอย่างมีกลยุทธ์” จะเห็นผลลัพธ์ได้แน่นอน มากกว่าการฟังแบบไร้ทิศทาง แม้เป็นการฝึกฝนระยะสั้นทุกวันก็ได้ผลเพียงพอ ขอให้ใช้เนื้อหาในบทความนี้เป็นแนวทางในการเรียนตามจุดอ่อนของตนเองอย่างต่อเนื่อง
ต้องใช้เวลาเรียน IELTS Listening นานแค่ไหน
ระยะเวลาแตกต่างกันไปตามระดับคะแนนเป้าหมาย หากต้องการยกระดับจาก 5.5 เป็น 6.5 ใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ โดยฝึกอย่างเข้มข้นวันละ 30-45 นาที (สามเสาหลัก คือ dictation, shadowing และการทบทวนข้อสอบเก่า) อย่างต่อเนื่องจึงจะสมเหตุสมผล
มีเคล็ดลับแยกแยะตัวเลข (13/30, 15/50 เป็นต้น) อย่างไร
ตัดสินจากตำแหน่งการเน้นเสียงและคำนามที่ตามมา คำลงท้าย -teen (13, 15, 17) มักเน้นเสียงท้ายคำ ส่วนคำลงท้าย -ty (30, 50, 70) มักเน้นเสียงต้นคำ นอกจากนี้ การจดบันทึกคู่กับหน่วยนับ เช่น fifty dollars / fifteen minutes จะช่วยลดความผิดพลาดในการแยกแยะ
ควรเขียน “oh” หรือ “zero” (สำหรับหมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น)
แม้จะได้ยินว่า “oh” ในเสียง แต่คำตอบสามารถเขียนเป็นตัวเลข 0 ได้ ไม่ถือว่าผิด ตัวอย่างเช่น oh nine three → 093
ควรเขียนวันที่หรือเวลาในรูปแบบใดจึงจะถูกต้อง
ส่วนใหญ่แล้วรูปแบบต่อไปนี้ถือว่าถูกต้องทั้งหมด (แต่ควรทำตามคำสั่งของคำถามเป็นหลัก) ・วันที่: 15 March / 15th March / March 15 ・เวลา: 6:30 / 6.30 / half past six ・สกุลเงิน: $5.75 / 5.75 dollars อย่างไรก็ตาม ควรระวังการอ่านแบบอังกฤษ (วัน/เดือน/ปี) และเขียนให้สอดคล้องกับรูปแบบตัวอย่างในคำถามจึงจะปลอดภัยที่สุด
“NO MORE THAN TWO WORDS AND/OR A NUMBER” หมายความว่าอย่างไร
หมายถึงคำสั่งให้เขียนไม่เกิน 2 คำและตัวเลข 1 ตัว หากเขียนเกินจำนวนคำจะถือว่าตอบผิดทันที คำนำหน้านาม (a, the) และคำบุพบทก็นับรวมอยู่ในจำนวนคำด้วย
การสะกดคำผิดยอมรับได้มากแค่ไหน
โดยพื้นฐานแล้วถือว่าตอบผิด สำหรับคำนามเฉพาะ ให้เขียนตามการสะกดที่ได้ยินในเสียงตรง ๆ ส่วนการสะกดแบบอังกฤษกับอเมริกัน เช่น centre/center ส่วนใหญ่ยอมรับทั้งสองแบบ แต่ควรเขียนให้ตรงกับการสะกดในคำถามจึงจะปลอดภัยที่สุด
ตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กมีผลต่อการให้คะแนนหรือไม่
โดยปกติไม่มีผล หากกังวล สามารถเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดก็ได้ (เช่น LIBRARY)
ไม่ถนัดโจทย์แผนที่ ควรฝึกอะไร
ท่องจำสำนวนบอกตำแหน่ง เช่น on your left / across from / next to / behind แล้วฝึกวาดลูกศรไปพร้อมกับการฟังจนเป็นนิสัย สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองแผนภาพในมุมมองของผู้พูด (มือขวา・มือซ้ายของคุณ)
ควรเตรียมตัวรับมือกับสำเนียง (อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา ฯลฯ) อย่างไร
ควรฟังข่าวหรือเสียงบรรยายจากหลายสำเนียงควบคู่กัน แล้วเปรียบเทียบหัวข้อเดียวกันในสำเนียงที่ต่างกัน การฝึกสั้น ๆ โดยเน้นความแตกต่างของการออกเสียงตัวเลข วันในสัปดาห์ และชื่อสถานที่จะให้ผลดี
ควรจดบันทึกอย่างไร
ไม่ต้องเขียนประโยคเต็ม ให้จับใจความสำคัญด้วยคำสำคัญและลูกศร/สัญลักษณ์อย่างรวดเร็ว ควรกำหนดลำดับความสำคัญของการจด เช่น ตัวเลข・คำนาม・ทิศทาง ไว้ล่วงหน้าตามแต่ละ Part
ควรเขียนคำตอบตามคำที่ได้ยินตรง ๆ หรือไม่
สำหรับโจทย์เติมคำในช่องว่าง โดยพื้นฐานแล้วควรใช้คำที่ได้ยินในเสียงบันทึกตรง ๆ หากเปลี่ยนเป็นคำพ้องความหมายหรือคำแทนความหมายอาจถือว่าตอบผิด (ยกเว้นโจทย์แบบเลือกตอบ)
สามารถปรับหูฟังหรือระดับเสียงในวันสอบได้หรือไม่
มีเวลาตรวจสอบระดับเสียงก่อนเริ่มสอบ หากรู้สึกผิดปกติในส่วนแรก ควรรีบส่งสัญญาณให้ผู้คุมสอบทราบทันที
การสอบแบบคอมพิวเตอร์กับแบบกระดาษ Listening ต่างกันหรือไม่
รูปแบบคำถามและเกณฑ์การให้คะแนนเหมือนกัน การสอบแบบคอมพิวเตอร์สามารถพิมพ์คำตอบลงหน้าจอได้โดยตรง มีข้อดีคือแก้ไขคำผิดได้รวดเร็ว ส่วนแบบกระดาษมีข้อดีคือสามารถมองภาพรวมได้ง่ายเวลาตรวจทาน
ควรใช้เวลาตรวจทานอย่างไร (รวมถึงเวลาคัดลอกคำตอบ)
จะมีเวลาตรวจทานสั้น ๆ ระหว่างแต่ละส่วน และมีเวลาตรวจสอบรวมในตอนท้าย ควรเน้นตรวจสอบจำนวนคำ การสะกดคำ หน่วยนับ (km, $, %) และรูปพหูพจน์ -s เป็นพิเศษ
มีตัวอย่างเมนูการเรียนที่มีประสิทธิภาพในหนึ่งสัปดาห์อย่างไร
・จันทร์・พฤหัสบดี: Dictation 1 นาที x 3 ชุด (เน้นตัวเลขและวันที่) ・อังคาร・ศุกร์: ทำข้อสอบเก่า 1 ชุด → วิเคราะห์ transcript → shadowing ・พุธ: เน้นโจทย์แผนที่ (สำนวนบอกตำแหน่ง + ฝึกจดลูกศร) ・เสาร์: ฝึกสรุปความจากเสียงบรรยาย (สรุปเป็นภาษาไทยทุก 1 นาที) ・อาทิตย์: อัปเดตสมุดคำศัพท์ (ทดสอบซ้ำคำศัพท์ยอดฮิต/คำที่ต้องระวังการสะกด)
หากพลาดฟังในวันสอบจริง ควรทำอย่างไร
ไม่ควรหยุดชะงัก ให้รีบปรับใจไปยังข้อถัดไปทันที เนื่องจากคำถามจะออกต่อเนื่องกัน หากยึดติดกับข้อใดข้อหนึ่งอาจทำให้พลาดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ส่วนช่องว่างที่เหลือให้เติมด้วยการคาดเดาจากบริบทในตอนท้าย และต้องรักษาข้อจำกัดจำนวนคำอย่างเคร่งครัด
ควรเริ่มฝึกจากสื่อไหนก่อน
เพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ ควรทำ Cambridge IELTS ฉบับล่าสุด 1 เล่มให้จบก่อน จากนั้นจึงผสมผสานเสียงที่เจาะจงตามจุดอ่อน (ตัวเลข แผนที่ การบรรยาย) การฝึกซ้ำด้วยแอปทางการหรือเสียงข้อสอบเก่าคือเส้นทางหลักที่ได้ผลดีที่สุด
เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง