หน้าแรก > แกลเลอรี่ & บล็อก > เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ > บันทึกประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ|ความท้าทายครั้งที่ 2 และความสุขของการกลับมาพบกันอีกครั้ง|คุณ Bob เล่าถึง 3D ACADEMY “โรงเรียนที่อยากกลับมาอีก”
Student Voices

บันทึกประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ|ความท้าทายครั้งที่ 2 และความสุขของการกลับมาพบกันอีกครั้ง|คุณ Bob เล่าถึง 3D ACADEMY “โรงเรียนที่อยากกลับมาอีก”

9 พฤศจิกายน 2016 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

บันทึกประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ|ความท้าทายครั้งที่ 2 และความสุขของการกลับมาพบกันอีกครั้ง|คุณ Bob เล่าถึง 3D ACADEMY “โรงเรียนที่อยากกลับมาอีก”
Intro

บทนำ

สวัสดีค่ะ เราคือทีมงาน 3D ACADEMY!

ครั้งนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของคุณบ็อบ ผู้ตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นครั้งที่สอง ต่อจากปี 2024 การได้พบสถานที่เรียนต่อต่างประเทศที่ทำให้รู้สึกว่า "อยากกลับมาอีกครั้ง" นั้น แท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่มีค่ามาก เพราะนอกจากราคา ทำเล และคุณภาพการเรียนการสอนแล้ว การได้พบปะผู้คนและประสบการณ์ในแต่ละวันก็เป็นแรงผลักดันสำคัญเช่นกัน

คุณบ็อบผู้ที่สร้างทักษะภาษาอังกฤษและความมั่นใจในตัวเองจากการเรียนต่อครั้งแรก ได้กลับมาที่ 3D ACADEMY อีกครั้ง และได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้และการเติบโตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางการพบปะเพื่อนเก่าและการพบเจอผู้คนใหม่ๆ

ในบทความนี้ เราจะนำเสนอเรื่องราวจากคุณบ็อบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น "เหตุผลที่กลับมาอีกครั้ง" การเรียนและการใช้ชีวิตช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ความสัมพันธ์กับครูผู้สอน ไปจนถึงความฝันในอนาคต

บทที่ 1

กลับสู่เกาะเซบูอีกครั้ง|ทำไมจึงเลือก 3D อีกครั้ง?

คุณบ็อบมาเยือน 3D ACADEMY เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูใบไม้ผลิของปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อเขาค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเรียนภาษาอังกฤษ และบังเอิญพบเว็บไซต์ของ 3D ที่ดึงดูดใจเขา

"ตอนนั้นเห็นว่าค่าเล่าเรียนถูก ทำเลสะดวก แล้วก็เรียนตัวต่อตัวได้อย่างเต็มที่ ผมเลยคิดว่า 'ที่นี่แหละ!'"

พอได้มาจริงๆ สิ่งที่ดีเกินกว่าข้อมูลที่หาไว้ล่วงหน้าก็คือ "ผู้คน"

ครูผู้สอนล้วนร่าเริงเป็นกันเอง สอนเข้าใจง่าย และนักเรียนด้วยกันเองก็สนิทสนมกันได้ไม่ยาก จนสามารถเป็นเพื่อนกับผู้คนต่างสัญชาติต่างวัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

"สนิทกันได้เร็วมาก รู้สึกว่าหลังเลิกเรียนแทบทุกวันจะได้คุยกับใครสักคน (หัวเราะ) ตอนอยู่ญี่ปุ่นผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าคุยกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่ที่นี่ผมกลับเปิดใจทักทายคนอื่นได้เรื่อยๆ"

หลังจบประสบการณ์เรียนต่อที่เข้มข้นครั้งนั้น และกลับไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นได้สักพัก วันหนึ่งเขาก็รู้สึกขึ้นมาว่า "อยากกลับไปเซบูอีกครั้ง"

"ผมกลับไปทำงานตามปกติ แต่ลืม 'ความรู้สึกที่ตัวเองกำลังเติบโต' ในตอนนั้นไม่ได้เลย"

และในปี 2025 เขาก็ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ 3D อีกครั้ง สิ่งแรกที่ทำให้เขาประหลาดใจเมื่อมาถึงในครั้งที่สอง คือหอพักตึกใหม่ที่สร้างขึ้นด้านหลังอาคารเรียน

"ไม่คิดว่าจะมีตึกใหม่ ตกใจมากครับ ห้องพักก็สะอาดและเงียบสงบ สะดวกสบายจนแทบจะไม่อยากออกจากห้องเลย (หัวเราะ)"

แต่เมื่อได้เห็นบรรยากาศของอาคารเรียนที่ไม่เปลี่ยนแปลง ห้องเรียนที่คุ้นเคย และรอยยิ้มของพนักงานต้อนรับ เขาก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างเป็นธรรมชาติว่า "ได้กลับมาแล้ว"

บทที่ 2

สัมผัส "ผลลัพธ์ของภาษาอังกฤษ" ที่แท้จริง|ความเติบโตที่รู้สึกได้ระหว่างการเดินทาง

หลังจบการเรียนต่อครั้งแรก คุณบ็อบวางแผนเดินทางไปเที่ยวเกาะกวมกับเพื่อน เพื่อทดสอบว่าตัวเองจำภาษาอังกฤษได้มากแค่ไหน

ที่นั่น ตั้งแต่การเดินทางจากสนามบินไปโรงแรม การพูดคุยตอนเช็คอิน ไปจนถึงการสั่งอาหารที่ร้าน ทุกอย่างต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด

"ตอนแรกใจเต้นตุ้บๆ แต่พอเอาเข้าจริงคำพูดกลับหลุดออกมาลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนที่พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า 'Could I have this one?' แทนที่จะเป็น 'This one, please' ผมรู้สึกประทับใจมากว่า 'โอ้ เราทำได้แล้วนี่!'"

นอกจากนี้ ตอนที่ได้พูดคุยเล็กๆ น้อยๆ กับชาวต่างชาติที่นั่งข้างๆ ในร้านกาแฟท้องถิ่น บทสนทนาอย่าง "มาเที่ยวเหรอ?" "มาจากไหน?" ก็ดำเนินต่อไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้เขารู้สึกดีใจมาก

"ที่ญี่ปุ่นการเข้าไปทักทายชาวต่างชาติต้องใช้ความกล้ามาก แต่เพราะได้ฝึกฝนที่เซบูมา ผมเลยรู้สึกว่า 'ลองคุยดูก่อนเถอะ' ได้ง่ายขึ้น"

สำหรับคุณบ็อบ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาได้สัมผัสถึง "ความสนุกของการใช้ภาษาอังกฤษเชื่อมโยงกับผู้คน" อย่างแท้จริง

"ประสบการณ์ความสำเร็จที่ได้เห็นว่าสิ่งที่เรียนมาใช้ได้จริงแบบนี้ ทำให้ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้นจริงๆ"

บทที่ 3

ความสนุกในห้องเรียน คือแรงบันดาลใจในการเรียนรู้

การเรียนที่ 3D เน้นการเรียนตัวต่อตัวสูงสุด 7 คาบต่อวัน ครอบคลุมทักษะหลากหลายด้าน ทั้งการสนทนา การออกเสียง ไวยากรณ์ และคำศัพท์

ในการเรียนต่อครั้งนี้ คุณบ็อบตั้งเป้าหมายอันดับแรกไว้ที่การเสริมสร้างทักษะการพูด โดยให้ความสำคัญกับจังหวะการสนทนาและวิธีการพูดมากกว่าครั้งแรก

"ครั้งก่อนผมยังรู้สึกกลัวที่จะพูดอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้เป้าหมายเปลี่ยนไปเป็น 'อยากพูดให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น'"

ในห้องเรียน ทุกวันจะมีการฝึกออกเสียง ท่องจำวลี และฝึกสนทนาจริงโดยใช้ตำราเรียนซ้ำๆ บางครั้งก็มีการพูดคุยอย่างอิสระกับครูผู้สอนเพื่อฝึกฝนบทสนทนาในชีวิตประจำวันอย่างเข้มข้น

"ผมฝึกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นภาษาอังกฤษบ่อยมาก เพราะมีเป้าหมายจริงคือ 'เล่าให้ครูฟัง' มันเลยไม่ใช่แค่การเขียนภาษาอังกฤษเฉยๆ"

ในระหว่างเรียน คุณบ็อบไม่เพียงแต่ได้เรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสถึงแก่นแท้ของการสื่อสาร เช่น "จะสื่อสารความคิดเห็นของตัวเองอย่างไร" และ "จะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างไร"

"ครูทุกคนให้ความสำคัญกับความรู้สึกของการ 'พูดคุยแลกเปลี่ยน' มากกว่า 'การสอน' ทำให้ผมตั้งตารอเรียนทุกครั้ง"

นอกจากนี้ รูปแบบการสอนที่มีการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ และเสียงหัวเราะแทรกอยู่เสมอ ยังช่วยปลูกฝังความรู้สึกว่า "การเรียนรู้ = ความสนุก" ให้กับเขาอีกด้วย

"เพราะครูมักจะเล่นมุกตลกหรือเปิดประเด็นสนุกๆ ให้คุย ผมเลยตั้งตารอไปเรียนทุกวันเลยครับ"

บทที่ 4

"เล่นก็เป็นการเรียนรู้"|โรงอาหาร การทบทวนด้วยตนเอง และหนังสือเรียน

ในชีวิตการเรียนต่อต่างประเทศ เวลานอกห้องเรียนก็เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญเช่นกัน คุณบ็อบใส่ไอเดียของตัวเองลงไปใน "การทบทวนด้วยตนเอง" เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นในแต่ละวัน

สิ่งแรกที่เขานำมาใช้คือหนังสือไวยากรณ์และรวมวลีสนทนาภาษาอังกฤษเล่มโปรดที่นำติดตัวมาจากญี่ปุ่น โดยเน้นทบทวนเนื้อหาที่ใช้ได้จริง เช่น "ภาษาอังกฤษที่ใช้เที่ยวต่างประเทศ" และ "รวมประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน" เป็นพิเศษ

"ตอนอยู่ญี่ปุ่นหนังสือเรียนพวกนี้ผมแค่ 'อ่านผ่านๆ' แต่ที่นี่กลายเป็น 'จำเพื่อเอาไปใช้จริง' พอลองนึกภาพสถานการณ์แล้วพูดออกเสียง ก็จำได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ"

อย่างไรก็ตาม คุณบ็อบบอกว่าเขาไม่ค่อยถนัดกับการอยู่แต่ในห้องเพื่อทบทวนบทเรียนคนเดียว ที่จริงแล้วสถานที่ที่เขาสามารถมีสมาธิได้มากที่สุดคือโรงอาหารของโรงเรียน

"ที่โรงอาหารมีสมาธิได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อครับ เพราะรอบๆ ก็มีคนตั้งใจเรียนเหมือนกัน เลยรู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ เหมือนมี 'ความรู้สึกว่ากำลังพยายามไปด้วยกันกับใครสักคน'"

นั่งเรียงกับเพื่อนทำแบบฝึกหัด เขียนไดอารี่ หรือถามกันเองตรงนั้นเมื่อมีจุดที่ไม่เข้าใจ "พื้นที่การเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ" แบบนี้เองที่เป็นสถานที่ที่คุณบ็อบรู้สึกสบายใจ

นอกจากนี้ การบ้านประจำวันที่ครูมอบหมายก็ช่วยสร้างจังหวะในการทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นแบบฝึกหัดเติมคำในช่องว่าง แบบฝึกหัดการพูด และการฝึกเขียนไดอารี่ทุกวัน

"ไดอารี่ช่วยให้ผมได้ฝึกเรียบเรียงภาษาอังกฤษด้วยคำพูดของตัวเองในตอนนั้นๆ แล้วครูก็ตรวจให้อย่างละเอียดทุกครั้ง ทำให้ผมเข้าใจว่า 'ถ้าพูดแบบนี้จะเป็นธรรมชาติกว่า'"

การบ้านเขียนไดอารี่นี้ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าเป็นพิเศษ เพราะสามารถ "มองเห็นการเติบโตของตัวเองผ่านตัวหนังสือ" ได้อย่างชัดเจน

"ตอนที่เอาบทความสัปดาห์แรกกับสัปดาห์ที่สามมาเทียบกัน ผมรู้สึกได้ว่า 'เอ๊ะ? ประโยคดูเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้นนี่!' ดีใจมากเลยครับ"

บทที่ 5

วันหยุดสุดสัปดาห์ คือช่วงเวลาแห่ง "การพักผ่อน" และ "การผจญภัย"

หลังจากผ่านพ้นตารางเรียนและการทบทวนที่แน่นเอี๊ยดตลอดวันธรรมดา ความสนุกในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็รอคุณบ็อบอยู่ สำหรับเขาแล้ว วันหยุดสุดสัปดาห์คือ "รางวัล" "การพักผ่อนหย่อนใจ" และยังเป็น "การผจญภัย" ไปพร้อมกัน

กิจกรรมสุดคลาสสิกคือการไปดื่มที่ร้าน PINO กับเพื่อนๆ

"มีวลีที่ไม่เคยได้ยินในห้องเรียนภาษาอังกฤษบินว่อนไปมา เลยรู้สึกเหมือนเป็น 'คลาสสนทนาภาษาอังกฤษที่ร้าน PINO' เลยครับ (หัวเราะ)"

ยกแก้วสังสรรค์เป็นภาษาอังกฤษ พูดคุยเล่นมุกกันเป็นภาษาอังกฤษ บางครั้งก็มีภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีปะปนอยู่ในบรรยากาศที่คึกคัก ราวกับเป็น "บาร์นานาชาติ" จริงๆ

"ถ้าอยู่ญี่ปุ่น แทบไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับชาวต่างชาติในวงดื่มแบบนี้เลย แค่นี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าแล้วครับ"

นอกจากนี้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์เขายังมักจะไปเล่นที่โต๊ะบิลเลียดใกล้ๆ อยู่บ่อยครั้ง

"เล่นได้ชั่วโมงละ 80 เปโซ ถูกและดีมาก เหมาะกับคนที่ชอบแข่งขันอย่างผมสุดๆ เล่นไปกี่รอบแล้วก็จำไม่ได้เลยครับ (หัวเราะ)"

นอกเหนือจากวงดื่มและบิลเลียดแล้ว เขายังได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไกลๆ ที่กระฉับกระเฉงด้วย โดยเฉพาะการผจญภัยที่เกาะกาโมเตส ที่ยังคงประทับใจเขามาจนถึงตอนนี้

"ธรรมชาติที่นั่นสวยงามมากจริงๆ ราวกับทะเล ท้องฟ้า และดวงดาวรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่เห็นในตอนกลางคืนสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยครับ"

...แต่ก็เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดขึ้นที่นี่เช่นกัน

"ผมไปโดยไม่ได้จองโรงแรมไว้ล่วงหน้า เลยงงไปหมดเมื่อไปถึงที่นั่น (หัวเราะ) เป็นช่วงไฮซีซั่นที่ไม่มีห้องว่างเลย ต้องเดินหาหลายที่กว่าจะจองได้สักที่ครับ"

ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความน่ากลัวของ "การเตรียมตัวไม่พร้อม" ระหว่างการเดินทาง และในขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริม "จิตวิญญาณที่ว่ายังไงก็ต้องมีทางออก" และ "ความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า" ให้เติบโตขึ้นด้วย

"ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นเครื่องปรุงรสให้กับการเดินทางเหมือนกันนะครับ (หัวเราะ)"

บทที่ 6

อาหารและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน คือ "เสน่ห์ของ 3D"

สิ่งที่หลายคนกังวลอย่างไม่คาดคิดเมื่อไปเรียนต่อที่โรงเรียนสอนภาษาคือคุณภาพของอาหาร แต่คุณบ็อบพึงพอใจกับอาหารของ 3D มากเป็นพิเศษ

"พูดตรงๆ ว่าตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ก็ได้รับความประหลาดใจในทางที่ดีครับ ทั้งรสชาติและความหลากหลายของเมนูดีมาก ทำให้ผมตั้งตารอทุกวัน"

โดยเฉพาะเมนูโปรดของเขาคือแพนเค้กที่เสิร์ฟเป็นอาหารเช้าทุกวันพุธและวันอาทิตย์

"อันนั้นอร่อยจริงๆ ครับ ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่มฟู ทำให้อารมณ์ดีตั้งแต่เช้าเลย (หัวเราะ)"

นอกจากนี้ เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ 3D ACADEMY ก็คือ "ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน"

"ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ที่โรงอาหาร คลาสเรียนกลุ่ม หรือวงดื่มหลังเลิกเรียน ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับใครสักคนทุกวัน แล้วบทสนทนาเหล่านั้นก็กลายเป็นภาษาอังกฤษไปเองอย่างเป็นธรรมชาติครับ"

ในการเรียนต่อครั้งที่สองนี้ เขาก็ได้พบเพื่อนใหม่ๆ มากมายเช่นกัน และ "เพื่อนร่วมรุ่น" ที่เคยพบกันในครั้งแรก ก็ยังคงติดต่อกันผ่านโซเชียลมีเดียและการโทรศัพท์มาจนถึงทุกวันนี้

"ผมคิดว่า 3D ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนภาษาธรรมดา แต่เป็นเหมือน 'จุดตัดของชีวิต' ครับ"

แม้จะมีสัญชาติและอายุที่แตกต่างกัน แต่เพราะเป็นการรวมตัวของผู้คนที่มีความมุ่งมั่นเดียวกัน จึงสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นธรรมชาติข้ามผ่านกำแพงภาษา นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่คุณบ็อบรัก 3D

บทที่ 7

เป้าหมายในอนาคต|อยากท้าทายตัวเองต่อไปด้วยเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์

หลังจากผ่านประสบการณ์เรียนต่อที่ 3D ACADEMY ความมุ่งมั่นที่จะท้าทายสิ่งใหม่ๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของคุณบ็อบ เป้าหมายต่อไปของเขาคือการไปทำเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ที่ประเทศออสเตรเลีย

"จริงๆ แล้วผมสนใจเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์มานานแล้ว แต่คิดว่า 'คงเป็นไปไม่ได้เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้...' แต่พอมาที่ 3D ผมก็เริ่มมีความมั่นใจขึ้นทีละน้อย จนความรู้สึกอยากลองท้าทายตัวเองเข้มแข็งขึ้นครับ"

สิ่งที่คุณบ็อบตั้งเป้าหมายไว้คือการทำงานที่ฟาร์ม แม้จะรู้ดีว่าต้องใช้แรงกายมาก และยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่เขากล่าวว่าความรู้สึก "อยากลองทำดู" นั้นมีมากกว่าความกังวล

"พอได้ยินคำว่าฟาร์ม หลายคนคงนึกภาพว่ามันหนักและเหนื่อยใช่ไหมครับ แต่การได้ทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายประเทศก็ทำให้ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษจริง แล้วผมคิดว่า 'ประสบการณ์การทำงานที่ใช้แรงกาย' นั้นมีค่ามากครับ"

เวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ไม่ใช่แค่ "การทำงาน" ธรรมดา แต่เป็น "สนามฝึกฝนชีวิต" ที่ช่วยขัดเกลาตัวเอง โดยเฉพาะที่ฟาร์ม นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ยังต้องอาศัยความกล้าลงมือทำ ทักษะการสื่อสาร และความอดทนด้วย

"พูดตรงๆ ว่ายังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ 'ประสบการณ์ที่ 3D' เป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ ทั้งเรื่องภาษาอังกฤษ และประสบการณ์ที่ได้พบปะผู้คนจากหลากหลายประเทศ ทำให้ผมรู้สึกว่า 'ลองกระโดดเข้าไปดูก่อนเถอะ' ครับ"

ที่นั่น วันเวลาที่ต้องทำงานใช้แรงกายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พร้อมทั้งก้าวข้ามกำแพงภาษาเพื่อเรียนรู้งานคงรอเขาอยู่ แต่สำหรับคุณบ็อบแล้ว นั่นก็คือ "สนามภาษาอังกฤษที่แท้จริง" แห่งใหม่เช่นกัน

"ที่ 3D ผมได้เรียนรู้ 'ภาษาอังกฤษในห้องเรียน' ครั้งนี้ผมอยากท้าทาย 'ภาษาอังกฤษในสถานที่ทำงานจริง' บ้างครับ"

และดูเหมือนว่าหลังจากเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์นี้ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของเขาก็เริ่มปรากฏขึ้นบ้างแล้ว แม้จะยังไม่ชัดเจนนักก็ตาม

"ยังไม่ชัดเจนนักหรอกครับ แต่สักวันหนึ่งอยากลองใช้ชีวิตในต่างประเทศแบบยาวๆ ดูบ้าง พอได้มาที่ 3D ผมรู้สึกว่า 'การอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันได้' เลยรู้สึกว่าเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ก็เป็นส่วนต่อขยายของความรู้สึกนั้นเหมือนกันครับ"

บทส่งท้าย|สถานที่ที่ทำให้รู้สึกอยากกลับมาอีกครั้ง

"ตอนแรกผมคิดว่า 'ไปแค่ครั้งเดียวก็คงพอแล้วมั้ง'"

นี่คือคำพูดของคุณบ็อบ ผู้ซึ่งกลับมาเยือน 3D ACADEMY อีกครั้ง เหตุผลก็คือ ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่เรียนรู้เท่านั้น แต่เป็น "สถานที่ที่ทำให้เขาได้เป็นตัวของตัวเอง" อย่างแท้จริง

"เรื่องการเรียนก็สำคัญนะครับ แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ที่สุดของ 3D คือ 'ความใกล้ชิดระหว่างผู้คน' ทั้งพนักงาน ครู และเพื่อนๆ ทุกคนเป็นกันเองมาก แค่ได้อยู่ที่นี่ก็รู้สึกมีพลังขึ้นมาแล้วครับ"

ในการเรียนต่อครั้งที่สอง คุณบ็อบสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพราะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมอยู่แล้ว เขาสนิทสนมกับเพื่อนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และในช่วงหลังเลิกเรียนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอยู่เสมอ

"แค่ก้าวแรกก้าวออกไปได้ ที่เหลือโลกก็จะกว้างขึ้นเองโดยธรรมชาติ ครั้งนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ"

คุณบ็อบกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญในการเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่ทักษะทางภาษา แต่คือ "ความกล้าที่จะเข้าไปทักทาย" และ "ความยืดหยุ่นที่จะไม่ปฏิเสธคำชวน"

"เคล็ดลับการสร้างมิตรภาพเหรอครับ? ง่ายมากเลย! ก็คือ 'ไม่ต้องอาย' และ 'ลองพูดว่า YES ดู'! ต่อให้รู้สึกยุ่งยากนิดหน่อยก็ตาม แต่ถ้าถูกชวนก็ลองไปดู การกระทำเล็กๆ แบบนี้แหละที่จะช่วยย่นระยะห่างกับเพื่อนๆ ได้ในทันทีครับ"

การเรียนต่อที่ 3D เต็มไปด้วยรอยยิ้มมากมาย และประสบการณ์ "ครั้งแรก" ที่นับไม่ถ้วน สำหรับคุณบ็อบแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่มอบ "เคล็ดลับของชีวิต" อันมีค่ายิ่งกว่าภาษาอังกฤษเสียอีก

"อยากกลับมาอีกครั้งนะครับ หรือพูดอีกอย่างคือผมคิดว่าคงจะได้กลับมาแน่ๆ (หัวเราะ) ครั้งหน้าอยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้มากขึ้น แล้วมุ่งหน้าสู่ความท้าทายใหม่ๆ ครับ"

ข้อความถึงคุณบ็อบ

คุณบ็อบ ขอบคุณมากสำหรับความมุ่งมั่นตลอดการเรียนต่อที่ 3D เป็นครั้งที่สองนะครับ!

ในการเดินทางไปเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ที่ประเทศออสเตรเลียครั้งต่อไป ประสบการณ์และความมั่นใจที่ได้รับจาก 3D จะต้องเป็นพลังสำคัญให้กับคุณบ็อบอย่างแน่นอน พวกเราทีมงานทุกคนขอเป็นกำลังใจให้อย่างสุดหัวใจ และขอเชิญคุณกลับมาที่เซบูได้ทุกเมื่อนะครับ!

พวกเราตั้งตารอวันที่จะได้พบกันอีกครั้งนะครับ!

เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ

ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เรียนต่อที่ 3D ACADEMY เช่นกัน

ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ