

สวัสดีค่ะ ทีมงาน 3D ACADEMY ค่ะ!
ครั้งนี้ขอแนะนำคุณ Jovy ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เรียนต่อระยะสั้นที่เดนมาร์ก และเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น จึงเลือก 3D ACADEMY ที่เกาะเซบู เธอมีประวัติที่น่าสนใจ เพราะในอดีตเคยตั้งเป้าหมายที่จะเป็น “นักกีฬาเคอร์ลิงอาชีพ” และความมีสมาธิจดจ่อรวมถึงความอดทนของเธอก็ได้ถูกนำมาใช้ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยเช่นกัน
ด้วยความตั้งใจที่ว่า “อยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้น” “อยากใช้ชีวิตในต่างประเทศอย่างมั่นใจ” คุณ Jovy จึงเตรียมตัวมุ่งสู่แคนาดาในฐานะจุดหมายปลายทางของโครงการเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์
ในบันทึกเรียนต่อฉบับนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักอย่างละเอียดตั้งแต่ความกังวลก่อนไปเรียนต่อ การเรียนรู้ที่ 3D ช่วงเวลาที่รู้สึกถึงการเติบโต ความประทับใจที่เกาะเซบู ไปจนถึงความฝันในอนาคตของเธอ
ครั้งแรกที่คุณ Jovy เดินทางไปต่างประเทศคือตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 2 สถานที่คือประเทศเดนมาร์ก การใช้ชีวิตสองสัปดาห์ท่ามกลางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิงนั้น กลายเป็นประสบการณ์ที่ส่งผลอย่างมากต่อชีวิตของเธอ
“ครั้งแรกที่ได้รู้สึกจริงๆ ว่า ‘โลกนี้กว้างใหญ่’ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่อยากพูดออกไปได้”
ประสบการณ์ครั้งนั้นได้จุดประกายเล็กๆ ขึ้นในใจของคุณ Jovy ความรู้สึกที่ว่า “ครั้งหน้าอยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้นก่อน แล้วค่อยไปท้าทายต่างประเทศอีกครั้ง” ก็เริ่มก่อตัวขึ้น
เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอถามตัวเองว่า “ถ้าจะไปเรียนภาษา ควรไปตอนไหนดี?” และรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่า “ตอนนี้แหละคือตอนที่ใช่” จึงเริ่มเก็บเงินจากการทำงานพิเศษ จัดสรรเวลา และเริ่มหาข้อมูล และที่นั่นเองที่เธอได้พบกับโรงเรียนสอนภาษา “3D ACADEMY” ที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์
“การได้เรียนแบบตัวต่อตัวจำนวนมากนั้น คิดว่าเหมาะกับตัวเอง เพราะอยากฝึกพูดในจังหวะของตัวเองมากกว่าเรียนแบบกลุ่ม”
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังอยู่ใกล้ญี่ปุ่นค่อนข้างมาก เวลาก็ต่างกันไม่มาก ค่าครองชีพก็ไม่แพง ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อได้ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดสำคัญเช่นกัน
“มันคือสภาพแวดล้อมที่ลงตัวพอดีกับเป้าหมายที่ว่า ‘อยากฝึกพูดให้มากๆ’”
ด้วยเหตุนี้ คุณ Jovy จึงเริ่มต้นการท้าทายต่างประเทศครั้งที่ 2 ที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์
แม้คุณ Jovy จะตัดสินใจไปเรียนต่อแล้ว แต่ก็เป็นธรรมดาที่พ่อแม่จะมีความกังวลอยู่บ้าง
“โดยเฉพาะคุณแม่ที่กังวลว่า ‘ปลอดภัยไหม’ ‘เรื่องอาหารจะโอเคไหม’ ตอนแรกก็ถูกถามซ้ำๆ ว่า ‘จริงๆ แล้วไม่เป็นไรใช่ไหม’”
ด้วยเหตุนี้ คุณ Jovy จึงไปร่วมงานเรียนต่อต่างประเทศแฟร์ที่จัดขึ้นในโตเกียวพร้อมกับคุณแม่ และที่นั่นเองที่ได้พบกับเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นของ 3D ACADEMY การได้รับคำอธิบายโดยตรงช่วยคลี่คลายความกังวลไปได้ทีละอย่าง
“พนักงานอธิบายอย่างละเอียดและใส่ใจมาก ทั้งยังให้ดูภาพถ่ายสถานที่จริงและภาพอาหารด้วย คุณแม่ก็พูดว่า ‘ดูสวยกว่าที่คิดไว้เยอะเลย’”
ในความเป็นจริง “อาหาร” มักกลายเป็นปัญหาสำคัญเมื่อไปเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ แต่ที่ 3D มีเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นร่วมดูแลควบคุมเมนู เพื่อให้ถูกปากคนญี่ปุ่นมากขึ้น
“พูดตามตรงคือไม่ได้คาดหวังเรื่องอาหารมากนัก แต่กลับอร่อยเป็นปกติทุกวันจนแปลกใจ”
นอกจากนี้ ยังได้รับคำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัยของเกาะเซบู ทำเลที่ตั้งของโรงเรียน และสภาพแวดล้อมสำหรับทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครอบครัวรู้สึกอุ่นใจ
“ความรู้สึกอุ่นใจที่ว่า ‘พ่อแม่เข้าใจและยินยอมให้ไปด้วยความสบายใจ’ ก็เป็นแรงผลักดันให้ตัวเองด้วยเช่นกัน”
วันหนึ่งของคุณ Jovy เริ่มต้นด้วยคลาสเรียนตัวต่อตัวตั้งแต่ 8 โมงเช้า บางวันเรียนถึง 6-7 คาบ คาบละ 50 นาที
“เพราะเป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว ตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามได้ทันที และที่สำคัญคือได้อยู่ในสถานการณ์ที่ ‘ต้องพูดเท่านั้น’ ซึ่งดีมากๆ”
เนื้อหาสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมสอบ TOEIC การพูด การออกเสียง หรือไวยากรณ์ คุณ Jovy ตั้งเป้าหมายไว้ที่ “TOEIC 800 คะแนน” และปรับหลักสูตรทุกสัปดาห์โดยปรึกษากับครูอยู่เสมอ
“ครูทุกคนตั้งใจสอนจริงๆ และให้คำแนะนำอย่างละเอียดว่า ‘สำนวนนี้ใช้แบบนี้จะเป็นธรรมชาติกว่านะ’”
และในช่วงพักระหว่างคาบเรียนหรือหลังเลิกเรียน เธอมักไปที่ “ห้องอ่านหนังสือด้วยตนเอง” ภายในอาคารเรียน ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง “ฐานการเรียนรู้” สำคัญสำหรับคุณ Jovy
“เป็นพื้นที่ที่แบ่งเป็นบูธ ทำให้มีสมาธิได้ง่าย เงียบสงบและได้ดื่มด่ำอยู่กับโลกของตัวเอง เหมาะมากโดยเฉพาะสำหรับทบทวนไวยากรณ์และฝึกฟัง”
นอกจากนี้ คุณ Jovy ยังตั้งใจเขียน “ไดอารี่” เป็นภาษาอังกฤษทุกวัน และให้ครูช่วยตรวจแก้ ซึ่งถือเป็นการบ้านที่เธอทำด้วยความสมัครใจ
“การได้ให้ครูช่วยแก้ประโยคภาษาอังกฤษที่เขียนด้วยคำพูดของตัวเองนั้น เป็นการเรียนรู้ที่ดีมาก การเขียนไปพร้อมกับคิดว่า ‘แบบนี้ถูกไหมนะ’ ก็กลายเป็นพลังในตัวเองด้วย”
ด้วยการหมุนวงจร “รับข้อมูลในคาบเรียน จัดระเบียบด้วยการทบทวนด้วยตนเอง แล้วนำมาถ่ายทอดออกไปอีกครั้ง” อย่างสม่ำเสมอ พื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณ Jovy จึงค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
คุณ Jovy เล่าว่าตอนแรกเธอรู้สึกตื่นเต้นกับการพูดภาษาอังกฤษมาก โดยเฉพาะในคลาสเรียนกลุ่มที่รู้สึกกดดันเมื่อเห็นเพื่อนนักเรียนคนอื่นพูดได้คล่องแคล่ว จนแทบพูดอะไรออกไปไม่ได้
“คิดแต่ว่า ‘ถ้าพูดอะไรแปลกๆ ออกไปจะทำยังไง’ จนคำพูดไม่ยอมออกมาเลย แต่พอครูบอกว่า ‘ไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ ลองพูดดูก่อนเถอะ’ ก็ทำให้ใจรู้สึกเบาลงทีละนิด”
จากนั้นมาเธอก็ตั้งใจ “ลองพูดดูก่อน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างมีสติ ความรู้สึกที่ว่าคำพูดภาษาอังกฤษในแบบของตัวเองสามารถสื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับคุณ Jovy
“ความกลัวที่มีต่อการพูดค่อยๆ จางลง และเปลี่ยนเป็น ‘อยากพูดให้มากขึ้นอีก’”
ต่อให้พูดผิดก็ได้ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ การยอมรับตัวเองในแบบนั้นเองที่กลายเป็นก้าวแรกสู่ “ภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริง”
คุณ Jovy ทุ่มเทอย่างจริงจังกับการทบทวนด้วยตนเองนอกเวลาเรียนเช่นกัน โดยเฉพาะการฝึกชาโดวอิงและการอ่านออกเสียงที่เธอปฏิบัติทุกวันไม่เคยขาด
“พยายามอ่านออกเสียงวันละ 30 ครั้ง ตอนแรกก็รู้สึกเขินอาย แต่พอปากเริ่มคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษก็รู้สึกดีใจ”
รูปแบบการเรียนรู้แบบ “ทำซ้ำ” นี้เองที่ค่อยๆ ยกระดับทักษะการพูดของคุณ Jovy ขึ้นอย่างมั่นคง
นอกจากนี้ การเรียนภาษาอังกฤษผ่านภาพยนตร์และซีรีส์ก็เป็นอีกจุดสำคัญ
“ครูแนะนำให้ดูซีรีส์พร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษของ Netflix เพราะได้เรียนรู้สำนวนธรรมชาติและน้ำเสียงการพูด จึงสนุกกับการเรียนไปด้วย”
การลบเส้นแบ่งระหว่างการเรียนกับความบันเทิง และสร้าง “ชีวิตประจำวันที่มีภาษาอังกฤษอยู่ด้วย” นี่เองคือเคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษของคุณ Jovy
การใช้ชีวิตที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ มีหลายอย่างที่แตกต่างจากญี่ปุ่นอย่างมาก ในช่วงแรกจึงเต็มไปด้วยความสับสนงงงวยอย่างต่อเนื่อง
“สิ่งที่ประหลาดใจที่สุดคือการข้ามถนนนั้นน่ากลัวมากจริงๆ (หัวเราะ) เพราะรถไม่ยอมหยุดให้ ตอนแรกจึงก้าวขาไม่ออกเลยสักก้าวเดียว”
นอกจากนี้ยังรู้สึกตกใจกับความแตกต่างด้านสุขอนามัยและโครงสร้างพื้นฐานในเมืองด้วยเช่นกัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ เธอก็ค่อยๆ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงว่า “จะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้อย่างไร” และเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น
“ไม่ออกไปข้างนอกตอนกลางคืน เดินทางด้วยแท็กซี่เสมอ ด้วยการระมัดระวังตัวแบบนี้ ความไม่มั่นใจก็ค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ”
เธอรู้สึกว่าประสบการณ์นี้ได้บ่มเพาะ “พลังในการใช้ชีวิตในดินแดนต่างถิ่น” ที่ไม่ใช่แค่ทักษะภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว
“เพราะมีประสบการณ์นั้นอยู่ ครั้งต่อไปที่ไปแคนาดา ก็รู้สึกว่าจะต้องไม่เป็นไรแน่นอน”
สิ่งที่คุณ Jovy มองไว้หลังจบการเรียนต่อที่ 3D คือโครงการเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ที่แคนาดา อันที่จริงเธอมีความตั้งใจที่ว่า “อยากลองทำงานในต่างประเทศสักวันหนึ่ง” มาตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อแล้ว
“หลังจากที่ไปเดนมาร์กตอนมัธยมปลาย ก็คิดมาตลอดว่า ‘อยากพูดให้เก่งขึ้นก่อน แล้วค่อยไปท้าทายต่างประเทศอีกครั้ง’ ตอนนี้รู้สึกว่าความตั้งใจนั้นค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว”
เหตุผลที่เลือกแคนาดาเป็นจุดหมายปลายทางของเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ก็เพราะเป็นประเทศที่กีฬาเคอร์ลิงได้รับความนิยมอย่างมาก อันที่จริงคุณ Jovy มีประวัติที่น่าสนใจคือเคยตั้งเป้าหมายจะเป็นนักกีฬาเคอร์ลิงอาชีพมาก่อน
“เพราะแคนาดามีวัฒนธรรมเคอร์ลิงต้นตำรับ หากมีโอกาสก็อยากลองไปเยี่ยมชมสโมสรท้องถิ่นดูด้วย”
การก้าวย่างเพื่อขยายความเป็นไปได้ในชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว นั่นคือความหมายของเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์สำหรับเธอ
“รู้สึกได้ว่า ‘พลังในการพูด’ และ ‘พลังในการลงมือทำ’ ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากที่ 3D จึงอยากท้าทายตัวเองอย่างเต็มที่ที่แคนาดาด้วยเช่นกัน”
ตอนที่ทีมงานได้พูดคุยกับคุณ Jovy เป็นครั้งแรก เธอให้ความรู้สึกสุภาพและใจเย็นมาก แต่เมื่อได้พูดคุยกันไปเรื่อยๆ ก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจแน่วแน่และความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ภายใน
“การสะสมความพยายามเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน ค่อยๆ กลายเป็นความมั่นใจโดยไม่รู้ตัว เรารู้สึกถึงการเติบโตแบบนั้นจากตัวตนของเธอ”
ในตอนแรกคุณ Jovy ที่เคยบอกว่า “กลัวการพูดในคลาสเรียนกลุ่ม” ตอนนี้กลับมองไปข้างหน้าด้วยคำพูดที่ว่า “อยากพูดให้มากขึ้นอีก” “อยากท้าทายตัวเองที่แคนาดาด้วย”
ตัวตนแบบนั้นของเธอน่าจะเป็นกำลังใจสำคัญให้กับผู้ที่กำลังพิจารณาไปเรียนต่อต่างประเทศในอนาคต
“สิ่งสำคัญยิ่งกว่าทักษะภาษาคือความรู้สึกที่ว่า ‘ลองทำดูก่อน’ เรื่องราวของคุณ Jovy คือบันทึกเรียนต่อที่ยอดเยี่ยมที่สอนให้เราเข้าใจสิ่งนั้น”
คุณ Jovy ขอบคุณมากๆ สำหรับความพยายามในการท้าทายตัวเองที่ 3D! หวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งต่อไปที่เวทีใหม่อย่างแคนาดา คุณจะได้โบยบินในแบบฉบับของตัวเองอย่างเต็มที่ และทีมงานทุกคนก็รอคอยวันที่จะได้พบกันอีกครั้งที่เกาะเซบูด้วยความยินดีค่ะ!
ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ