

"อยากลองเดินทางไปรอบโลก" — ด้วยความตั้งใจนี้ คุณ Much จึงลาออกจากงาน เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ศูนย์ และใช้เวลาราว 4 ปีในการเดินทางไปยัง 40 ประเทศทั่วโลก จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดนี้คือประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศที่โรงเรียนสอนภาษา "3D ACADEMY" บนเกาะเซบู
การเรียนต่อฟิลิปปินส์ครั้งแรกในวัย 26 ปี ที่ทำให้เขาได้ทักษะภาษาอังกฤษติดตัวก่อนออกเดินทาง และการเรียนต่อครั้งที่สอง ที่เขา "กลับมา" ที่ 3D อีกครั้งระหว่างการเดินทางรอบโลก
"การได้ออกเดินทางและเรียนภาษาอังกฤษ ทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปจริงๆ" เรื่องราวของคุณ Much ที่เล่าเช่นนี้ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนที่ปรารถนาจะขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของตนเองผ่านการเดินทางและการเรียนรู้
ในบทสัมภาษณ์นี้ เราจะนำเสนอประสบการณ์จริงของคุณ Much ที่ได้รับจาก 3D อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมที่เปลี่ยนไปทั้งก่อนและหลังการเรียนต่อ ความสัมพันธ์และขอบเขตการใช้ชีวิตที่กว้างขึ้นด้วยภาษาอังกฤษ ไปจนถึงแนวคิดเรื่อง "เกสต์เฮาส์สำหรับนักเดินทาง" ที่เขาวางแผนไว้หลังจบการเรียน หากคุณสนใจทั้งเรื่องการเดินทางและการเรียนต่อ หรืออยากขยายโลกของตัวเองให้กว้างขึ้น นี่คือเรื่องราวที่อยากให้คุณได้อ่าน
"อยากเดินทางรอบโลก" — ความคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเรียบง่ายที่บาร์แห่งหนึ่งในโยโกฮามะ เมื่อได้ฟังเจ้าของร้านซึ่งเป็นลูกค้าประจำเล่าเรื่องการข้ามทวีปยูเรเซียด้วยเวลา 2 ปี คุณ Much ก็รู้สึกอยากออกเดินทางไปรอบโลกด้วยตัวเองอย่างแรงกล้า นี่คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
นับจากวันนั้น คุณ Much ตัดสินใจว่าจะออกเดินทางในวัย 26 ปี และใช้เวลา 2 ปีในการเก็บเงิน จากนั้นจึงลาออกจากงานหัวหน้าช่างไฟฟ้าที่ทำมา 10 ปี เพื่อออกเดินทางตามความฝัน แต่ก่อนออกเดินทาง มีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากเตรียมตัวให้พร้อมก่อน นั่นคือ "ภาษาอังกฤษ"
"ในเมื่อจะออกไปเจอโลกกว้างแล้ว อย่างน้อยก็ควรพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง" ด้วยความคิดนี้ เขาจึงเลือกโรงเรียนสอนภาษา "3D ACADEMY" บนเกาะเซบู
ในตอนนั้นหลักสูตรยังไม่หลากหลายเท่าปัจจุบัน คุณ Much จึงเลือกเรียนคอร์ส ESL โดยเน้นเรียนตัวต่อตัววันละ 4 คาบเป็นหลัก และเริ่มต้นการเรียนภาษาอังกฤษที่เน้น "การพูดให้มากที่สุด"
สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือคาบเรียนกับอาจารย์ Cris ที่สามารถใช้ทั้งภาษาอังกฤษแบบอเมริกันและแบบอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมสอดแทรกความแตกต่างทางวัฒนธรรมเข้าไปในบทสนทนา จนคุณ Much หลงใหลในสไตล์การสอนนี้อย่างเต็มที่
"อาจารย์เป็นกันเองมาก จนอยากคุยด้วยไปเรื่อยๆ ระหว่างคาบเรียนก็คุยกันตลอดจนแบบเรียนแทบไม่คืบหน้าเลย (หัวเราะ)"
แม้จะเริ่มต้นการเรียนต่อครั้งแรกด้วยพื้นฐานภาษาอังกฤษเป็นศูนย์ แต่ "ความมั่นใจในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ" ที่ได้รับจากที่นี่ ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับการเดินทางในเวลาต่อมา
และการเรียนรู้ที่ 3D ในครั้งนี้ ก็ได้กลายเป็นก้าวแรกที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ Much
หลังจบการเรียนต่อ 3 เดือนที่ 3D ACADEMY คุณ Much ก็ออกเดินทางรอบโลกทันที จุดหมายแรกคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างเดินทางคนเดียวผ่านไทย เวียดนาม และกัมพูชา ทักษะภาษาอังกฤษที่เรียนมาจาก 3D ก็ได้ใช้ประโยชน์ทันที
"ทั้งการจองที่พัก การจัดการเดินทาง การสมัครทัวร์ ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมด การที่คุ้นเคยกับการพูดจาก 3D ช่วยได้มากจริงๆ ถ้าพูดไม่ได้แล้วออกเดินทาง คงเครียดน่าดู"
หลังจากนั้นเขาเดินทางไปออสเตรเลีย และใช้ชีวิตแบบ Working Holiday นาน 1 ปี 4 เดือน เริ่มจากงานในฟาร์ม ต่อด้วยงานบริการที่ร้านราเมงในซิดนีย์ ไปจนถึงเทศกาลมะเขือเทศในสเปน ผ่านช่วงเวลาที่หลากหลาย สิ่งที่จำเป็นเหมือนกันไม่ว่าที่ไหนก็คือภาษาอังกฤษ
"ที่ฟาร์มในออสเตรเลียต้องทำงานร่วมกับคนหลากหลายสัญชาติและวัย การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษจึงจำเป็นอย่างยิ่ง มีสำนวนหลายอย่างที่ได้เรียนรู้จากหน้างาน และที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกว่า "สื่อสารเข้าใจกันได้" กลายเป็นแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษ"
การเดินทางของคุณ Much ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งข้ามอเมริกา ลาตินอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย เมื่อรู้ตัวอีกที ตลอด 3 ปี 3 เดือน เขาได้ไปเยือนมากกว่า 40 ประเทศ
สิ่งที่เขารู้สึกได้ในระหว่างนั้นคือความจริงที่ว่าภาษาอังกฤษใช้ได้แม้ในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และยังเป็น "พื้นฐานของการเรียนรู้ภาษา" ที่ทำให้สามารถท้าทายภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมได้ เช่น ภาษาสเปนหรือภาษาฝรั่งเศส
"เพราะเคยเรียนภาษาอังกฤษมาก่อน จึงเรียนภาษาสเปนได้โดยไม่รู้สึกต่อต้าน มีไวยากรณ์และคำศัพท์ที่คล้ายกัน แถมออกเสียงง่ายกว่าภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ รู้สึกได้จริงๆ ว่าภาษาอังกฤษคือ "ประตูสู่โลกกว้าง""
ระหว่างการเดินทาง เขายังได้พบเจอเพื่อนที่รู้จักกันจาก 3D อยู่หลายครั้ง เมื่อกลับประเทศชั่วคราวก็จัดงานรวมรุ่นที่โยโกฮามะ หรือเดินทางไปลาตินอเมริกาด้วยกัน แม้จบการเรียนที่ 3D ไปแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยังคงแน่นแฟ้นต่อเนื่อง
"การเดินทางมักจะทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว แต่เพราะมีเพื่อนที่ได้จาก 3D ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังรู้สึกเชื่อมโยงกันอยู่เสมอ ผมคิดว่านี่คือเสน่ห์ของ 3D ที่ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนภาษาธรรมดา"
ระหว่างการเดินทางรอบโลก คุณ Much ได้กลับมาที่ 3D ACADEMY อีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านไป 3 ปีนับจากการเรียนต่อครั้งแรก
"ตอนนี้ผมเปลี่ยนจากการ "เรียน" ภาษาอังกฤษมาเป็นการ "ใช้" ภาษาอังกฤษแล้ว ก็เลยอยากกลับไปอยู่ใน "สภาพแวดล้อมของการเรียนรู้" อีกครั้ง พอกลับมาที่เซบู ก็รู้สึกอยากเรียนรู้ใหม่ที่ 3D อีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ"
ในการเรียนต่อครั้งที่สอง เนื่องจากมีทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้สนทนาในชีวิตประจำวันได้ไม่มีปัญหาแล้ว เขาจึงท้าทายเนื้อหาที่ลึกขึ้น เช่น การอภิปราย การโต้วาที และประเด็นข่าวสารต่างๆ ในชั้นเรียน โดยตั้งเป้าหมายที่จะ "ขัดเกลา" ภาษาอังกฤษของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
"ครั้งนี้ผมสนุกกับการที่ได้พูดคุยกับอาจารย์ในฐานะที่เท่าเทียมกันมากขึ้น ได้สื่อสารความคิดของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ฟังความคิดเห็นของอาจารย์ แล้วก็ตอบกลับไปอีก รู้สึกได้จริงๆ ว่าตัวเองใช้ภาษาอังกฤษเป็น "เครื่องมือในการสนทนา" ได้แล้ว"
นอกจากนี้ เขายังเล่าว่ารู้สึกประหลาดใจที่อาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกของ 3D ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหลักสูตรที่มีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับครั้งก่อน
"เมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ปีก่อน เรียนง่ายขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกได้ถึงการพัฒนา โดยเฉพาะการที่มี "คอร์สเดินทางรอบโลก" เกิดขึ้นแล้ว ทำเอาผมตกใจมาก (หัวเราะ) สมัยที่ผมเรียนยังไม่มีคอร์สแบบนี้เลย อิจฉาจริงๆ"
ในการใช้ชีวิตที่ 3D อีกครั้งนี้ เขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ สตาฟ อินเทิร์น รวมถึงนักเรียนใหม่จากทั่วโลก และได้สร้างเครือข่ายใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
"เพราะกลับมาในฐานะ "นักเดินทาง" ผมจึงได้เพลิดเพลินกับเซบูในมุมมองที่ต่างจากครั้งแรก เมืองและผู้คนยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม และผมรู้สึกอีกครั้งว่า 3D คือจุดเริ่มต้นของตัวเองจริงๆ"
หลังจบการเรียนต่อครั้งแรกที่ 3D ACADEMY คุณ Much ได้ออกเดินทางรอบโลกอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศที่ไปเยือนครอบคลุมทั้งเอเชีย โอเชียเนีย ลาตินอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา รวมกว่า 40 ประเทศ และเดินทางเกือบทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว
"เพราะได้เรียนภาษาอังกฤษที่ 3D มาก่อน แทบไม่มีปัญหาอะไรระหว่างการเดินทางเลย ไม่ว่าจะเช็คอินโรงแรม จองทัวร์ หรือพูดคุยกับคนท้องถิ่น ทุกอย่างสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้หมด รู้สึกดีใจหลายครั้งที่มีทักษะ "ภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริง" ติดตัว"
โดยเฉพาะการทำ Working Holiday ที่ออสเตรเลียนาน 1 ปี 4 เดือน มีส่วนช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ทั้งการทำงานร่วมกับเพื่อนหลากหลายสัญชาติที่ฟาร์ม และการให้บริการลูกค้าที่ร้านราเมงในซิดนีย์ เขาใช้ชีวิตแบบแช่อยู่ในภาษาอังกฤษตลอดเวลา
"ที่ฟาร์มต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับเพื่อนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาเช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ภาษาอังกฤษที่สื่อสารเข้าใจกันได้" การให้ความสำคัญกับการ "สื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจ" มากกว่าภาษาอังกฤษแบบตำราเรียน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับผม"
นอกจากนี้ ระหว่างเดินทางในลาตินอเมริกา คุณ Much ยังเริ่มเรียนภาษาสเปนด้วยตัวเอง และประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษก็มีประโยชน์อย่างมากในครั้งนี้เช่นกัน
"เมื่อมีประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศภาษาแรกแล้ว ภาษาที่สองก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป ภาษาสเปนออกเสียงง่าย และมีหลายส่วนที่จำง่ายกว่าภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ สนุกมากเลยครับ"
เพราะมี "ภาษากลาง" อย่างภาษาอังกฤษ ทำให้สามารถเดินทางต่อไปได้ไม่ว่าจะประเทศไหน คุณ Much เล่าว่าตลอดการเดินทางรอบโลก เขาได้ซาบซึ้งถึงคุณค่าของภาษาอังกฤษอยู่หลายครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของ "การเสริมกันระหว่างการเดินทางกับภาษาอังกฤษ" ได้อย่างชัดเจน
— ความสัมพันธ์หลังจบการเรียนแน่นแฟ้นมากเลยนะครับ
ใช่ครับ ผมรู้สึกเป็นการส่วนตัวว่าความสัมพันธ์หลังเรียนจบที่ 3D นั้นแน่นแฟ้นเป็นพิเศษ ตอนที่ไปไต้หวัน เพื่อนจาก 3D ก็พาเที่ยวให้หมดเลย นี่ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของ 3D ครับ
— คุณเดินทางไปประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษด้วยใช่ไหมครับ ที่นั่นก็ใช้ภาษาอังกฤษเหมือนกันหรือเปล่า
โรงแรมหรือบริษัททัวร์ก็ยังใช้ภาษาอังกฤษครับ แต่ลาตินอเมริกาส่วนใหญ่ใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก ผมเลยเรียนภาษาสเปนเพิ่ม ตอนนั้นรู้สึกว่าพอเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ภาษาอื่นๆ ก็รู้สึกง่ายขึ้น ภาษาอังกฤษกับภาษาสเปนมีไวยากรณ์ที่คล้ายกันบางส่วน แถมออกเสียงง่ายกว่าภาษาอังกฤษด้วย ดีใจจริงๆ ที่ได้เรียนภาษาอังกฤษมาก่อน
ที่ยุโรป แค่ภาษาอังกฤษก็เอาตัวรอดได้สบายเลยครับ คนที่นั่นพูดได้ 3 ภาษาเป็นเรื่องปกติ พอถามว่า "ทำไมพูดได้หลายภาษาขนาดนั้น" เขาก็ตอบว่า "ก็เพราะเป็นคนยุโรปไงล่ะ" อิจฉาจริงๆ ครับ (หัวเราะ)
แอฟริกาก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมากครับ เพราะหลายประเทศเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ คนก็เลยพูดคล่องมาก ทัวร์ซาฟารีราคาสองสามหมื่นก็มีไกด์พาทัวร์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด พอพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยก็จะยิ่งได้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเป็นวงจรที่ดี เช่น ตอนทัวร์ซาฟารี เจอสัตว์ที่ไม่รู้ชื่อภาษาอังกฤษ แค่พูดว่า "What's that animal?" ก็จะได้จำชื่อสัตว์ตัวนั้นไว้ ความสนุกแบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะเข้าใจภาษาอังกฤษนี่แหละครับ
คุณ Much กลับมาที่ 3D ACADEMY อีกครั้งหลังจากผ่านไปราว 3 ปี ต่างจากการเรียนต่อครั้งก่อน ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ในสภาพที่ "พูดภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่งแล้ว"
"ครั้งก่อนพูดตรงๆ ว่าผมเป็น "มือใหม่ภาษาอังกฤษ" จริงๆ คิดอะไรจะพูดก็พูดไม่ค่อยออก แต่ครั้งนี้ ผ่านการเดินทางมาแล้วมีความมั่นใจในภาษาอังกฤษมากขึ้น การพูดคุยกับอาจารย์เลยราบรื่นขึ้น ความสนุกก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า"
สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือระยะห่างระหว่างนักเรียนด้วยกันและกับอาจารย์ บรรยากาศแบบครอบครัวของ 3D ยังคงเหมือนเดิม แต่กลับมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เป็นสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นความคิดมากยิ่งขึ้น
"ได้พูดคุยเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษกับคนจากหลากหลายประเทศ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกว่า "ดีจริงๆ ที่ได้เรียนภาษาอังกฤษมา" อาจารย์และสตาฟก็เป็นกันเอง เป็นพื้นที่ที่อยากกลับมาอีก"
ครั้งนี้เขายังเลือกเรียนคลาสเสริมด้านการออกเสียงและคำศัพท์ และทบทวนส่วนที่ตัวเองต้องการเป็นพิเศษ
"3D เป็นสถานที่ที่เหมาะมากในความหมายของการ "กลับมาทบทวนพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างจริงจังอีกครั้ง" ผมอยากทำให้ "ภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริง" ที่สั่งสมมาจากการเดินทาง มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น"
และเขายังบอกว่ามีข้อคิดสำคัญอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือ "การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เป้าหมายในตัวมันเองอีกต่อไป"
"เพราะมีประสบการณ์ "ใช้ภาษาอังกฤษ" จริงในการเดินทางและการทำงาน ผมจึงตระหนักว่าภาษาอังกฤษคือ "เครื่องมือสำหรับขยายชีวิตของตัวเอง" เพราะแบบนั้นผมถึงอยากกลับมาเผชิญหน้ากับมันอย่างจริงจังอีกครั้ง"
สำหรับคุณ Much การกลับมาที่ 3D อีกครั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ "การเรียนต่อภาษาธรรมดา" แต่ยังเป็นช่วงเวลาของการ "เรียนรู้ใหม่" เพื่อคิดทบทวนถึงชีวิตในอนาคตด้วย
คุณ Much ผู้เดินทางรอบโลกมานานกว่า 3 ปี และไปเยือนมาแล้วถึง 40 ประเทศ หลังผ่านการเรียนต่อที่ 3D ACADEMY อนาคตที่เขาวาดฝันไว้จากนี้ดูเหมือนจะขาดคำสำคัญอย่าง "การเดินทาง" "ภาษาอังกฤษ" และ "ความสัมพันธ์กับผู้คน" ไปไม่ได้เลย
"อยากสร้างเกสต์เฮาส์ นั่นคือเป้าหมายต่อไปของผม"
สิ่งที่คุณ Much วาดฝันไว้คือ "เกสต์เฮาส์หลากเชื้อชาติ" ที่สร้างจากการปรับปรุงบ้านโบราณในชนบท โดยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่พบเจอระหว่างการเดินทาง ลงมือปรับปรุงด้วยมือของตัวเอง ทำอาหารร่วมกับแขกที่มาจากประเทศต่างๆ และจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ทุกคืน เขาฝันถึง "สถานที่ที่การพบเจอและประสบการณ์มาบรรจบกัน" แบบนั้น
นอกจากนี้ เขายังตั้งใจจะสร้างฟาร์มขนาดเล็กข้างเกสต์เฮาส์ เพื่อให้แขกที่มาพักได้สัมผัสประสบการณ์การทำเกษตรกรรมด้วย
"ปัญหาประชากรลดลงในชนบทก็รุนแรงมาก และสำหรับนักเดินทางแล้ว ประสบการณ์ "ท่องเที่ยวแบบใช้ชีวิตอยู่จริง" ก็มีคุณค่ามาก อยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษถ่ายทอดเสน่ห์ของญี่ปุ่นออกไปได้"
สิ่งที่คุณ Much คิดไว้ไม่ใช่แค่สถานที่พักธรรมดา แต่เป็น "สถานที่ที่จะได้พบกับทางเลือกใหม่ในชีวิต" อันที่จริง คนจำนวนมากที่เขาได้พบระหว่างการเดินทางต่างก็พูดว่า "อยากรู้จักท้องถิ่นของญี่ปุ่นให้มากขึ้น"
นอกจากนี้ยังมีไอเดียที่จะใช้เกสต์เฮาส์แห่งนี้เป็นสถานที่เตรียมตัวก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศด้วย
"ตอนนี้ "การเรียนต่อสองต่อ" กำลังเป็นที่นิยม แต่ผมคิดว่า "การเรียนต่อสามต่อ" ก็น่าสนใจเหมือนกัน อยู่ที่ญี่ปุ่นแต่ได้พูดภาษาอังกฤษกับแขกจากต่างประเทศ นั่นก็เป็นขั้นตอนก่อนการเรียนต่อจริงได้"
พื้นที่ที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเปลี่ยนจาก "สิ่งที่ต้องเรียน" ไปเป็น "สิ่งที่ใช้งานจริง" ได้อย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือรูปแบบอนาคตที่คุณ Much กำลังพยายามสร้างขึ้น
"ถ้ายังลังเลอยู่ ก็ไปเลยดีกว่า ลงมือทำดีกว่าคิดเยอะๆ!"
นี่คือคำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ที่คุณ Much ผู้ผ่านการเรียนต่อที่ 3D มาแล้วถึง 2 ครั้ง และได้พบเจอผู้คนและประเทศมากมาย เท่านั้นที่จะพูดออกมาได้
"เพื่อนที่ผมแนะนำให้มาเรียนที่ 3D ทุกคนบอกว่า "มาแล้วดีจริงๆ" แน่นอนว่ามีความไม่มั่นใจอยู่บ้าง แต่เมื่อผ่านมันไปได้ "โลกใบใหม่" ก็จะเปิดกว้างรออยู่ ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่รวมถึงการพบเพื่อนใหม่ ความมั่นใจ ค่านิยม...ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นทรัพย์สินของชีวิต"
"อันดับแรกลองก้าวเข้าไปดูก่อน นั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง"
ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ