หน้าแรก > เตรียมสอบ IELTS Writing > เตรียมสอบ IELTS Writing: ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
เตรียมสอบ IELTS Writing

เตรียมสอบ IELTS Writing: ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

13 กันยายน 2025 ทีมการตลาด 3D ACADEMY

เตรียมสอบ IELTS Writing: ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
01

บทนำ

ใน IELTS Writing นอกจากความคิดและความหลากหลายของคำศัพท์แล้ว ความถูกต้องทางไวยากรณ์ (accuracy) ยังเป็นส่วนสำคัญของเกณฑ์การให้คะแนนอีกด้วย ในความเป็นจริง ผู้สอบจำนวนมากแม้จะเขียนเนื้อหาได้ในระดับหนึ่ง แต่คะแนนกลับไม่ขยับขึ้นเนื่องจากข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์พื้นฐาน โดยเฉพาะใน Task 2 ที่ต้องเขียนบทความยาว การสอดคล้องของประธานกับกริยา ความสับสนของกาล และการใช้คำนำหน้านามผิด มักสะสมกันและกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้คะแนนลดลง

หน้านี้จะรวบรวมข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่ผู้สอบมักทำใน IELTS Writing พร้อมอธิบายวิธีใช้ที่ถูกต้องและวิธีแก้ไขด้วยตัวอย่างประโยค การจับหลักพื้นฐานให้แน่นจะช่วยป้องกันการถูกหักคะแนนด้านไวยากรณ์ และทำให้เข้าใกล้บันด์สกอร์ที่สูงขึ้นได้

02

การสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา (Subject-Verb Agreement)

หนึ่งในข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยที่สุดใน IELTS Writing คือความไม่สอดคล้องระหว่างจำนวนของประธานกับกริยา ในภาษาอังกฤษ รูปกริยาจะเปลี่ยนไปตามว่าประธานเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ หากละเลยกฎนี้จะถูกหักคะแนนทันที

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ People likes to travel abroad.
  • ❌ The number of students are increasing every year.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ People like to travel abroad.
  • ✅ The number of students is increasing every year.

ประเด็นสำคัญ

  • คำนึงถึงเอกพจน์・พหูพจน์ He runs fast.(เอกพจน์) They run fast.(พหูพจน์)
  • ความแตกต่างระหว่าง the number of กับ a number of The number of students is increasing.(ประธานคือ “จำนวน” = เอกพจน์) A number of students are studying abroad.(ประธานคือ “นักเรียน” = พหูพจน์)
  • ระวังคำนามรวม The team is winning the game.(เมื่อมองทีมทั้งหมดเป็นหน่วยเดียว → เอกพจน์) The team are arguing among themselves.(เมื่อเน้นสมาชิกแต่ละคน → พหูพจน์)

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • ก่อนสร้างประโยคในการเขียน ให้ตัดสินใจให้ชัดเจนว่าจะใช้ประธานแบบเอกพจน์หรือพหูพจน์
  • แม้ “กรณีประธานยาวขึ้น” ก็ต้องให้จำนวนของกริยาสอดคล้องกับคำนามหลัก (core noun) ของประธาน

เพียงจับหลักพื้นฐานนี้ให้แน่น ความถูกต้องของบทความโดยรวมจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และการประเมิน Grammatical Accuracy จะมั่นคงขึ้น

03

การใช้คำนำหน้านามผิด (Articles: a, an, the)

คำนำหน้านามในภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในจุดที่ยุ่งยากที่สุดสำหรับผู้สอบ IELTS โดยเฉพาะหากภาษาแม่ไม่มีแนวคิดเรื่องคำนำหน้านาม จะยิ่งผิดพลาดได้ง่ายและถูกหักคะแนนบ่อย

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ The pollution is big problem.
  • ❌ She wants to be an teacher.
  • ❌ I visited a Philippines last year.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ Pollution is a big problem.
  • ✅ She wants to be a teacher.
  • ✅ I visited the Philippines last year.

ประเด็นสำคัญ

  • a / an ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ a car, a student, an apple หากออกเสียงขึ้นต้นด้วยสระ → an apple, an hour
  • the ใช้เมื่อชี้เฉพาะ “สิ่งที่เจาะจง” the sun, the government, the internet ใช้กับคำนามที่กล่าวถึงไปแล้วในประโยค หรือสิ่งที่ทุกคนรู้ว่าเป็นสิ่งเดียว
  • กรณีที่ใช้แบบไม่มีคำนำหน้านาม คำนามนับไม่ได้:Pollution is a serious issue.(❌ไม่ใช่ The pollution) คำนามเฉพาะ:I live in Cebu.(❌ไม่ใช่ the Cebu) คำนามทั่วไปพหูพจน์:Cars are expensive.

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • เมื่อตรวจทานประโยคที่เขียน ให้คำนึงถึงและตรวจสอบว่า “คำนำหน้านามจำเป็นจริงหรือไม่” “ควรใช้ the เพื่อชี้เฉพาะหรือไม่”
  • สร้างนิสัยไม่ใส่ a ให้กับคำนามนับไม่ได้ (information, advice, pollution เป็นต้น)

ข้อผิดพลาดเรื่องคำนำหน้านามเป็นสิ่งที่สังเกตเห็นได้ง่ายมาก และมักทำให้กรรมการผู้ตรวจมองว่า “พื้นฐานไวยากรณ์ยังไม่เพียงพอ” หากเรียนรู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงจุดที่ถูกหักคะแนนได้อย่างง่ายดาย

04

ความสับสนของกาล (Tense Consistency)

ใน IELTS Writing การใช้กาลให้ถูกต้องตามสถานการณ์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากเขียนเหตุการณ์ในอดีตด้วยรูปปัจจุบัน หรือแสดงเรื่องอนาคตด้วยรูปอดีต กรรมการผู้ตรวจจะมองว่า “ตรรกะไม่ชัดเจน” “เข้าใจไวยากรณ์พื้นฐานไม่เพียงพอ” ซึ่งนำไปสู่การลดคะแนน

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ In the past, people use bicycles more often.
  • ❌ Nowadays, students studied English in many countries.
  • ❌ If this trend continues, people live healthier lives.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ In the past, people used bicycles more often.
  • ✅ Nowadays, students study English in many countries.
  • ✅ If this trend continues, people will live healthier lives.

ประเด็นสำคัญ

  • เรื่องในอดีตใช้รูปอดีต In 1990, the population increased rapidly.
  • นิสัยหรือข้อเท็จจริงปัจจุบันใช้รูปปัจจุบัน Nowadays, many people use smartphones daily.
  • การคาดการณ์อนาคตใช้ will / be going to In the future, more people will work remotely.
  • ความต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบันใช้รูปปัจจุบันสมบูรณ์ (have + p.p.) The number of users has increased over the last decade.
  • ระวังกาลในประโยค if If I have time, I will study more.(รูปแบบอนาคตที่ถูกต้อง) ❌ If I will have time, I study more.(ผิด)

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • เมื่อเขียนเรียงความ ต้องคำนึงเสมอว่า “ประโยคนี้แสดงถึงอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต”
  • โดยเฉพาะในการบรรยายกราฟของ Task 1 (Academic) ให้ยึดหลักการสลับ “ข้อมูลในอดีต → รูปอดีต” “ข้อมูลคาดการณ์ → รูปอนาคต” อย่างเคร่งครัด

ข้อผิดพลาดเรื่องกาลจะถูกกรรมการผู้ตรวจสังเกตเห็นได้ทันที และทำให้ความน่าเชื่อถือของบทความโดยรวมลดลง การรักษาความสอดคล้อง (consistency) คือกุญแจสำคัญในการเพิ่มคะแนนไวยากรณ์

05

ข้อผิดพลาดเรื่องเอกพจน์・พหูพจน์ (Plural Forms)

ในภาษาอังกฤษ การแยกแยะ รูปเอกพจน์และพหูพจน์ ของคำนามเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างเคร่งครัด ใน IELTS Writing แม้แต่ข้อผิดพลาดพื้นฐานเรื่องรูปพหูพจน์ก็จะถูกหักคะแนนโดยไม่ปราณี จึงต้องระมัดระวัง

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ Many student attend the lecture.
  • ❌ There are several problem in the city.
  • ❌ People has different opinion about this issue.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ Many students attend the lecture.
  • ✅ There are several problems in the city.
  • ✅ People have different opinions about this issue.

ประเด็นสำคัญ

  • คำนามนับได้ต้องทำเป็นรูปพหูพจน์ one problem → two problems a student → many students
  • คำนามนับไม่ได้ไม่ต้องเติมรูปพหูพจน์ ❌ informations, advices, knowledges ✅ information, advice, knowledge
  • ระวังรูปพหูพจน์ที่ไม่ปกติ child → children man → men / woman → women tooth → teeth
  • การจัดการคำนามรวม people ถือเป็นพหูพจน์อยู่แล้ว → ❌ peoples(※ใช้ peoples ได้เฉพาะกรณี “ชนชาติ” เท่านั้น) data ในทางรูปแบบเป็นพหูพจน์ แต่ในบทความเชิงวิชาการก็ใช้เป็นเอกพจน์ได้เช่นกัน (The data is reliable.)

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • สร้างนิสัยตรวจสอบความสอดคล้องระหว่าง คำนาม + จำนวน หลังจากเขียนเสร็จ
  • โดยเฉพาะเมื่อมีตัวบ่งชี้ปริมาณ เช่น many, several, a few ปรากฏขึ้น ให้ตรวจสอบว่าคำนามอยู่ในรูปพหูพจน์แล้วหรือยัง

ข้อผิดพลาดเรื่องเอกพจน์・พหูพจน์แม้จะดูเหมือนเป็นความผิดพลาดเล็กน้อย แต่เป็นองค์ประกอบทั่วไปที่ทำให้ถูกตั้งคำถามเรื่องความถูกต้องทางไวยากรณ์ เพียงแค่ตระหนักรู้และป้องกัน ก็จะช่วยเพิ่มคะแนนได้

06

การใช้คำบุพบทผิด (Prepositions)

คำบุพบทเป็นองค์ประกอบที่ผู้สอบใน IELTS Writing มักผิดพลาดบ่อยครั้ง คำบุพบทมีหลายคำที่ความหมายคล้ายกัน หากใช้โดยแปลตรงตัวจากภาษาแม่ ก็มีแนวโน้มที่จะใช้ผิด จึงต้องระมัดระวัง

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ She is married with a doctor.
  • ❌ We discussed about the problem.
  • ❌ He is good in playing basketball.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ She is married to a doctor.
  • ✅ We discussed the problem.
  • ✅ He is good at playing basketball.

ประเด็นสำคัญ

  • จดจำคอลโลเคชัน interested in, depend on, responsible for การจำคอลโลเคชันที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่มักออกใน IELTS จะมีประสิทธิภาพ
  • ไม่ใช้คำบุพบทที่ไม่จำเป็น ❌ discuss about → ✅ discuss ❌ mention about → ✅ mention
  • ระวังความสับสนระหว่าง in / at / on in the morning, at night, on Monday at school, in the classroom
  • การผสมคำคุณศัพท์กับคำบุพบท famous for, similar to, afraid of, capable of

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • การใช้คอลโลเคชันที่คุ้นเคยในงานเขียน จะช่วยลดข้อผิดพลาดเรื่องคำบุพบทได้
  • หากไม่มั่นใจ การเลือกใช้ “สำนวนที่เรียบง่ายและมั่นใจได้” จะปลอดภัยกว่า

การใช้คำบุพบทผิดอาจดูเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจะเป็น ปัจจัยที่ทำให้การประเมิน Grammatical Accuracy ลดลงอย่างมาก

07

การใช้คำเชื่อมผิด (Linking Words)

ใน IELTS Writing การใช้คำเชื่อมอย่างถูกต้องเพื่อเชื่อมโยงตรรกะเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม การใช้คำเชื่อมผิด และ ความไม่สอดคล้องของความสัมพันธ์เชิงเหตุผล เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ซึ่งทำให้กระแสของบทความดูไม่เป็นธรรมชาติ

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ He studied hard, because he failed the exam.
  • ❌ I like reading books, but also watching movies.
  • ❌ Although it was raining, but we went outside.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ He studied hard because he had failed the exam.
  • ✅ I like reading books and also watching movies.
  • ✅ Although it was raining, we went outside.

ประเด็นสำคัญ

  • เลือกใช้โดยเข้าใจความหมายของคำเชื่อม because, since → สาเหตุ・เหตุผล therefore, thus → ผลลัพธ์ although, even though → ขัดแย้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ซ้ำซ้อน ❌ Although ~ but → ✅ Although ~ ❌ Because ~ so → ✅ Because ~
  • แยกแยะคำเชื่อมประสานกับคำเชื่อมนำอนุประโยค คำเชื่อมประสาน (and, but, or, so) → เชื่อมประโยคกับประโยคในระดับเดียวกัน คำเชื่อมนำอนุประโยค (because, although, if, while) → เชื่อมในรูปแบบที่ขึ้นกับประโยคหลัก

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • ไม่จำเป็นต้องฝืนใช้คำเชื่อมที่ยาก การใช้ได้อย่างถูกต้องและเรียบง่ายจะนำไปสู่การประเมินที่ดี
  • เมื่อตรวจทานหลังเขียนเสร็จ ให้ตรวจสอบว่า “คำเชื่อมซ้ำซ้อนหรือไม่” “ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลแสดงออกได้ถูกต้องหรือไม่”

การใช้คำเชื่อมผิดแม้ความคิดจะดี แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกตัดสินว่า “ไม่ชัดเจนเชิงตรรกะ” การตระหนักถึงวิธีเชื่อมโยงที่เป็นธรรมชาติและถูกต้องคือกุญแจสำคัญในการเพิ่มบันด์สกอร์

08

ประโยคที่ยาวเกินไป (Run-on Sentences)

ใน IELTS Writing มักพบกรณีที่การเชื่อมประโยคมากเกินไปโดยไม่แบ่งวรรค ทำให้ถูกมองว่า “อ่านยาก” “ผิดหลักไวยากรณ์” สิ่งนี้เรียกว่า รันออนเซนเทนซ์ (run-on sentence)

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ Many people go to cities they want better jobs they want better lives.
  • ❌ Technology is developing fast it changes the way we live and it makes life easier.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ Many people go to cities because they want better jobs and better lives.
  • ✅ Technology is developing fast. It changes the way we live, and it makes life easier.

ประเด็นสำคัญ

  • 1 ประโยคมี 1 ความคิด ไม่ยัดเยียดเนื้อหามากเกินไปในประโยคยาว
  • ใช้คำเชื่อมและเครื่องหมายวรรคตอนอย่างถูกต้อง ใช้ because, so, and, while, although เพื่อแบ่งวรรคอย่างเป็นเหตุเป็นผล
  • กล้าที่จะแบ่งด้วยจุด ในภาษาอังกฤษ การเขียนประโยคสั้นและชัดเจนหลายประโยคมักได้รับการประเมินที่ดีกว่า
  • ระวังเป็นพิเศษใน Task 2 ยิ่งต้องการสื่อความคิดที่ซับซ้อน ก็ยิ่งมีแนวโน้มเป็น run-on sentence

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • หลังเขียนเสร็จ ให้ตรวจสอบว่า “ประโยคยาวเกินไปหรือไม่” และแบ่งประโยคหากมีความคิดตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไปรวมกัน
  • แม้จะมุ่งเป้าที่บันด์ 7 ขึ้นไป การให้ความสำคัญกับ “ประโยคที่ซับซ้อนแต่ถูกต้อง” ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ว่า “ประโยคยาว = การประเมินสูง”

การแบ่งวรรคประโยคอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เรียงความมีความชัดเจนและอ่านง่าย และสร้างความประทับใจที่ดีต่อกรรมการผู้ตรวจ

09

ตำแหน่งของคำขยาย (Misplaced Modifiers)

สิ่งที่บางครั้งพบใน IELTS Writing คือความผิดพลาดที่ตำแหน่งของคำขยายเลื่อนไป ทำให้ความหมายเปลี่ยนแปลง หากคำขยายไม่ถูกจัดวางอย่างถูกต้อง จะทำให้บทความดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ He almost wrote 100 essays last month.→ “เขาเกือบจะเขียนแล้ว (สุดท้ายก็ไม่ได้เขียน) เมื่อเดือนที่แล้ว”
  • ❌ Students who study English quickly improve.→ “นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษพัฒนาอย่างรวดเร็ว (ความหมายกำกวม)”

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ He wrote almost 100 essays last month.→ “เขาเขียนเรียงความเกือบ 100 เรื่องเมื่อเดือนที่แล้ว”
  • ✅ Students who study English improve quickly.→ “นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษพัฒนาอย่างรวดเร็ว”

ประเด็นสำคัญ

  • ระวังตำแหน่งของคำวิเศษณ์ only, almost, just, even ความหมายจะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่วาง ตัวอย่าง:Only she passed the exam.(มีเพียงเธอที่สอบผ่าน)    She only passed the exam.(เธอเพียงแค่สอบผ่านเท่านั้น)
  • หลีกเลี่ยงความกำกวมของอนุประโยคขยายความ The man who was driving the car that crashed was injured.→ เนื่องจากยากที่จะเข้าใจว่าขยายส่วนใด หากจำเป็นควรแยกประโยค
  • วางคำขยายที่ยาวไว้ใกล้กับส่วนที่ขยายให้มากที่สุด ผิด:She served sandwiches to the children on paper plates. ถูก:She served sandwiches on paper plates to the children.

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • อ่านทบทวนประโยคที่เขียนแล้วตรวจสอบว่า “คำขยายกำลังอธิบายคำใด”
  • ประโยคที่สามารถตีความได้ 2 แบบมีแนวโน้มถูกหักคะแนน จึงควรมีความตระหนักที่จะขจัดความกำกวม

หากวางตำแหน่งของคำขยายผิด อาจมีความเสี่ยงที่เนื้อหาเองจะถูกเข้าใจผิด การแสดงออกที่ชัดเจนและไม่คลุมเครือเป็นเงื่อนไขจำเป็นของเรียงความที่ได้คะแนนสูง

10

ข้อผิดพลาดของประโยคเงื่อนไข (Conditionals)

ใน IELTS Writing มีหลายกรณีที่ต้องใช้ ประโยคเงื่อนไข (if-clauses) เพื่อกล่าวถึงสาเหตุหรือผลลัพธ์ อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดของกาลในอนุประโยค if และการใช้ will ผิด เป็นข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้สอบมักพบ

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ If I will have time, I study more.
  • ❌ If people would recycle more, the environment improves.
  • ❌ If he studied harder, he will pass the exam.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ If I have time, I will study more.(อนาคตที่เป็นไปได้จริง → รูปอนาคตใช้เฉพาะในประโยคหลัก)
  • ✅ If people recycled more, the environment would improve.(สมมติที่ไม่เป็นจริง → รูปอดีต+would)
  • ✅ If he had studied harder, he would have passed the exam.(สมมติที่ขัดกับความจริงในอดีต → past perfect+would have)

ประเด็นสำคัญ

  • เงื่อนไขศูนย์ (ข้อเท็จจริงสากล) If you heat water to 100°C, it boils.
  • เงื่อนไขที่หนึ่ง (อนาคตที่เป็นไปได้จริง) If it rains tomorrow, we will stay at home.
  • เงื่อนไขที่สอง (สมมติที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน・อนาคต) If I were rich, I would travel the world.
  • เงื่อนไขที่สาม (สมมติที่ขัดกับความจริงในอดีต) If she had studied, she would have passed the test.

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • ประโยคเงื่อนไขมักออกบ่อยใน Task 2 (หัวข้อสิ่งแวดล้อม การศึกษา เทคโนโลยี เป็นต้น)
  • โดยพื้นฐานแล้วไม่ใช้ will ในอนุประโยค if (ยกเว้นกรณีเน้นย้ำ)
  • หลังเขียนเสร็จ ให้จัดระเบียบและตรวจสอบว่า “สมมตินี้เป็นไปได้จริงหรือไม่เป็นจริง หรือเป็นเรื่องในอดีต”

หากสามารถใช้ประโยคเงื่อนไขได้อย่างถูกต้อง จะสามารถแสดงออกอย่างเป็นเหตุเป็นผลและขั้นสูงได้ ซึ่งจะเป็นอาวุธสำคัญในการมุ่งสู่บันด์ 7 ขึ้นไป

11

การใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด (Punctuation)

ใน IELTS Writing ข้อผิดพลาดของเครื่องหมายวรรคตอนอาจดูเป็นความผิดพลาดเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจะทำให้โครงสร้างประโยคไม่ชัดเจน และขัดขวางความเข้าใจของกรรมการผู้ตรวจ โดยเฉพาะการใช้จุลภาค (comma) ผิด และความไม่สอดคล้องของโครงสร้างขนาน จะเป็นเป้าหมายของการหักคะแนน

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ❌ Governments should invest in education, health care, and provide jobs.
  • ❌ The chart shows the trend of population growth, it is increasing rapidly.
  • ❌ Some people think technology is beneficial others believe it is harmful.

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว

  • ✅ Governments should invest in education, health care, and job creation.(รวมโครงสร้างขนานให้เป็นแบบเดียวกัน)
  • ✅ The chart shows the trend of population growth. It is increasing rapidly.(แบ่งด้วยจุด)
  • ✅ Some people think technology is beneficial, while others believe it is harmful.(เพิ่มคำเชื่อม)

ประเด็นสำคัญ

  • หลีกเลี่ยงคอมมาสไปลซ์ (comma splice) ❌ It was raining, we stayed home. ✅ It was raining, so we stayed home. / It was raining. We stayed home.
  • รวมโครงสร้างขนานให้เป็นแบบเดียวกัน ตัวอย่าง:improving healthcare, providing education, and creating jobs หากรูปแบบไม่สม่ำเสมอ จะถูกมองว่าเป็นข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์
  • ใช้คำเชื่อมให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะฝืนเชื่อมด้วยจุลภาค ให้ใช้ and, but, while, because อย่างถูกต้อง
  • ระวังเป็นพิเศษในการอธิบายตัวเลขของ Task 1 ผิด:The number increased from 20,000, to 40,000, in 2010. ถูก:The number increased from 20,000 to 40,000 in 2010.(ตัดจุลภาคที่ไม่จำเป็นออก)

เคล็ดลับการเตรียมสอบ IELTS

  • ไม่เชื่อมประโยคมากเกินไป การแบ่งด้วยจุดอย่างเรียบง่ายจะปลอดภัยกว่า
  • เมื่อเขียนโครงสร้างขนาน ให้จัดรูปแบบคำ เช่น คำกริยาหรือคำนาม ให้สม่ำเสมอกัน
  • หลังเขียนเสร็จ ให้ตรวจสอบว่า “ใส่จุลภาคมากเกินไปหรือไม่” “ประโยคเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่”

การใช้เครื่องหมายวรรคตอนอย่างถูกต้องจะทำให้บทความสื่อสารได้อย่างชัดเจนและเป็นเหตุเป็นผลง่ายขึ้น และคะแนน Grammatical Accuracy ก็จะมั่นคงขึ้นด้วย

12

สรุป

ใน IELTS Writing ไม่ใช่แค่เนื้อหาและคำศัพท์เท่านั้น ความถูกต้องทางไวยากรณ์ (Grammatical Accuracy) ก็ส่งผลโดยตรงต่อคะแนนด้วย โดยเฉพาะข้อผิดพลาดต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ผู้สอบจำนวนมากมักทำซ้ำ

  • การสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา
  • การใช้คำนำหน้านามผิด
  • ความสับสนของกาล
  • ข้อผิดพลาดเรื่องเอกพจน์・พหูพจน์
  • การใช้คำบุพบทผิด
  • การใช้คำเชื่อมผิด
  • ประโยคที่ยาวเกินไป (Run-on sentences)
  • ข้อผิดพลาดของตำแหน่งคำขยาย
  • ข้อผิดพลาดของประโยคเงื่อนไข
  • การใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด

แม้จะเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยเมื่อมองแบบผิวเผิน แต่เมื่อสะสมกันก็จะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ถูกหักคะแนนอย่างมาก กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เพียงแค่ยึดกฎไวยากรณ์พื้นฐาน ก็สามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างแน่นอน

วิธีเรียนเพื่อลดข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

  • รวบรวมข้อผิดพลาดของตนเองเป็นรายการ และฝึกฝนแก้ไขซ้ำ ๆ
  • วิเคราะห์คำตอบตัวอย่าง เพื่อดูดซับรูปแบบไวยากรณ์ที่ถูกต้อง
  • เมื่อตรวจทานหลังเขียนเสร็จ ให้เน้นตรวจสอบ “ประธานกับกริยา” “กาล” “คำนำหน้านาม” “รูปพหูพจน์” เป็นพิเศษ
  • ใช้เครื่องมือตรวจไวยากรณ์หรือบริการตรวจแก้ไข เพื่อจับข้อผิดพลาดที่ตนเองไม่ทันสังเกตได้อย่างเป็นภาววิสัย

ไม่จำเป็นต้องทำไวยากรณ์ให้สมบูรณ์แบบ แต่การลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุดคือเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเพิ่มบันด์สกอร์ การยึดพื้นฐานอย่างเคร่งครัดจะทำให้สามารถเขียนเรียงความที่มีเหตุผลและอ่านง่ายขึ้น และนำไปสู่คะแนนสูงใน IELTS Writing

13

ไวยากรณ์ใน IELTS Writing ส่งผลต่อคะแนนมากแค่ไหน?

ได้รับการประเมินในฐานะส่วนหนึ่งของเกณฑ์ “Grammatical Range and Accuracy” ความถี่ ความรุนแรง และประเภทของข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ส่งผลโดยตรงต่อคะแนน หากมีเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นครั้งคราว ก็ยังมีโอกาสได้บันด์สูง แต่หากมีข้อผิดพลาดเชิงระบบ (คำนำหน้านาม กาล การสอดคล้อง เป็นต้น) เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จะถูกหักคะแนนอย่างมาก

14

ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร?

ได้แก่ การสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา คำนำหน้านาม ความไม่สอดคล้องของกาล การสับสนเอกพจน์・พหูพจน์ คำบุพบท การใช้คำเชื่อมผิด รันออน ตำแหน่งคำขยาย ประโยคเงื่อนไข และเครื่องหมายวรรคตอน ควรเริ่มจากการเน้นแก้ไข 10 หัวข้อนี้ก่อน

15

ไม่ถนัดคำนำหน้านาม (a / an / the) ขั้นตอนแก้ไขที่เร็วที่สุดคืออะไร?

  • แยกคำนามเป็น “นับได้・นับไม่ได้” (advice, information เป็นคำนามนับไม่ได้)
  • เอกพจน์นับได้=ต้องใส่ a/an เสมอ
  • สิ่งที่กล่าวถึงแล้ว・สิ่งที่เจาะจง=ใช้ the
  • หากไม่แน่ใจ ให้พิจารณาแบบไม่มีคำนำหน้านาม (พหูพจน์・ความคิดเห็นทั่วไปแบบนับไม่ได้)
16

เคล็ดลับรักษาความสอดคล้องของกาลคืออะไร?

ให้ระบุ “ปัจจุบัน・อดีต・อนาคต” อย่างชัดเจนในแต่ละย่อหน้า และติด “ป้ายเวลา” ในใจให้กับแต่ละประโยคก่อนเขียน สำหรับ Task 1 ให้ยึดหลักการใช้ ข้อมูลในอดีต=รูปอดีต การคาดการณ์=รูปอนาคต แนวโน้มระยะยาว=รูปปัจจุบันสมบูรณ์ อย่างเคร่งครัด

17

หากลังเลเรื่องการสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาควรทำอย่างไร?

  • The number of A ถือเป็นเอกพจน์ (is) A number of A ถือเป็นพหูพจน์ (are)
  • แม้ประธานจะยาว ก็ให้สอดคล้องกับ “คำนามหลัก”
  • คำนามรวมให้ตัดสินเอกพจน์・พหูพจน์ตามความหมาย (ทั้งหมด=เอกพจน์ แต่ละคน=พหูพจน์)
18

วิธีลดการใช้คำบุพบทผิดคืออะไร?

จดจำเป็นหน่วยคอลโลเคชัน (interested in, responsible for, married to) ทำรายการคำบุพบทที่ไม่จำเป็น (เช่น discuss about) และหลีกเลี่ยงการใช้

19

การตรวจสอบเพื่อหลีกเลี่ยงรันออนเซนเทนซ์คืออะไร?

ยึดหลัก “1 ประโยค 1 ความคิด” หากมีอนุประโยคอิสระตั้งแต่ 2 ประโยคขึ้นไปเรียงกัน ให้แบ่งด้วยคำเชื่อม เซมิโคลอน หรือจุด หากลังเลให้แบ่งด้วยจุดอย่างปลอดภัย

20

จะทำให้ตำแหน่งคำขยาย (คำวิเศษณ์・อนุประโยคขยายความ) มั่นคงได้อย่างไร?

only, almost, even, just เป็นต้น ให้วางไว้ก่อนหน้า/หลังคำที่ต้องการขยายทันที อนุประโยคขยายความไม่ควรวางห่างจากคำที่ขยาย หากกำกวมให้แบ่งเป็นสองประโยคเพื่อความชัดเจน

21

กฎพื้นฐานของประโยคเงื่อนไข (ประโยค if) คืออะไร?

  • เงื่อนไขที่หนึ่ง:If + รูปปัจจุบัน, will + กริยา
  • เงื่อนไขที่สอง:If + รูปอดีต, would + กริยาช่องแรก
  • เงื่อนไขที่สาม:If + past perfect, would have + p.p.
  • โดยหลักการแล้วไม่วาง will ไว้ในอนุประโยค if
22

จะแก้ไขข้อผิดพลาดของเครื่องหมายวรรคตอนและโครงสร้างขนานได้อย่างไร?

ไม่เชื่อมอนุประโยคอิสระด้วยจุลภาค (หลีกเลี่ยงคอมมาสไปลซ์) องค์ประกอบขนานให้จัดคำและรูปแบบให้สอดคล้องกัน (ตัวอย่าง:improving…, providing…, creating…)

23

จะเสริมสร้างไวยากรณ์พร้อมกับแสดงความกว้างของคำศัพท์ได้อย่างไร?

เขียนโครงสร้างพื้นฐานให้ถูกต้องก่อน แล้วจึงใส่โครงสร้างระดับสูง (participle construction, relative pronoun, inversion เป็นต้น) อย่างจำกัด ให้ความสำคัญกับความถูกต้องเป็นอันดับแรก และหลีกเลี่ยงการทำให้ซับซ้อนเกินความจำเป็น

24

เช็คลิสต์การตรวจแก้ไขด้วยตนเองที่เร็วที่สุดคืออะไร?

  • การสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา (ระบุคำนามหลัก)
  • คำนำหน้านาม (a/an/the/ไม่มีคำนำหน้านาม)
  • กาล (ความสอดคล้องภายในย่อหน้า)
  • เอกพจน์・พหูพจน์・คำนามนับไม่ได้
  • คำบุพบท・คำเชื่อม (ความซ้ำซ้อน・การใช้ผิด)
  • เครื่องหมายวรรคตอน (คอมมาสไปลซ์)
25

ข้อควรระวังเมื่อตรวจไวยากรณ์ด้วย AI คืออะไร?

อย่าเชื่อคำแนะนำโดยไม่ไตร่ตรอง ให้จดบันทึกเหตุผลและรูปแบบไว้ แยกแยะระหว่างการเปลี่ยนสไตล์ (การพูดใหม่) กับการแก้ไขไวยากรณ์ และตรวจสอบกับต้นฉบับว่าความหมายไม่เปลี่ยนไป

26

เมนูฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแม่นยำในเวลาอันสั้นคืออะไร?

  • ตรวจสอบ “เฉพาะคำนำหน้านาม” เป็นเวลา 5 นาที
  • ตรวจสอบ “เฉพาะกาล” เป็นเวลา 5 นาที
  • ตรวจสอบ “เฉพาะการสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา” เป็นเวลา 5 นาที
  • สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวบรวมบันทึกข้อผิดพลาดตามหมวดหมู่เพื่อระบุจุดอ่อน
27

Task 1 และ Task 2 ควรปรับลำดับความสำคัญของไวยากรณ์ให้ต่างกันหรือไม่?

Task 1 ให้ความสำคัญกับความถูกต้องของตัวเลข กาล และคำบุพบท ส่วน Task 2 ให้ความสำคัญกับคำเชื่อม ประโยคเงื่อนไข และความชัดเจนของคำขยายที่สนับสนุนการพัฒนาตรรกะ ควรปรับน้ำหนักของหัวข้อตรวจสอบให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละ Task

28

ควรใช้เทมเพลตเพื่อลดข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือไม่?

มีประสิทธิภาพ แต่หากใช้เทมเพลตมากเกินไปจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ควรใช้เทมเพลตเฉพาะโครงสร้างของบทนำและบทสรุป ส่วนเนื้อหาให้เขียนขึ้นเองตามหัวข้อ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความถูกต้องและความหลากหลาย

29

ควรเริ่มท้าทาย “โครงสร้างที่ซับซ้อน” ตั้งแต่ระดับไหน?

เริ่มจากความถูกต้องของประโยคเดี่ยว → ประโยคผสมที่ใช้คำเชื่อมประสานและคำเชื่อมนำอนุประโยค → participle construction, relative pronoun, noun clause ตามลำดับขั้น หากอัตราข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้น ให้ลดระดับความยากลงหนึ่งขั้นเพื่อรักษาความแม่นยำ

เตรียมสอบ IELTS Writing: คู่มือรวม IELTS Writing ฉบับสมบูรณ์ [ฉบับปี 2026]คู่มือเตรียมสอบ IELTS ฉบับสมบูรณ์ – เทคนิคพิชิตข้อสอบและวิธีเรียน [ฉบับปี 2026]

ก้าวแรกของการเตรียมสอบ IELTS เริ่มต้นจากการเลือกสภาพแวดล้อมที่ใช่

เราสนับสนุนให้คุณบรรลุคะแนนเป้าหมายในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยคาบเรียนตัวต่อตัวและข้อสอบจำลองรูปแบบเดียวกับการสอบจริง