

-เหตุผลที่เลือกคอร์สออกกำลังกายคืออะไรคะ
เนื่องจากมีเวลาว่างมากเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สมัยเรียน จึงคิดว่าอยากได้อะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากภาษาอังกฤษด้วย และเนื่องจากเป็นพยาบาล จึงอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น เลยเลือกคอร์สออกกำลังกายค่ะ
อีกอย่างคือ ฉันกังวลว่าการเรียน 7 คาบต่อวันอาจจะหนักเกินไปสำหรับตัวเองที่ยังไม่คุ้นกับการคิดเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นการได้เรียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับการออกกำลังกายพอสมควรจึงเหมือนได้ประโยชน์สองต่อ นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกคอร์สนี้ค่ะ
-คุณอยากแบ่งเวลาสำหรับเรียนภาษาอังกฤษกับเวลาออกกำลังกายให้ชัดเจนใช่ไหมคะ
ใช่ค่ะ แต่ถึงอย่างนั้น ตอนออกกำลังกายเทรนเนอร์ก็ให้คำแนะนำเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัวค่ะ
-เกี่ยวกับคอร์สออกกำลังกายนี้ มีขั้นตอนการเรียนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างคะ
อันดับแรกจะวิ่งบนเครื่องที่เรียกว่าลู่วิ่ง (เทรดมิลล์) เป็นเวลา 20 นาที จากนั้นจะเข้าสู่เมนูเวทเทรนนิ่งทันที สำหรับเมนูเวทเทรนนิ่งนี้ ในวันแรกของการเรียนต่อต่างประเทศจะมีการถามว่า “ออกกำลังกายเพื่อจุดประสงค์อะไร” “มีส่วนของกล้ามเนื้อที่อยากเสริมสร้างเป็นพิเศษหรือไม่” แล้วจึงจัดเมนูให้เหมาะกับแต่ละบุคคลตามจุดประสงค์นั้น เช่น วันจันทร์เน้นกล้ามเนื้อขา วันอังคารเน้นกล้ามเนื้อแขน เป็นต้นค่ะ
แต่ละวันจะมีเมนูประมาณ 10-12 อย่าง เลยค่อนข้างหนักเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) แน่นอนว่ามีเวลาพักด้วย ไม่ได้หนักเกินไปจนทนไม่ไหว แต่ถ้าไม่มีความตั้งใจที่แน่วแน่ก็ค่อนข้างยากที่จะเล่นเวทต่อเนื่องทุกวันวันละชั่วโมงครึ่ง แต่พอทำได้ครบ 1 เดือนโดยไม่หยุดพักแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้ที่ทำสำเร็จทั้งหมดแล้วก็รู้สึกภูมิใจมากค่ะ
-หลังจากทำคอร์สออกกำลังกายครบ 1 เดือนแล้ว รู้สึกได้ถึงผลลัพธ์อะไรบ้างไหมคะ
รู้สึกถึงผลลัพธ์มากเลยค่ะ พอเล่นเวทเกือบทุกวันและระวังเรื่องการกินไม่ให้มากเกินไป น้ำหนักก็ลดลง หน้าท้องก็กระชับขึ้น พอใจมากค่ะ เพราะตั้งใจมาเกาะเซบูทั้งที ก็อยากไปเที่ยวชายหาดสวยๆ ด้วย เลยดีใจมากที่สามารถลดน้ำหนักได้จริงๆ ถ้าแค่ 1 เดือนยังรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้ ถ้าอยู่ถึง 3 เดือนคงเปลี่ยนรูปร่างได้แน่นอนเลยค่ะ
-ช่วงสุดสัปดาห์ได้ไปเที่ยวชายหาดหรือเกาะต่างๆ บ้างไหมคะ
ไปทุกสุดสัปดาห์เลยค่ะ ใช้เรื่องนี้เป็นแรงจูงใจในการตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษและออกกำลังกาย (หัวเราะ) ทริปของโรงเรียนที่เกาะกาวฮากันก็ดีมากเช่นกันค่ะ
ฉันไปเกาะบันตายันคนเดียวด้วยค่ะ พอเล่าให้ครูที่สอนแบบเรียนตัวต่อตัวฟังว่าจะไปคนเดียว ครูก็แปลกใจมากว่า “ทำไมถึงไปคนเดียวล่ะ!?” (หัวเราะ) แต่ถ้าไปกับเพื่อนคนญี่ปุ่นก็คงอดคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ เลยคิดว่าคงไม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษเท่าไหร่ เลยถามครูหลายเรื่องเพื่อให้สามารถไปที่ไกลๆ คนเดียวและกลับมาอย่างปลอดภัยได้ค่ะ
ครูสอนหลายเรื่องให้ ทั้งราคามาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์และควรใช้สำนวนแบบไหนในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งก็กลายเป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย และยังเป็นความทรงจำที่ดีอีกด้วยค่ะ
-เกาะกาวฮากันที่ไปกับทริปของโรงเรียนเป็นอย่างไรบ้างคะ
ดีใจมากจริงๆ ที่ได้ไปเกาะกาวฮากันค่ะ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะไปดีไหม เพราะคิดว่าถ้าไปกับทริปของโรงเรียนก็คงไปกับเพื่อนที่สนิทกัน เลยอาจจะอดพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้
แต่พอได้ยินว่ามีการเยี่ยมบ้าน (โฮมวิสิต) ซึ่งเป็นโปรแกรมต้นฉบับของ 3D ACADEMY ก็เลยตัดสินใจไป พอได้ไปจริงๆ ก็ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะที่แทบไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่ทะเลที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังได้มีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวเกาะ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากจริงๆ ค่ะ
เด็กๆ บนเกาะก็พูดภาษาอังกฤษได้ไม่มากนัก แต่ผู้คนบนเกาะใจดีและเปิดใจกว้างมาก ทำให้รู้สึกประทับใจว่าเราสามารถสื่อสารกันด้วยใจได้ ถึงแม้จะมาเรียนภาษาอังกฤษ แต่ก็ได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิคเท่านั้น เช่น ความอยากแบ่งปันความประทับใจกับใครสักคน หรือความอยากสื่อสารกันด้วยใจกับใครสักคนค่ะ
-ได้ไปโมอัลบัวลด้วยใช่ไหมคะ
ใช่ค่ะ ได้ไปไวท์บีชด้วย ที่นี่ก็ไปคนเดียวเหมือนกัน พอนั่งอยู่บนชายหาดคนเดียว ก็มีนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวท้องถิ่นมาทักทายและชวนไปที่กระท่อมของเขาด้วยค่ะ
ได้กินอาหารกลางวันแบบท้องถิ่นด้วยกันและร้องเพลงด้วยกันค่ะ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมฟิลิปปินส์เป็นภาษาอังกฤษ และในทางกลับกันก็ได้สอนวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษด้วย การได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเป็นภาษาอังกฤษแบบนี้ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ
-มีบทเรียนไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษไหมคะ
คุณครูทุกคนดีมากจริงๆ จนแทบทุกคนล้วนเป็นครูที่ประทับใจไปหมดเลยค่ะ ก่อนมาที่เกาะเซบู เคยได้ยินว่าอาจจะมีสำเนียงฟิลิปปินส์ปนอยู่ แต่จริงๆ แล้วไม่มีสำเนียงเลย ฟังง่ายมาก ถึงแม้บางครั้งฉันจะฟังไม่เข้าใจ ครูก็ช่วยเปลี่ยนวิธีพูดหรือพูดช้าลงให้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
นอกจากนี้ เนื่องจากฉันเป็นพยาบาล จึงสนใจระบบการแพทย์ของฟิลิปปินส์มากค่ะ เพราะฟิลิปปินส์จัดว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างยากจน แต่กลับมีลูกกันเยอะใช่ไหมคะ ถึงจะเป็นคำถามง่ายๆ แบบนี้ ครูก็ยังตอบให้อย่างตั้งใจ ดีใจมากค่ะ
-นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ก็ได้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ ด้วยใช่ไหมคะ
ใช่ค่ะ คุณครูตอบสนองความต้องการที่อยากรู้เรื่องวัฒนธรรมและระบบสังคมของฟิลิปปินส์นอกเหนือจากภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ 1 เดือนจะผ่านไปเร็วมาก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระค่ะ
และฉันคิดว่าคำศัพท์กับไวยากรณ์นั้นสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ แต่การออกเสียง การพูด และการฟัง มีขีดจำกัดถ้าเรียนรู้ด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว ดังนั้นถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 1 เดือน แต่การที่ได้พูดและฟังภาษาอังกฤษเยอะๆ พร้อมทั้งให้ครูช่วยแก้ประโยคให้ ทำให้รู้สึกได้ว่าทักษะการสนทนาและการออกเสียงพัฒนาขึ้นจริงๆ ค่ะ
ตอนอยู่ที่เกาะบันตายัน ขณะที่คุยเป็นภาษาอังกฤษกับคนอเมริกันและคนอิตาลี พวกเขาบอกว่า “การออกเสียงของคุณชัดเจนมาก ฟังง่ายจริงๆ” ทำให้ดีใจมาก และรู้สึกว่าผลลัพธ์จากการตั้งใจ 1 เดือนได้รับผลตอบแทน กลายเป็นความมั่นใจให้ตัวเองค่ะ
-ดูเหมือนว่าคุณตั้งใจเรียนอย่างเคร่งครัดมากเลยนะคะ
พยายามไม่พูดภาษาญี่ปุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ เรียนถึง 3 โมง แล้วออกกำลังกายต่ออีก 2 ชั่วโมง พอเสร็จก็เหนื่อยจนหมดแรงเลย (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็แค่อาบน้ำ กินข้าว แล้วนอน เพราะนอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม ตื่นมาก็ประมาณตี 4 ซึ่งช่วงเวลานั้นยังไม่มีใครตื่นเลย เลยสามารถตั้งใจเรียนในบรรยากาศที่มีสมาธิได้ ดังนั้นแคเฟทีเรียและห้องอ่านหนังสือที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงจึงเป็นประโยชน์มากจริงๆ ค่ะ
-อาหารที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้างคะ
ตอนแรกคิดว่าฟิลิปปินส์คงไม่ค่อยมีผัก แต่ปรากฏว่ามีผักในทุกมื้อ ทำให้รู้สึกดีใจมากค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นแบบบุฟเฟต์ จึงสามารถปรับสัดส่วนได้เอง เช่น เพิ่มเนื้อสัตว์และลดคาร์โบไฮเดรตลง ซึ่งก็ดีมากเช่นกันค่ะ
นอกจากนี้ เมนูพิเศษของคุณอุเอโนะก็ทำให้ดีใจมากเช่นกันค่ะ รู้สึกว่ามันเยี่ยมมากที่เรื่องอาหารการกินไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ
-คุณคิดว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่นี่ไปใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างไรบ้างคะ
ตอนนี้มีความสามารถทางภาษาอังกฤษที่พอจะเที่ยวคนเดียวได้อย่างสนุกสนานแล้ว จึงอยากตั้งใจเรียนรู้ด้วยตัวเองต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พูดได้เก่งขึ้นกว่านี้ และเนื่องจากฉันเป็นพยาบาล จึงอยากพัฒนาตัวเองให้สามารถตอบคำถามเชิงวิชาชีพจากชาวต่างชาติได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่บทสนทนาในชีวิตประจำวันเท่านั้นค่ะ
ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ