หน้าแรก > แกลเลอรี่ & บล็อก > เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ > พูดภาษาอังกฤษได้หลังเรียนต่อเกาะเซบู 1 เดือน|บันทึก “ประสบการณ์ต่างประเทศครั้งแรก” ของคุณ Ryuya
Student Voices

พูดภาษาอังกฤษได้หลังเรียนต่อเกาะเซบู 1 เดือน|บันทึก “ประสบการณ์ต่างประเทศครั้งแรก” ของคุณ Ryuya

4 ตุลาคม 2017 Namu

พูดภาษาอังกฤษได้หลังเรียนต่อเกาะเซบู 1 เดือน|บันทึก “ประสบการณ์ต่างประเทศครั้งแรก” ของคุณ Ryuya

นักศึกษาปี 2 กับการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก――1 เดือนที่ทำให้มี “ทักษะการพูด” ภาษาอังกฤษ

นักศึกษาเอกภาษาอังกฤษเลือก “สถานที่เรียนต่อเพื่อการพูด” ที่เกาะเซบู - 3D ACADEMY

หลายคนคงเคยคิดว่า “สักวันหนึ่งอยากลองไปต่างประเทศดูสักครั้ง” แต่การจะลงมือทำความคิดนั้นให้เป็นจริงกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ครั้งนี้เราขอนำเสนอบันทึกการเดินทาง 1 เดือนของคุณ Ryuya นักศึกษาปี 2 ที่ท้าทายตัวเองด้วยการไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาเรียนเอกวรรณคดีอังกฤษ-อเมริกัน แม้จะฝึกฝนทักษะการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยมาโดยตลอด แต่ก็ยังมีโจทย์ที่ว่า “ไม่มั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษ” และเพื่อแก้ปัญหานี้ เขาจึงเลือกโรงเรียนสอนภาษา 3D ACADEMY ที่เกาะเซบู

ชีวิตต่างประเทศครั้งแรก คลาสเรียนทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ และใช้ชีวิตพูดภาษาอังกฤษทุกวัน จะสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ในระยะเวลาสั้น ๆ หรือไม่? แม้เป็นการเรียนต่อต่างประเทศครั้งแรกก็จะสนุกได้หรือเปล่า? เราจะนำเสียงจริงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างแดน การเรียน การพบเพื่อนใหม่ และตัวตนที่เปลี่ยนไปหลังการเรียนต่อมาฝากกัน

สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจเรื่องการเรียนต่อ หรือกังวลว่าการเรียนระยะสั้นจะได้ผลจริงหรือไม่ บันทึกการเดินทางนี้น่าจะช่วยผลักดันให้กล้าก้าวออกไปได้อย่างแน่นอน

ทำให้ความฝัน “สักวันหนึ่งอยากไปต่างประเทศ” เป็นจริงตอนเรียนปี 2

“อยากพูดภาษาอังกฤษได้” “อยากสัมผัสวัฒนธรรมต่างชาติด้วยตัวเอง”―― แม้จะมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในใจ แต่คุณ Ryuya ก็ยังไม่กล้าก้าวออกไปสักที ที่มหาวิทยาลัย เขาสังกัดภาควิชาวรรณคดีอังกฤษ-อเมริกัน และใช้ชีวิตแต่ละวันไปกับการเรียนพื้นฐานภาษาอังกฤษและวรรณคดีของอเมริกาและอังกฤษ นอกจากนี้ ในสัมมนายังได้ศึกษาสาขาภาษาศาสตร์เชิงตรรกะ ทำให้มีโอกาสได้สัมผัสความน่าสนใจเชิงโครงสร้างของภาษา เช่น น้ำเสียงในประโยคภาษาอังกฤษและความหมายของลำดับคำอยู่บ่อยครั้ง

แต่ไม่ว่าจะเรียนรู้ในห้องเรียนมากแค่ไหน คุณ Ryuya ก็ยังรู้สึกถึงกำแพงที่ว่า “ตัวเองยังไม่มีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษจริง ๆ” เขาเล่าว่า “การอ่านและการเขียนสามารถเรียนรู้ได้ที่มหาวิทยาลัย แต่ทักษะการพูดนั้น ผมคิดว่าถ้าไม่เปลี่ยนสภาพแวดล้อมก็คงไม่มีทางได้มา”

ท่ามกลางความคิดเช่นนั้น ตัวเลือกที่ผุดขึ้นมาก็คือการเรียนต่อต่างประเทศ แม้จะมีประเทศต้นตำรับอย่างอเมริกาหรืออังกฤษอยู่ในตัวเลือกด้วย แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้เป็นอุปสรรคสำหรับการไปต่างประเทศครั้งแรก เมื่อค้นหาข้อมูลต่อไปเรื่อย ๆ เขาก็ได้พบกับการเรียนภาษาที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์

“มีคลาสเรียนตัวต่อตัวเยอะ แถมค่าใช้จ่ายก็ประหยัดกว่า ที่สำคัญคือรู้สึกว่า ‘แม้เป็นต่างประเทศครั้งแรกก็ยังท้าทายได้ง่าย’” ปัจจัยตัดสินใจสุดท้ายคือคำแนะนำจากรุ่นพี่ของเพื่อน รุ่นพี่คนนั้นเคยไปเรียนที่นั่นจริง ๆ และแนะนำว่า “3D ACADEMY เป็นโรงเรียนที่เรียนแล้วอุ่นใจได้” จึงเป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจไปเรียนต่อ ด้วยเหตุนี้ การเรียนต่อระยะสั้น 1 เดือนโดยใช้ช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิของนักศึกษาปี 2 จึงได้เริ่มต้นขึ้น

ชีวิตการเรียนต่อต่างประเทศที่ 3D ACADEMY

เหตุผลที่คุณ Ryuya ตัดสินใจเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ก็คือค่าใช้จ่ายที่ประหยัดและความคุ้มค่าที่ดีนั่นเอง! เมื่อเทียบกับการเรียนต่อที่อเมริกาหรืออังกฤษ ค่าที่พักถูกกว่ามาก อีกทั้งคลาสเรียนตัวต่อตัวยังทำให้มีโอกาสพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น จึงเป็นปัจจัยตัดสินใจสำคัญ และเขายังได้รู้จัก 3D ACADEMY ผ่านรุ่นพี่ของเพื่อน จึงตัดสินใจเรียนต่อที่โรงเรียนนี้

คอร์สเรียนต่อของคุณ Ryuya คือคอร์ส ESL ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ของคุณ Ryuya!

― ครั้งนี้เป็นการเรียนต่อระยะสั้น 1 เดือน เป็นอย่างไรบ้างคะ?

พอเรียนจบแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากครับ ตัวผมเองก็เป็นการไปต่างประเทศครั้งแรก เลยคิดว่าเป็นระยะเวลาที่พอดีเลย เพราะถ้าเรียนนานเกินไป อาจจะเริ่มเหนื่อยล้าไปเสียก่อนก็ได้

ชีวิตต่างประเทศครั้งแรก ความจริงของ 1 เดือน|ความกังวลเรื่องภาษาอังกฤษ ความปลอดภัย และอาหารเป็นอย่างไรบ้าง?

สำหรับคุณ Ryuya การเรียนต่อที่เกาะเซบูครั้งนี้คือประสบการณ์ต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ก่อนออกเดินทาง นอกจากความตื่นเต้นแล้วก็ยังมีความกังวลอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและอาหาร

“ผมกังวลว่าคงจะอันตรายถ้าใช้สมาร์ตโฟนข้างนอกเหมือนที่ทำในญี่ปุ่น ช่วงแรก ๆ ผมจึงพยายามไม่หยิบสมาร์ตโฟนออกมาข้างนอกเท่าที่จะทำได้”

แต่เมื่อไปถึงที่นั่นจริง ๆ เขาบอกว่ามันแตกต่างจากที่จินตนาการไว้เล็กน้อย แน่นอนว่ายังต้องระมัดระวังในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้รู้สึกกังวลถึงขั้นต้องระแวดระวังมากเกินไป “แถวโรงเรียนมีคนฟิลิปปินส์ที่เป็นมิตรเยอะมาก พอรู้ตัวอีกทีก็เริ่มพูดคุยกันไปเองแล้ว สุดท้ายบางคนก็ปฏิบัติกับผมเหมือน ‘เพื่อน’ เลย รู้สึกอบอุ่นเสียมากกว่า”

อีกเรื่องที่กังวลก็คืออาหาร ก่อนไปเรียนต่อ คุณ Ryuya เคยเห็นรีวิวว่า “อาหารของโรงเรียนสอนภาษาที่ฟิลิปปินส์ไม่อร่อย” จึงเผื่อใจพกฟุริคาเกะขนาดใหญ่สำหรับใช้งานติดตัวไปจากญี่ปุ่นด้วย แต่ปรากฏว่า――

“อาหารของ 3D ACADEMY อร่อยตามปกติเลยครับ (หัวเราะ) สุดท้ายไม่ได้ใช้ฟุริคาเกะที่เอามาแม้แต่ครั้งเดียว” สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือคำพูดของเพื่อนที่มาเรียนต่อฟิลิปปินส์เป็นครั้งที่ 3 “อาหารของโรงเรียนนี้อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา” คำพูดนั้นทำให้เขารู้สึกได้ถึงความใส่ใจเรื่อง “อาหาร” ของ 3D

แต่ก็มีคำแนะนำหนึ่งข้อที่เขาให้ไว้

“น้ำสลัดแบบญี่ปุ่นที่ใช้ราดสลัด ถ้ามีติดตัวไปด้วยก็คงจะดี เพราะที่นั่นก็มีขายเหมือนกัน แต่ราคาค่อนข้างแพง”

แม้ในช่วงเริ่มต้นการเรียนต่อจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตจริง ๆ คุณ Ryuya ก็รู้สึกว่าแม้เป็นต่างประเทศครั้งแรก ก็ “สบายเกินกว่าที่คิดไว้มาก” บางทีสิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกอุ่นใจ จนทำให้เขาสามารถมุ่งความสนใจไปที่การเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างเต็มที่

เรียนตัวต่อตัวเป็นหลักจนได้ “ทักษะการพูด” เนื้อหาคอร์ส ESL เป็นอย่างไร?

คอร์สที่คุณ Ryuya เลือกคือคอร์ส ESL (ภาษาอังกฤษทั่วไป) ซึ่งเป็นคอร์สยอดนิยมประจำของ 3D ACADEMY เรียนวันละ 7 คาบ โดยเป็นคลาสเรียนตัวต่อตัว 4 คาบ และคลาสเรียนกลุ่ม 3 คาบ “สำหรับผมที่อยากฝึก ‘การพูด’ ภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ รูปแบบที่เน้นเรียนตัวต่อตัวแบบนี้ดีมากจริง ๆ ครับ”

เรียนกลุ่ม: เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น พร้อมเทคนิคให้สนุกไปกับการเรียนรู้

ในคลาสเรียนกลุ่ม มีการสอนที่นำเพลงและเกมมาใช้เพื่อผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษอยู่บ่อยครั้ง “ตอนแรกก็ตื่นเต้นนิดหน่อย แต่พอได้ร้องเพลงหรือใช้ท่าทางประกอบ ก็ยิ้มได้เองโดยธรรมชาติ และความรู้สึกต่อต้านภาษาอังกฤษก็ค่อย ๆ หายไป”

นอกจากนี้ ในคลาส “ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ยังมีการเล่นบทบาทสมมติโดยแบ่งเป็นพนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์โรงแรมกับแขกด้วย เขาบอกว่าการฝึกสนทนาจริงซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนเช็คอินหรือตอนรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ทำให้ได้สำนวนที่ใช้ได้จริงติดตัวไปโดยธรรมชาติ

คลาสเรียนตัวต่อตัว: พื้นที่ที่ใช้เอาชนะจุดอ่อน ช่วงเวลาที่ทำให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในคลาสเรียนตัวต่อตัว ได้เรียนไวยากรณ์ การอ่าน การพูด และการออกเสียงอย่างสมดุล สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือบทเรียนเกี่ยวกับการใช้ tense (กาล) ให้เหมาะสม

“ผมพบว่าสำนวนที่เคยใช้แบบเดา ๆ มาตลอด จริง ๆ แล้วผิดครับ คุณครูสอนอย่างละเอียด ทำให้ผมเข้าใจได้ด้วย ‘ความหมายและกฎ’ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก”

เวลาพูดภาษาอังกฤษ บางครั้งก็พูดไม่ค่อยออก หรือนึกสำนวนที่ต้องการไม่ออกเช่นกัน แต่คุณครูของ 3D ทุกคนดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีบรรยากาศที่ถามได้ไม่ว่ากี่ครั้ง ทำให้สามารถเรียนได้อย่างสบายใจ

“ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามได้เลยโดยไม่ต้องปล่อยผ่านไป ด้วยสภาพแวดล้อมแบบนั้น ผมคิดว่าถึงจะเรียนแค่ช่วงสั้น ๆ ก็ยังได้ ‘ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริง’ ติดตัวไปครับ”

จากการโต้ตอบในคลาสเรียน ความรู้สึกที่ว่า “ตัวเองก็พูดได้นะ” ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย และพอถึงสัปดาห์ที่ 2 ความรู้สึกต่อต้านการพูดภาษาอังกฤษก็แทบจะหายไปหมดแล้ว

การเรียนรู้ที่ยังคงดำเนินต่อไปหลังเลิกเรียน|ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ผ่านการทบทวนด้วยตนเอง การบ้าน และการเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์

ชีวิตที่ 3D ACADEMY แม้จะเลิกเรียนแล้วก็ยังคงเต็มไปด้วย “ภาษาอังกฤษ” สำหรับคุณ Ryuya เวลาหลังเลิกเรียนคือ “ช่วงเวลาสำคัญในการทำให้สิ่งที่เรียนมาติดตัวอยู่กับตัว”

“ผมจะสรุปคำศัพท์และสำนวนที่พบในคลาสเรียนใหม่ลงสมุดตอนกลางคืน แล้วลองใช้ในแบบของตัวเอง นอกจากนั้นก็แต่งประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้คำศัพท์เหล่านั้น และทบทวนไวยากรณ์ด้วย การบ้านที่คุณครูให้มา ผมพยายามทำให้เรียบร้อยเสมอครับ”

คุณ Ryuya ไม่ได้แค่จำคำศัพท์ไปเรื่อย ๆ แต่ตั้งใจให้ “สามารถนำมาใช้เป็นคำพูดของตัวเองได้จริง” ท่าทีเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเรียนต่อระยะสั้นนี้เกิดผลลัพธ์ที่ดี

การพบเพื่อนใหม่กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้

ไม่ใช่แค่การเรียนเท่านั้น การได้พบปะกับเพื่อน ๆ ก็เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณ Ryuya เช่นกัน โดยเฉพาะกับ “แบตช์เมท (นักเรียนที่เข้าเรียนสัปดาห์เดียวกัน)” ที่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และมักใช้เวลาร่วมกันหลังเลิกเรียนหรือช่วงสุดสัปดาห์

“ผมสนิทกับแบตช์เมทมากจริง ๆ ครับ พอเลิกเรียนก็มักจะคุยกันแทบทุกวันว่า ‘จะไปไหนกันดี?’” นอกจากคนญี่ปุ่นแล้ว ยังมีโอกาสได้พูดคุยเป็นภาษาอังกฤษกับนักเรียนต่างชาติจากไต้หวัน เกาหลี และประเทศอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง เขาย้อนนึกว่านั่นทำให้ได้สัมผัสความรู้สึกจริงว่า “ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารให้เข้าใจกัน”

วันหยุดสุดสัปดาห์คือโอกาสท่องเที่ยวควบคู่กับฝึกสนทนาภาษาอังกฤษจริง

ในช่วงสุดสัปดาห์ เขาไปเที่ยวรอบเกาะเซบูอย่างกระตือรือร้น ไม่ว่าจะเป็นออสลอบ (ฉลามวาฬ) เกาะซูมิลอน หรือเกาะแมกตัน สถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศรีสอร์ตต่าง ๆ “ตอนไปเที่ยวก็เหมือนกันครับ ไม่ว่าจะถามทาง สั่งอาหารที่ร้าน หรือเรียกแท็กซี่――มีสถานการณ์ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ”

การสื่อสารกับคนท้องถิ่นต้องใช้ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงมากกว่าบทสนทนาในห้องเรียนอยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงใช้มันเป็น “โอกาสในการลองใช้ภาษาอังกฤษที่เรียนมา” ได้อย่างเต็มที่

“บทสนทนากับคุณครูคือการเรียนภาษาอังกฤษ ส่วนบทสนทนากับคนท้องถิ่นคือ ‘การฝึกปฏิบัติจริง’ ทั้งสองแบบล้วนเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายต่างกันครับ”

จาก “การเรียนภาษาอังกฤษ” สู่ “การใช้ชีวิตด้วยภาษาอังกฤษ” การเดินทางในช่วงสุดสัปดาห์ก็กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับคุณ Ryuya เช่นกัน

คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ|อย่ากลัวความผิดพลาด ลองเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง!

เมื่อลองถามคุณ Ryuya ผู้จบการเรียนต่อที่เกาะเซบู 1 เดือนว่า “ช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาไปเรียนต่อหน่อยได้ไหม” คำตอบที่ได้กลับมานั้นเรียบง่ายแต่นำไปใช้ได้จริง

“สิ่งที่ไม่เข้าใจ ให้ถามตรงนั้นทันที ไม่ต้องเกรงใจเลยครับ!”

ระหว่างคลาสเรียนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะคลาสเรียนตัวต่อตัว มักจะมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า “ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่คุณครูพูด แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ...” อยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าลังเลที่จะถามกลับในตอนนั้น ความคลุมเครือนั้นก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายอาจมองไม่เห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมด

“คุณครูของ 3D ทุกคนเป็นมิตรมากจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะถามกี่ครั้งก็ไม่มีทีท่าหงุดหงิดเลย ดังนั้นถ้ารู้สึกว่า ‘ไม่เข้าใจ’ ก็ให้ถามทันที แค่สร้างนิสัยแบบนั้นไว้ก็เพียงพอแล้วครับ”

นอกจากนี้ คำแนะนำด้านการใช้ชีวิตก็คือ “ควรพกน้ำสลัดติดตัวไปด้วย (หัวเราะ)”

“อาหารของ 3D อร่อยดีครับ แต่มีแค่เรื่องน้ำสลัดที่ราดสลัดเท่านั้นที่ถ้าคุ้นเคยกับรสชาติแบบญี่ปุ่น อาจจะรู้สึกว่ายังไม่ค่อยจัดจ้านพอ ที่นั่นก็มีน้ำสลัดญี่ปุ่นขายเหมือนกัน แต่ราคาแพง ผมคิดว่าถ้าเอาขวดเล็ก ๆ ติดตัวมาจากญี่ปุ่นจะดีกว่าครับ”

ภาษาอังกฤษไม่ได้มีแค่ “ในห้องเรียน” เท่านั้น ลองออกไปข้างนอกแล้วใช้มันจริง ๆ ดูสิ!

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณ Ryuya เน้นย้ำก็คือความสำคัญของการ “ออกไปใช้ภาษาอังกฤษข้างนอก” “ไม่ได้หมายความว่าให้ไปเที่ยวเล่นเต็มที่นะครับ แต่พอได้ใช้ภาษาอังกฤษในโลกภายนอก จะรู้ระดับความสามารถของตัวเองได้ชัดเจนมากเลย”

ในความเป็นจริง โอกาสในการลองใช้สำนวนที่เรียนมาในคลาส เช่น การสั่งอาหารในร้าน การถามทาง หรือการสนทนาที่ตลาด มีอยู่ทั่วเมือง “ตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่พอลองทำครั้งแรกดู ก็พบว่าทำได้ดีเกินคาดครับ การสะสม ‘ประสบการณ์ที่สื่อสารได้ด้วยภาษาอังกฤษ’ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าสำคัญมากครับ”

สุดท้าย คุณ Ryuya กล่าวว่า “การเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องของคนพิเศษเลยครับ” “ต่อให้ไม่เก่งภาษาอังกฤษ หรือไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน แต่พอลองทำดูก็จะสำเร็จไปได้เอง และสนุกกว่าที่คิดไว้มากครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ลองก้าวออกไปดูสักครั้งครับ”

ความรู้สึกที่เข้าใกล้ “ตัวเองที่พูดภาษาอังกฤษได้” มากขึ้น|การเปลี่ยนแปลงและอนาคตที่ 1 เดือนนี้มอบให้

แม้จะเป็นระยะเวลาที่จำกัดเพียง 1 เดือน แต่คุณ Ryuya ก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองอย่างชัดเจน “ตั้งแต่กลางสัปดาห์แรกผมเริ่มคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ และพอถึงสัปดาห์ที่ 2 ก็มีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า ‘อ๊ะ เราเริ่มพูดได้แล้วนะ’” แม้จะยังไม่ได้พูดได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่เขาบอกว่าเป็นผลลัพธ์อันดับหนึ่งก็คือ “ความรู้สึกต่อต้านการพูดหายไป”

ช่วงเวลาที่การเรียนต่อเปลี่ยนจาก “การเรียน” เป็น “ประสบการณ์”

การนำสำนวนภาษาอังกฤษที่รับเข้ามาในคลาสเรียนไปฝึกใช้เป็นการบ้านหลังเลิกเรียน แล้วนำไปลองใช้จริงตอนออกไปเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์―― เมื่อทำวงจรนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ภาษาอังกฤษที่เคยเป็นแค่ “วิชาเรียน” ก็ค่อย ๆ กลายเป็น “เครื่องมือที่ใช้ได้จริง” ในตัวคุณ Ryuya

“ผมรู้สึกได้จริง ๆ ว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่วิชาเรียน แต่เป็นภาษาต่างหาก พอสื่อสารเข้าใจก็ดีใจ และพอเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ก็รู้สึกเหมือนโลกกว้างขึ้นครับ”

จากการเรียนต่อครั้งนี้ แรงจูงใจต่อภาษาอังกฤษของเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เขาแสวงหาโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง “ครั้งต่อไปผมอยากไปต่างประเทศอีกครั้งผ่านชมรมอาสาสมัครของมหาวิทยาลัยครับ ต่อให้ไม่ใช่รูปแบบ ‘การเรียนต่อ’ ผมก็อยากสร้างโอกาสท้าทายอะไรบางอย่างโดยใช้ภาษาอังกฤษให้มากขึ้นครับ”

ในอนาคตตั้งเป้าหมายที่จะ “ทำงานโดยใช้ภาษาอังกฤษ”

แม้จะกล่าวว่า “ความฝันในอนาคตยังอยู่ในระหว่างการค้นหา” แต่ดูเหมือนว่าในใจของคุณ Ryuya จะเริ่มมีวิสัยทัศน์คลุมเครือเกี่ยวกับการ “ทำงานโดยใช้ภาษาอังกฤษ” เกิดขึ้นแล้ว

“จากประสบการณ์ครั้งนี้ สิ่งที่สำคัญมากคือการได้รู้สึกว่า ‘ตัวเองก็ทำได้ถ้าลงมือทำ’ ถ้าได้ทำงานที่ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อติดต่อกับคนจากหลากหลายประเทศ น่าจะสนุกดีเลยครับ”

บางทีความคิดนี้อาจเกิดขึ้นได้ก็เพราะ “ความดีใจที่สื่อสารเข้าใจ” และ “ความรู้สึกจริงที่สื่อสารได้” ที่ได้รับจากการเรียนต่อครั้งนี้

บทส่งท้าย: การพบเจอตัวตนใหม่ ที่อยู่หลังก้าวแรกที่กล้าก้าวออกไป

ประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ 1 เดือนของคุณ Ryuya ไม่เพียงแต่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ขยายศักยภาพของตัวเขาเองอีกด้วย ต่างประเทศครั้งแรก การเรียนต่อครั้งแรก คลาสเรียนตัวต่อตัวครั้งแรก เพราะทุกสิ่งล้วนเป็น “ครั้งแรก” เขาจึงได้ซึมซับสิ่งต่าง ๆ มากมาย จนกลายเป็นแต่ละวันที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอิบใจ

ประสบการณ์ที่เกาะเซบูครั้งนี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมหาวิทยาลัยต่อจากนี้ รวมถึงการเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างแน่นอน สำหรับทุกคนที่ปรารถนาว่า “อยากพูดภาษาอังกฤษได้” บันทึกประสบการณ์ของคุณ Ryuya คือเรื่องราวที่จะมอบความกล้าให้รู้สึกว่า “ตัวเราเองก็อาจทำได้เหมือนกัน”

เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ

ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เรียนต่อที่ 3D ACADEMY เช่นกัน

ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ