หน้าแรก > แกลเลอรี่ & บล็อก > เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ > 「ความฝันด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเริ่มต้นที่นี่」6 สัปดาห์ของคุณ Zack ที่เกาะเซบู
Student Voices

「ความฝันด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเริ่มต้นที่นี่」6 สัปดาห์ของคุณ Zack ที่เกาะเซบู

14 พฤศจิกายน 2017 Namu

「ความฝันด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเริ่มต้นที่นี่」6 สัปดาห์ของคุณ Zack ที่เกาะเซบู
บทที่ 1

ไม่ใช่แค่เรื่องภาษาอังกฤษ เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้คุณ Zack ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ

ปัจจุบันคุณ Zack เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยสายศิลปศาสตร์นานาชาติที่มีจุดเด่นคือการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ห้องเรียนมีขนาดเล็ก และผู้สอนส่วนใหญ่เป็นเจ้าของภาษา นับเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่ง

เดิมทีเขาตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในโตเกียวและทุ่มเทกับการเตรียมสอบอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์คือสอบไม่ผ่าน แม้จะพิจารณาทางเลือกในการซิ่วเพื่อสอบใหม่อีกครั้ง แต่เขาคิดว่า "แทนที่จะใช้เวลาหนึ่งปีเต็มไปกับการเตรียมสอบเพียงอย่างเดียว การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่สอบติดและสั่งสมประสบการณ์ต่างหากที่มีคุณค่ามากกว่า" จึงตัดสินใจเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยปัจจุบัน

คุณ Zack เล่าว่าแม้จะย้อนมองกลับไปในตอนนี้ ก็ยังรู้สึกว่า "การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ผิด"

"ถ้าหากได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในโตเกียว ผมอาจใช้ชีวิตนักศึกษาแบบธรรมดาทั่วไปมากกว่านี้ก็ได้ครับ แต่ผมรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมในตอนนี้เหมาะกับตัวเองมากกว่า"

ทันทีที่เข้ามหาวิทยาลัย สิ่งที่เขาเริ่มคิดคือ "จะทำอย่างไรให้ได้ใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษนี้ให้มากที่สุด"

ไม่ใช่แค่ในชั้นเรียนเท่านั้น เขาอยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับอนาคตให้ได้โดยเร็ว เมื่อความรู้สึกนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จุดเปลี่ยนสำคัญก็คือคำพูดจากรุ่นพี่ที่เขาเคารพนับถือ

บทที่ 2

"ฤดูร้อนปี 1 คือช่วงเวลาชี้ขาด" คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณ Zack ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศคือการได้พบกับรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย เมื่อได้ปรึกษาเรื่องเส้นทางอนาคตและการเรียนต่อ เกือบทุกคนต่างพูดประโยคเดียวกันนี้

"ถ้าอยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ การไปเรียนต่อตั้งแต่ฤดูร้อนปี 1 คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดนะ"

รุ่นพี่ทุกคนล้วนเคยผ่านประสบการณ์เรียนภาษาที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์มาแล้ว และกลับมาพร้อมทักษะภาษาอังกฤษที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังเข้าร่วมชั้นเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างกระตือรือร้น และสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษาต่างชาติได้อย่างเท่าเทียม ภาพเหล่านี้ทำให้คุณ Zack เกิดความชื่นชมอย่างมาก

"ผมรู้สึกว่าไม่ใช่เพราะ 'ยังเป็นแค่ปี 1' แต่เป็นเพราะ 'ตอนนี้ที่เป็นปี 1 นี่แหละ' ที่ควรไปเรียนต่อต่างประเทศ"

คำพูดที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ "การไปเรียนต่อต่างประเทศตอนที่อยากไปนั้นแหละ มีความหมายที่สุด" เพราะเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสิ่งที่จำเป็นและสิ่งที่สนใจอยู่ในช่วงเวลานั้น จึงได้รับสิ่งที่มีคุณค่ามากมาย เมื่อได้เห็นภาพของรุ่นพี่เหล่านี้ ความตั้งใจของคุณ Zack ก็แน่วแน่ขึ้น

แต่เมื่อจะลงมือทำจริง กลับมีกำแพงใหญ่ที่ต้องก้าวข้ามให้ได้ นั่นคือปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและการคัดค้านจากพ่อแม่

บทที่ 3

ก้าวข้ามการคัดค้านของพ่อแม่และกำแพงเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยความตั้งใจของตัวเอง

ทันทีที่คุณ Zack ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ กำแพงที่เป็นจริงซึ่งปรากฏขึ้นทันทีคือเรื่องค่าใช้จ่ายและความเข้าใจจากครอบครัว

แม้การเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์จะมีราคาที่เหมาะสมกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่หากรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเล่าเรียน และค่าที่พักแล้ว ก็ไม่ใช่จำนวนเงินที่ถูกเลย ทางครอบครัวของคุณ Zack บอกว่า "การออกค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อเป็นเรื่องยาก" และยังคัดค้านอย่างหนักแน่นว่า "อันตราย จึงไม่เห็นด้วย"

ถึงกระนั้น คุณ Zack ก็ไม่ยอมแพ้

เขาทำงานพิเศษด้วยตัวเองเพื่อเก็บเงินค่าใช้จ่ายทีละน้อย รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามคนรู้จักที่เคยมีประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ และพูดคุยกับพ่อแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"ตอนแรกพ่อแม่ไม่ยอมฟังผมเลยครับ แต่เพราะผมอยากไปให้ได้ ผมเลยตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเองไปก่อนเลย"

"การลงมือทำอย่างจริงจัง" ครั้งนี้เองที่ในที่สุดก็ทำให้ใจของพ่อแม่เปลี่ยนไป

"ถ้าจริงจังขนาดนั้น ก็ต้องสนับสนุนแล้วละ"

พ่อแม่ที่ตอนแรกคัดค้านอย่างเต็มที่ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายสนับสนุนมากขึ้นเมื่อวันเดินทางใกล้เข้ามา ทั้งช่วยจัดกระเป๋าเดินทางและคอยเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย คุณ Zack บอกว่าสิ่งเหล่านี้กลายเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเขาอย่างมาก

บทที่ 4

มาถึง 3D ACADEMY ปัจจัยชี้ขาดคือ "ความสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา"

เมื่อการเลือกสถานที่เรียนต่อเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น สิ่งที่คุณ Zack ให้ความสำคัญคือ "ความคุ้มค่าของราคา" และ "คุณภาพของการเรียนการสอน"

เนื่องจากเคยได้ยินจากรุ่นพี่ที่เคารพนับถือและผู้ที่เคยมีประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์มีสภาพแวดล้อมที่พร้อมสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษจริง อีกทั้งยังมีคลาสเรียนตัวต่อตัวที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ" ทางเลือกของสถานที่เรียนต่อจึงค่อยๆ มาลงตัวที่เกาะเซบูอย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ที่เกาะเซบูเองก็มีโรงเรียนสอนภาษาอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นที่มีคนแนะนำให้คือ 3D ACADEMY

"ตอนที่ปรึกษาคนที่มีความรู้เรื่องการเรียนต่อต่างประเทศ เขาแนะนำว่า '3D นี่แหละ คุณภาพการเรียนก็ดี ค่าใช้จ่ายก็สมเหตุสมผล' ครับ"

เมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นแล้ว ค่าใช้จ่ายก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคอร์ส 5 Man to Man (5MTM) ที่สามารถเรียนตัวต่อตัวได้มากถึง 5 คาบต่อวัน ซึ่งตรงกับความต้องการของคุณ Zack ที่อยากได้ปริมาณการพูดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เนื่องจากคุณ Zack คุ้นเคยกับรูปแบบการเรียนแบบอภิปรายกลุ่มในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว การเรียนต่อครั้งนี้เขาจึงมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะ "มุ่งเน้นการสอนแบบตัวต่อตัว" และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า "ไม่จำเป็นต้องเรียนกลุ่ม"

"ถ้าเป็นคลาสกลุ่ม การดำเนินการเรียนต้องปรับให้เข้ากับทุกคน เลยรู้สึกไม่เต็มอิ่มบ่อยๆ ครับ เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมเลยอยากพูดภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวอย่างเต็มที่"

ระยะเวลาเรียนต่อคือ 6 สัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่ระยะเวลาที่ยาวนานนัก แต่ก็เพราะเหตุนี้เองที่เขาให้ความสำคัญกับ "สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เข้มข้น" เป็นพิเศษ

บทที่ 5

ทักษะภาษาอังกฤษที่ฝึกฝนผ่านการเรียนตัวต่อตัว การได้พบครูผู้สอนกลายเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่า

เมื่อเดินทางถึงเกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ การเรียนภาษาที่ 3D ACADEMY ก็เริ่มต้นขึ้นในที่สุด คอร์ส "5MTM (เรียนตัวต่อตัว 5 คาบต่อวัน)" ที่คุณ Zack เลือก เป็นหลักสูตรที่เข้มข้นด้วยการแช่ตัวอยู่กับภาษาอังกฤษตั้งแต่เช้าจรดเย็นทุกวัน

เนื้อหาการเรียนถูกจัดวางอย่างสมดุลดังต่อไปนี้ ซึ่งช่วยยกระดับทักษะภาษาอังกฤษของคุณ Zack ในทุกด้าน

ไวยากรณ์ (ใช้หนังสือประกอบการเรียนจากญี่ปุ่นที่นำติดตัวมา) การแก้ไขการออกเสียง (สอนอย่างละเอียดตั้งแต่วิธีออกเสียงไปจนถึงรูปปาก) การอ่าน (ฝึกฝนเรื่องน้ำเสียงและการเน้นคำด้วย) การเขียน (ตรวจสอบโครงสร้างความคิดเห็นและข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์) การแสดงบทบาทสมมติ (ฝึกสนทนาเชิงปฏิบัติ เช่น การเตรียมตัวสัมภาษณ์)

"คุณครูใช้หนังสือประกอบการเรียนของผมสอนโดยตรงเลย เข้าใจง่ายมากครับ ท่านสอนให้ผมเข้าใจได้แม้จะไม่มีคำอธิบายไวยากรณ์เป็นภาษาญี่ปุ่น"

ครูที่คุณ Zack ประทับใจเป็นพิเศษและกล่าวถึงคือครู Ishi และครู Riza

คำพูดของครู Ishi ที่ยังคงประทับอยู่ในใจ

คุณ Zack เป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูงมาแต่เดิม บางครั้งก็รู้สึกเร่งรีบเพราะมีสิ่งที่อยากทำมากเกินไป คำพูดที่ครู Ishi มอบให้เขาในตอนนั้นยังคงประทับอยู่ในใจมาจนถึงทุกวันนี้

"ไม่ต้องรีบก็ได้นะ ค่อยๆ ไปทีละนิดตามจังหวะของตัวเองก็พอแล้ว"

คุณ Zack บอกว่าคำพูดนี้ช่วยปลอบใจเขาได้มากเหลือเกิน และเล่าว่าการได้รับคำแนะนำที่เป็นกำลังใจไม่ใช่แค่เรื่องภาษาอังกฤษเท่านั้น ก็ถือเป็นข้อดีเฉพาะตัวของการเรียนแบบตัวต่อตัว

การสอนของครู Riza ทำให้ได้ "ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริง"

ในชั้นเรียนกับครู Riza คุณ Zack ยังได้ฝึกแสดงบทบาทสมมติสัมภาษณ์งานเชิงปฏิบัติด้วย และในส่วนที่เขาตอบได้ไม่ดีนัก ครูก็ให้คำแนะนำอย่างละเอียดและใส่ใจ

"คำแนะนำอย่างเช่น 'พูดแบบนี้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่านะ' หรือ 'พูดด้วยท่าทีแบบนี้จะสร้างความประทับใจที่ดีกว่า' นั้นตรงประเด็นมากครับ และยังช่วยสร้างความมั่นใจให้ผมด้วย"

ด้วยเหตุนี้ คุณ Zack จึงได้รับสิ่งที่มากกว่าแค่ "การฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ" ทั่วไป เขายังได้พัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติเรื่อง "การแสดงออกถึงตัวตนผ่านภาษาอังกฤษ" อีกด้วย

บทที่ 6

ความเติบโตที่สัมผัสได้จากวิธีเรียนรู้แบบ "ใช้แล้วจำ"

แม้จะเป็นระยะเวลาพำนักเพียงสั้นๆ 6 สัปดาห์ แต่คุณ Zack ก็สัมผัสได้ถึงความเติบโตที่ชัดเจน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากเป็นพิเศษคือ "ความรู้สึกต่อต้านการพูดภาษาอังกฤษหายไป"

"ถ้าเป็นบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ผมโอเคแล้วครับ ทั้งเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด และสามารถสื่อสารความคิดของตัวเองได้แล้ว"

เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้คือรูปแบบการเรียนรู้ที่เขาตั้งใจปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง

สำนวนที่สนใจ รีบค้นหาแล้วรีบนำไปใช้ทันที

วิธีที่คุณ Zack นำมาใช้คือวิธีง่ายๆ ที่ว่า "พอสนใจอะไรก็รีบค้นหาทันที แล้วลองนำไปใช้ภายในวันเดียวกัน"

ตัวอย่างเช่น จดบันทึกสำนวนภาษาอังกฤษที่ได้ยินระหว่างเรียนหรือในชีวิตประจำวัน จากนั้นค้นหาความหมายในตอนกลางคืน แล้วลองนำไปใช้จริงในชั้นเรียนวันถัดไป เมื่อทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภาษาอังกฤษก็ค่อยๆ ฝังลึกอยู่ในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ

"สำนวนที่ผมค้นหาด้วยตัวเองมักจะจำได้ง่ายกว่าครับ แล้วพอได้ลองใช้จริง ก็จะเข้าใจความรู้สึกของการใช้งานมากขึ้นด้วย"

วิธีการเรียนรู้แบบ "นำไปใช้ทันที" นี้เข้ากันได้ดีเยี่ยมกับการเรียนตัวต่อตัว เพราะสามารถถามครูได้ทันทีเมื่อมีข้อสงสัย ทำให้ทั้งความแม่นยำในการเข้าใจและความเร็วในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อค้นพบอื่นนอกเหนือจาก "ทักษะภาษาอังกฤษ" ที่ได้รับจากการเรียนต่อต่างประเทศ

สิ่งที่คุณ Zack ได้รับไม่ใช่แค่ทักษะภาษาอังกฤษเท่านั้น

"ทัศนคติในการเรียนของผมเปลี่ยนไปครับ ผมสนุกกับ 'การเรียนรู้ผ่านภาษาอังกฤษ' มากกว่าเมื่อก่อนมาก"

ความรู้สึกที่ว่าสามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็น "เครื่องมือขยายศักยภาพของตัวเอง" แทนที่จะเป็นเพียง "ความรู้เพื่อการสอบ" นั่นอาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคุณ Zack ก็เป็นได้

บทที่ 7

ความท้าทายครั้งต่อไปคือแคนาดาและเดนมาร์ก มุมมองที่กว้างขึ้นและความฝันที่ยังคงดำเนินต่อไป

ผ่านการเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ คุณ Zack ได้ทั้งทักษะภาษาอังกฤษและความมั่นใจติดตัวมา แต่ความท้าทายของเขาไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้

ปัจจุบันคุณ Zack วางแผนที่จะลาพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปีในช่วงที่ขึ้นชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัย เพื่อไปเรียนต่อยังอีก 2 ประเทศ

6 เดือนแรก: เรียนภาษาและใช้ชีวิตในท้องถิ่นที่แคนาดา 6 เดือนหลัง: เรียนต่อที่โรงเรียนในเดนมาร์กที่เรียนรู้เรื่อง "การมีชีวิตอยู่คืออะไร"

"เพราะได้ฝึกฝน 'ทักษะการพูด' ที่ฟิลิปปินส์มาแล้ว ต่อไปผมอยากนำสิ่งนั้นไปใช้ท้าทายตัวเองในสภาพแวดล้อมของเจ้าของภาษาจริงๆ ครับ โดยเฉพาะโรงเรียนในเดนมาร์กที่เป็นสถานที่สำหรับคิดเรื่อง 'ชีวิต' มากกว่าการศึกษาทั่วไป ผมสนใจมากเลยครับ"

"แกนของตัวเอง" ที่มองเห็นได้ชัดขึ้นจากการได้สัมผัสโลกกว้าง

ระหว่างพำนักที่เกาะเซบู คุณ Zack ยังพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นอย่างกระตือรือร้นด้วย ทั้งชาวคอสตาริกา ชาวฟิลิปปินส์ ชาวเกาหลี และคนสัญชาติอื่นๆ อีกมากมาย จากการได้สนทนาภาษาอังกฤษกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาบอกว่าได้ตระหนักถึงความสำคัญของ "ทัศนคติที่พยายามจะสื่อสาร" และ "ความกล้าที่จะก้าวออกไปข้างหน้า"

"ถ้าพูดคำแรกออกไปได้ ข้างหน้าก็จะมีโลกใบใหม่รออยู่เสมอ ผมรู้สึกได้แบบนั้นจริงๆ ครับ"

การจะขยายโลกของตัวเองให้กว้างขึ้น มีเพียงวิธีเดียวคือการลงมือทำด้วยตัวเอง และสิ่งที่ช่วยสนับสนุนก้าวแรกนั้นก็คือเครื่องมือที่เรียกว่า "ภาษาอังกฤษ" และสภาพแวดล้อมของการเรียนต่อต่างประเทศ

เพื่อทำให้ความฝันในอนาคตเป็นจริง

ในอนาคต สิ่งที่คุณ Zack ตั้งเป้าหมายไว้คือการทำงานในสายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เชื่อมโยงผู้คนกับผู้คน และประเทศกับประเทศเข้าด้วยกัน การเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้จึงกลายเป็นก้าวแรกที่มั่นคงสู่การทำความฝันนั้นให้เป็นจริง

"ผมอยากเรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายมากขึ้น ได้สัมผัสค่านิยมที่แตกต่างกัน และทำให้ความคิดของตัวเองลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการทำงานในอนาคตและต่อชีวิตของผมอย่างแน่นอน"

บทที่ 8

พลังในการไขว่คว้าความฝันคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง

ตลอดระยะเวลาเรียนต่อเพียง 6 สัปดาห์ สิ่งที่คุณ Zack ได้รับนั้นมากมายและลึกซึ้งเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นทักษะภาษาอังกฤษ ความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง การตระหนักถึงศักยภาพของตัวเอง และความรู้สึกที่ว่า "หากลงมือทำ อนาคตก็จะเปลี่ยนไป"

"สิ่งที่ตัวเองอยากทำ ต้องใช้ความพยายามของตัวเองไขว่คว้ามันมา ผมได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบนี้จากการเรียนต่อต่างประเทศในครั้งนี้ครับ"

ระหว่างเรียนต่อ คุณ Zack ตั้งใจที่จะ "นำไปใช้" สำนวนและวลีภาษาอังกฤษที่เรียนรู้มาอย่างจริงจัง โดยค้นหาคำที่สนใจทันทีแล้วลองนำไปใช้ในชั้นเรียนวันถัดไป การทำซ้ำแบบนี้ไม่เพียงพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ แต่ยังบ่มเพาะ "ความสามารถในการเรียนรู้ให้ลึกซึ้งขึ้นด้วยตัวเอง" อีกด้วย

และอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับมาอย่างมากมายคือ "ความมั่นใจ"

"พอผมเป็นฝ่ายเข้าไปพูดคุยก่อน ทิวทัศน์ใหม่ๆ ก็เปิดกว้างขึ้น ผมรู้สึกจากใจจริงว่าการได้ลงมือทำนั้นคุ้มค่าครับ"

ถึงคุณที่กำลังคิดจะเรียนต่อต่างประเทศจากนี้ไป

หากคุณที่กำลังอ่านบทความนี้รู้สึกกังวลว่า "ตัวเองจะทำได้หรือเปล่า" ขอให้นึกถึงคำพูดของคุณ Zack

ที่นี่มีคนคนหนึ่งที่แม้จะเงินไม่พอ ไม่มีเวลา หรือถูกพ่อแม่คัดค้าน ก็ยังลงมือทำด้วยตัวเอง เตรียมตัว โน้มน้าว และก้าวออกไปข้างหน้าจนสำเร็จ

สิ่งสำคัญไม่ใช่การเตรียมตัวให้สมบูรณ์แบบ แต่คือความรู้สึกที่ว่า "อยากไป" "อยากลอง" และการลงมือทำอย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกนั้น

เรื่องราวของคุณ Zack สอนให้เรารู้ว่าก้าวเดินก้าวนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้

เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ

ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เรียนต่อที่ 3D ACADEMY เช่นกัน

ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ