หน้าแรก > แกลเลอรี่ & บล็อก > เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ > เรียนต่อเกาะเซบูตามสัญชาตญาณ|คุณ Shota ผู้เปี่ยมด้วยความอยากรู้อยากเห็น เล่าการผจญภัยและการเติบโตตลอด 7 สัปดาห์
Student Voices

เรียนต่อเกาะเซบูตามสัญชาตญาณ|คุณ Shota ผู้เปี่ยมด้วยความอยากรู้อยากเห็น เล่าการผจญภัยและการเติบโตตลอด 7 สัปดาห์

17 พฤศจิกายน 2017 Namu

เรียนต่อเกาะเซบูตามสัญชาตญาณ|คุณ Shota ผู้เปี่ยมด้วยความอยากรู้อยากเห็น เล่าการผจญภัยและการเติบโตตลอด 7 สัปดาห์
บทที่ 1

: เปลี่ยนความอยากรู้ให้เป็นรูปธรรม|จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจไปเรียนต่อ

คุณโชตะเรียนวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัย แต่กลับรู้สึกว่า “แค่เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวมันไม่พอ” จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจการเรียนต่อต่างประเทศ คือตอนที่กำลังคิดว่าจะใช้เวลาช่วงปิดเทอมฤดูร้อนอย่างไรดี

“ในเมื่อมีวันหยุดยาวขนาดนี้ ผมก็อยากลองทำอะไรที่ท้าทายสักอย่าง พอคิดแบบนั้น ตัวเลือกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ ‘การเรียนต่อต่างประเทศ’”

แม้อยู่ที่ญี่ปุ่นก็เรียนรู้ได้หลายอย่าง แต่ถ้าสามารถพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติได้อย่างจริงจัง โลกของเขาอาจจะกว้างขึ้นกว่านี้ก็ได้ — ความรู้สึกที่เกิดจากสัญชาตญาณเช่นนี้เองที่ผลักดันให้คุณโชตะลงมือทำ

อันที่จริง เขามีเพื่อนที่ไปเรียนที่ออสเตรเลีย แต่ไม่มีใครรอบตัวที่เคยไปเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์เลย เขาจึงรู้สึกว่า “ยิ่งแตกต่างจากคนอื่นยิ่งน่าสนใจ”

สิ่งที่ผลักดันให้เขาตัดสินใจ คือหนังสือเล่มหนึ่งที่บังเอิญหยิบขึ้นมาที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ชื่อว่า “ยุคแห่งการเรียนภาษาอังกฤษในเอเชียมาถึงแล้ว! เรียนต่อฟิลิปปินส์” ในหนังสือมีการแนะนำโรงเรียนสอนภาษาที่เกาะเซบู และหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ 3D ACADEMY อยู่ด้วย

“พอเห็นก็คิดว่า ‘อ่า ที่นี่แหละ’ เลยสมัครทันที (หัวเราะ) แต่ก็เปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่นอย่างจริงจังนะครับ ที่เขียนไว้ว่า ‘คุ้มค่าเงิน’ และ ‘สมดุลระหว่างเรียนตัวต่อตัวกับเรียนกลุ่มดี’ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือกที่นี่ครับ”

ด้วยเหตุนี้ การเรียนต่อที่เกาะเซบูโดยเชื่อในสัญชาตญาณของคุณโชตะจึงเริ่มต้นขึ้น ในบทถัดไป เราจะเจาะลึกความประทับใจแรกที่มีต่อฟิลิปปินส์ซึ่งต่างจากที่จินตนาการไว้ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ 3D ACADEMY

บทที่ 2

: เกาะเซบูครั้งแรก|ช่องว่างระหว่างจินตนาการกับความเป็นจริง

หลังจากบินออกจากญี่ปุ่น ในที่สุดก็มาถึงเกาะเซบู ในวินาทีที่เท้าแตะพื้นสนามบิน คุณโชตะก็ได้รับสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น “วัฒนธรรมช็อก” อยู่บ้าง

“บอกตรงๆ ว่าผมคิดว่าเกาะเซบูจะเป็นชนบทมากกว่านี้ หรือเป็นป่าดงดิบแบบแอมะซอนประมาณนั้น (หัวเราะ) นึกว่าจะมียีราฟเดินไปเดินมาซะอีก...”

แต่ทิวทัศน์จริงในพื้นที่กลับหักล้างจินตนาการนั้นไปอย่างง่ายดาย ในตัวเมืองเซบูมีพื้นที่ความเจริญมากมาย ทั้งตึกสูงและรถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่ มีความสะดวกสบายไม่ต่างจากญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างเข้มข้น เป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“ใจกลางเมืองคึกคักมาก มีทั้งร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า ไม่ได้มีแค่ภาพลักษณ์ ‘เซบู = รีสอร์ต’ อย่างเดียวเลยครับ”

ในทางกลับกัน คุณโชตะกลับสนุกไปกับ “ความแตกต่างในแง่ดี” เช่นนี้ เขาปรับตัวเข้ากับสถานที่ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และค่อยๆ กลมกลืนเข้ากับชีวิตในท้องถิ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

“เดิมทีผมก็อยู่คนเดียวที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว เลยไม่มีความกังวลใดๆ เลยครับ โดยพื้นฐานแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผมก็รู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่บนพื้นได้อย่างมั่นคง”

เขาเดินเล่นในตลาดท้องถิ่น นั่งรถไตรไซเคิลเดินทางไปตามเมือง — และสนุกกับประสบการณ์ในมุมมองของ “การใช้ชีวิตจริง” ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปยากที่จะได้สัมผัสอย่างกระตือรือร้น

คุณโชตะกล่าวว่า “การที่จะสนุกกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของตัวเราเอง” ในบทถัดไป เราจะแนะนำเนื้อหาบทเรียนที่เขาได้เรียนจริง และรูปแบบการเรียนรู้อันเป็นเอกลักษณ์ของ 3D ACADEMY

บทที่ 3

: ประสบการณ์แบบผสมผสานระหว่างเรียนตัวต่อตัวและเรียนกลุ่ม

ที่ 3D ACADEMY มีคอร์สเรียนหลากหลายให้เลือกตามระดับภาษาอังกฤษและเป้าหมายของแต่ละคน แต่คอร์สที่คุณโชตะเลือกคือ “คอร์ส ESL” ซึ่งเป็นคอร์สยอดนิยมสำหรับเรียนภาษาอังกฤษแบบครอบคลุมทุกทักษะ ตลอดระยะเวลาเรียนต่อ 7 สัปดาห์ เขาได้เรียนทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่มควบคู่กันไป

เสริมสร้าง “ทักษะการพูด” อย่างเข้มข้นด้วยคลาสเรียนตัวต่อตัว

“คลาสตัวต่อตัวเกือบทุกวันจะเน้นการพูดเป็นหลัก ในช่วง Free Talk เราคุยกันเรื่องที่ใกล้ตัวในชีวิตจริง เช่น ร้านอาหารอร่อยๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจารย์แนะนำ สนุกมากครับ”

อาจารย์บางท่านก็สอดแทรกเนื้อหาด้านการอ่านและการเขียนเข้ามาด้วย เนื้อหาบทเรียนจึงปรับเปลี่ยนไปอย่างยืดหยุ่นตามความอยากรู้อยากเห็นของคุณโชตะ

“ผมไม่ค่อยถนัดกับคลาสที่ถูกสอนแบบทางเดียวเท่าไหร่ แต่ที่ 3D เป็น ‘คลาสที่สร้างร่วมกับอาจารย์’ เลยเหมาะกับผมมากครับ”

ซึมซับ “มุมมองที่หลากหลาย” ผ่านคลาสเรียนกลุ่ม

ในคลาสกลุ่ม เขาได้ลองเรียนหัวข้อที่หลากหลาย ทั้ง TOEIC การแก้ไขการออกเสียง และการอภิปราย โดยเฉพาะคลาสของอาจารย์ Isaac ชาวอเมริกันที่ประทับใจเป็นพิเศษ

“ในคลาสนั้นมีนักศึกษาฝึกงานที่เก่งภาษาอังกฤษอยู่หลายคนพอดี ทำให้ได้รับแรงกระตุ้นมากทุกครั้ง หัวข้อที่คุยกันก็น่าสนใจ ทั้งเรื่องดนตรีและการเปรียบเทียบวัฒนธรรมครับ”

การได้เรียนร่วมกับคนที่มีระดับภาษาอังกฤษต่างจากตัวเอง ทำให้เขาได้รับแรงกระตุ้นและรู้สึกอยากพูดภาษาอังกฤษได้เก่งขึ้นไปโดยธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลลัพธ์ที่ปรากฏเป็นตัวเลข คะแนน TOEIC ที่เพิ่มขึ้น

“คะแนนสอบ TOEIC จำลองเพิ่มขึ้นประมาณ 130 คะแนน ผมรู้สึกได้ชัดเจนว่าความเข้าใจในการฟังและความเร็วในการทำโจทย์ดีขึ้นมากครับ”

แม้แต่นอกเวลาเรียน เขาก็มีโอกาสพูดภาษาอังกฤษบ่อยมาก ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการเติบโตนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ได้พูดคุยเป็นภาษาอังกฤษกับเพื่อนชาวไต้หวันอย่างต่อเนื่องทุกวัน ดูเหมือนจะเป็น “สนามฝึกปฏิบัติจริง” ที่ดีที่สุดสำหรับคุณโชตะ

ในบทถัดไป เราจะแนะนำวิธีการใช้เวลานอกห้องเรียน และ “กระแสมวยไทย” ที่คุณโชตะเป็นผู้จุดประกาย ซึ่งจะทำให้เห็นชีวิตการเรียนต่อที่ 3D ACADEMY ที่ไม่ได้จบแค่การเรียนภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว

บทที่ 4

: มวยไทย ดำน้ำ คอสเพลย์|สุดสัปดาห์สุดแอคทีฟ

เมื่อพูดถึงการเรียนต่อต่างประเทศ หลายคนอาจนึกภาพว่าเป็น “การนั่งเรียนภาษาอังกฤษอยู่ที่โต๊ะทุกวัน” แต่ชีวิตการเรียนต่อของคุณโชตะกลับแตกต่างจากภาพนั้นโดยสิ้นเชิง

“ผมลองทำหลายอย่างมากครับ! ทั้งไปเที่ยวเกาะ ไปดูภูเขาขยะที่เซบู ไปตลาดท้องถิ่นแล้วคุยกับคนฟิลิปปินส์ แล้วก็ยังลองคอสเพลย์ด้วยครับ (หัวเราะ)”

คุณโชตะเคลื่อนไหวตามความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง และไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วเซบู หนึ่งในเหตุการณ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตการเรียนต่อของเขามากที่สุด คือการได้พบกับ “โรงเรียนสอนมวยไทย”

ไปเรียนมวยไทยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง อาจารย์เป็นชาวดัตช์ เพื่อนร่วมคลาสหลากหลายเชื้อชาติ

“อาจารย์สอนมวยไทยเป็นชาวดัตช์ ส่วนนักเรียนก็เป็นชาวฟิลิปปินส์ และบางครั้งก็มีคนญี่ปุ่นด้วย ผมเริ่มไปเรียนตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 และสุดท้ายก็ชวนนักเรียนคนอื่นๆ ไปด้วยกันครับ”

แม้เดิมทีจะไม่ได้สนใจกีฬาต่อสู้เป็นพิเศษ แต่เขาก็เดินเข้าไปสมัครเรียนที่โรงเรียนมวยไทยที่บังเอิญพบในพื้นที่นั้นทันที นับจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็เริ่มไปฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

“มันสนุกมากจนผมชวนคนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเหมือน ‘ชมรมมวยไทย 3D’ เล็กๆ ไปเลยครับ (หัวเราะ)”

ความกระตือรือร้นและพลังในการลงมือทำของเขาดึงดูดนักเรียนญี่ปุ่นคนอื่นๆ รอบตัวจนกลายเป็นกระแสเล็กๆ ถึงขนาดที่อาจารย์ในโรงเรียนมวยไทยยังหัวเราะและถามว่า “พาลูกศิษย์ใหม่มาอีกแล้วเหรอ?”

ทุกวันเต็มไปด้วยประสบการณ์ ทั้งทะเล ภูเขา และตัวเมือง

วันหยุดสุดสัปดาห์ของคุณโชตะอัดแน่นไปด้วยกิจกรรม ทั้งดำน้ำตื้นที่เกาะเล็กๆ นอกเซบู ไปเยี่ยมชมสถานที่ที่ NGO ท้องถิ่นดูแลอยู่ และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นอย่างเต็มที่

“ผมมีความรู้สึกที่แรงกล้าว่าอยากทำสิ่งที่การท่องเที่ยวทั่วไปไม่สามารถสัมผัสได้ เลยถามคนท้องถิ่นว่าที่ไหนน่าไป แล้วก็ไปยังสถานที่ที่ไม่มีในหนังสือนำเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

จากกิจกรรมเหล่านี้ เขาก็มีเพื่อนชาวฟิลิปปินส์และไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และเวลานอกห้องเรียนทั้งหมดก็กลายเป็น “โอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษ”

“ไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียว แต่สภาพแวดล้อมที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ นี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมพัฒนาขึ้นครับ”

ในบทถัดไป เราจะแนะนำว่าการสั่งสมประสบการณ์ลงมือปฏิบัติจริงเหล่านี้ ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างไร รวมถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่สมจริง ซึ่งมีแม้กระทั่ง “วันที่ไม่พูดภาษาญี่ปุ่นเลย”

บทที่ 5

: ภาษาอังกฤษจะพัฒนาได้ด้วย “การลงมือปฏิบัติจริง” เท่านั้น|เคล็ดลับการเรียนรู้แบบฉบับ Shota

นักเรียนที่เรียนต่อต่างประเทศจำนวนมากปรารถนาที่จะ “พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ” แต่การเติบโตของคุณโชตะนั้นโดดเด่นทั้งในแง่ความเร็วและผลลัพธ์ เหตุผลก็คือ เขาไม่ได้เรียนแค่บนโต๊ะเท่านั้น แต่ยังผสมผสาน “สนามฝึกปฏิบัติจริง” เข้าไปในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ

สร้างสภาพแวดล้อมที่บังคับให้ต้องพูดภาษาอังกฤษ

“ตอนแรกผมไม่มีเพื่อนคนญี่ปุ่นเลย เลยไปไหนมาไหนกับเพื่อนชาวไต้หวันตลอดโดยธรรมชาติ ทำให้ถ้าไม่พูดภาษาอังกฤษก็สื่อสารกันไม่ได้เลยครับ (หัวเราะ)”

ในขณะที่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อก้าวข้ามกำแพงภาษาด้วยการใช้ภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง คุณโชตะก็ค่อยๆ ปรับตัวเองให้ “คิดเป็นภาษาอังกฤษ” มากขึ้น การจดคำศัพท์ที่ได้ยินในบทสนทนาแล้วรีบไปค้นหาความหมายด้วยตัวเอง — การเรียนรู้ด้วยตนเองเช่นนี้ช่วยยกระดับทั้งคลังคำศัพท์และทักษะการฟังของเขา

“ทุกวันเป็นเหมือนการฝึกซ้อมภาษาอังกฤษแบบไม่หยุด พูดคุย ผิดพลาด แล้วก็พูดต่อ ค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ ครับ”

ทัศนคติที่ไม่กลัวความผิดพลาด ช่วยเร่งการเติบโต

หนึ่งในเหตุผลที่คนญี่ปุ่นจำนวนมากสะดุดในการเรียนภาษาอังกฤษ คือ “ความกลัวที่จะพูดผิด” แต่คุณโชตะสามารถทิ้งความคิดแบบนั้นได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ

“เดิมทีผมเป็นคนไม่ค่อยเขินอายกับคนแปลกหน้าอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) พูดภาษาอังกฤษผิดก็ไม่ซีเรียส กลับคิดว่า ‘ให้เขาหัวเราะเยาะไปเลยยังจะสบายใจกว่า’ ครับ”

ทัศนคติเชิงบวกนี้ส่งผลดีทั้งต่อการพูดคุยกับอาจารย์และการอภิปรายในคลาสกลุ่ม และนำไปสู่ความสามารถในการนำเสนอความคิดเห็นของตนเองอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น

รูปแบบการเรียนรู้แบบ “ค้นหาด้วยตัวเอง” มากกว่า “ถูกสอน”

“บอกตรงๆ ว่าผมไม่ค่อยชอบให้ใครมาสอนสักเท่าไหร่ครับ ผมเป็นคนที่อยากค้นหาสิ่งที่อยากรู้ด้วยตัวเอง ในคลาสเรียนก็เหมือนกัน ถ้าผมพูดเองว่า ‘อยากทำสิ่งนี้’ ผมจะมีสมาธิมากกว่าครับ”

บทเรียนของ 3D ACADEMY เหมาะกับสไตล์ของคุณโชตะพอดี เพราะระยะห่างกับอาจารย์ใกล้ชิด สามารถบอกความต้องการและสิ่งที่อยากเรียนรู้ได้โดยตรง จึงทำให้เกิดเป็น “คลาสเรียนที่สร้างร่วมกัน” มากกว่าการ “ถูกสอน”

“เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น ผมรู้สึกได้ชัดว่าที่นี่ช่วยให้ผมมี ‘ทักษะการนำไปใช้จริง’ มากกว่า ผมคิดว่าแค่นั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนเฉยๆ คงไม่ทำให้ใช้ภาษาอังกฤษได้จริงหรอกครับ”

ในบทถัดไป เราจะแนะนำเป้าหมายในอนาคตที่คุณโชตะวาดไว้ และความตั้งใจที่ว่า “อยากใช้ภาษาอังกฤษเพื่อขยายโลกของตัวเอง” การเรียนต่อของเขาไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นก้าวแรกสู่ “ความท้าทายครั้งต่อไป”

บทที่ 6

: ความท้าทายครั้งต่อไปคือเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์และช่างทำพิซซ่า!? |“พลังในการใช้ชีวิต” ที่การเรียนต่อมอบให้

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่จำกัดเพียง 7 สัปดาห์ แต่คุณโชตะก็เติบโตขึ้นอย่างมากทั้งในด้านทักษะภาษาและความเป็นมนุษย์ เราจึงลองถามเขาถึงเป้าหมายต่อไป หลังจากที่การเรียนต่อจบลงแล้วในตอนนี้

“ครั้งต่อไปผมตั้งใจจะลาพักการเรียนเพื่อไปเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ครับ อยากฝึกฝนภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้นในประเทศเจ้าของภาษาจริงๆ ครับ”

สิ่งที่เขามองไปข้างหน้านั้นไม่ได้มีแค่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างแคนาดาหรือออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังมีจุดหมายปลายทางที่คาดไม่ถึงอีกด้วย

“จริงๆ แล้วผมชอบพิซซ่ามากครับ (หัวเราะ) ผมมีความฝันที่อยากไปอิตาลีและฝึกฝนเป็นช่างทำพิซซ่าต้นตำรับด้วยครับ!”

การเรียนวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนภาษา และขยายไปสู่ความสนใจใหม่อย่าง “อาหาร” นี่แหละคือจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณโชตะ นั่นคือพลังในการเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองและเปิดทางไปข้างหน้าด้วยการลงมือทำ

“ความกล้าที่จะท้าทาย” ที่การเรียนต่อมอบให้

“ผมคิดว่าเพราะมีประสบการณ์ที่เซบูนี่แหละ ทำให้อุปสรรคในการ ‘ไปยังดินแดนที่ไม่รู้จัก’ ลดลง ตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็รู้สึกว่าผมสามารถอยู่รอดได้ครับ”

ประสบการณ์การกระโดดเข้าสู่วัฒนธรรมที่แตกต่าง เผชิญหน้ากับกำแพงภาษา และเปิดทางไปข้างหน้าด้วยพลังของตัวเอง ทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยน “วิธีมองชีวิต” ของคุณโชตะไปโดยสิ้นเชิง

“สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ ‘จะทำหรือไม่ทำ’ เท่านั้นเองครับ ถ้ามีอะไรที่สนใจ ก็แค่ลองทำดูก่อน เพราะจะมีบางอย่างที่มองเห็นได้จากการลงมือทำครับ”

แม้ชีวิตการเรียนต่อที่เซบูจะจบลงแล้ว แต่การผจญภัยของคุณโชตะเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เชื่อได้ว่าต่อจากนี้ไป เขาจะยังคงเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองและกระโดดเข้าสู่โลกใบใหม่ต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

บทส่งท้าย: ขอมอบความกล้าที่จะก้าวออกไปโดยเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

“อยากมีทักษะที่ใช้ได้จริง มากกว่าแค่มีความรู้” — การเรียนต่อที่เกาะเซบูของคุณโชตะที่เริ่มต้นจากความคิดเช่นนี้ ได้พัฒนาทั้งทักษะภาษา ความสามารถในการลงมือปฏิบัติ และพลังในการกระทำ ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใน 7 สัปดาห์ นับเป็น “การเดินทางที่เข้มข้น” อย่างแท้จริง

ภาพของเขาที่สั่งสมประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ จากการเรียนต่อทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนมวยไทย ประสบการณ์ท้องถิ่น หรือการได้พบเพื่อนต่างชาติ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนรู้สึกอยากลองทำดูบ้าง

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาจะเรียนต่อต่างประเทศ ขอให้ลองเชื่อใน “สัญชาตญาณ” ของตัวเองและก้าวออกไปเหมือนที่คุณโชตะทำดูนะครับ การตัดสินใจนั้นอาจเปลี่ยนภูมิทัศน์ของชีวิตคุณไปอย่างมากมายก็ได้

ขอเป็นกำลังใจให้คุณโชตะก้าวไปข้างหน้าอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตด้วยใจจริง!

เรื่องราวประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ

ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เรียนต่อที่ 3D ACADEMY เช่นกัน

ปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเลือกคอร์ส ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาเรียนต่อ โดยปกติเราจะตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ