“การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก” คือการที่พ่อแม่และลูกเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นพร้อมกับเรียนภาษาอังกฤษไปด้วย บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่ข้อดีข้อเสีย ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ประเทศ/เมืองยอดนิยม ขั้นตอนการเตรียมตัว ไปจนถึงเสน่ห์ของการเรียนต่อที่เกาะเซบู
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก” ได้รับความสนใจมากขึ้นในญี่ปุ่น ตามชื่อเรียก รูปแบบการเรียนต่างประเทศนี้หมายถึงการที่พ่อแม่และลูกเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นพร้อมกับเรียนภาษาอังกฤษ ในอดีตการเรียนต่างประเทศมักเป็นรูปแบบที่ส่งลูกไปเรียนเพียงลำพัง หรือพ่อแม่ไปเรียนเพียงคนเดียว แต่จุดเด่นสำคัญของการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกคือการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ร่วมกันทั้ง “ครอบครัว”
ช่วงอายุที่เข้าร่วมโครงการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกนั้นกว้างมาก มีทั้งโปรแกรมที่รองรับตั้งแต่เด็กเล็กระดับอนุบาลและประถมศึกษา ไปจนถึงเด็กมัธยมต้นและมัธยมปลาย นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกตั้งแต่โปรแกรมระยะสั้น (โปรแกรมซัมเมอร์ 1-2 สัปดาห์) ไปจนถึงการเรียนต่อระยะยาวหลายเดือนหรือมากกว่า 1 ปี ทำให้แต่ละครอบครัวสามารถวางแผนให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และไลฟ์สไตล์ของตนเองได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก” ได้รับความสนใจมากขึ้นในญี่ปุ่น ตามชื่อเรียก รูปแบบการเรียนต่างประเทศนี้หมายถึงการที่พ่อแม่และลูกเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นพร้อมกับเรียนภาษาอังกฤษ ในอดีตการเรียนต่างประเทศมักเป็นรูปแบบที่ส่งลูกไปเรียนเพียงลำพัง หรือพ่อแม่ไปเรียนเพียงคนเดียว แต่จุดเด่นสำคัญของการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกคือการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ร่วมกันทั้ง “ครอบครัว”
ช่วงอายุที่เข้าร่วมโครงการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกนั้นกว้างมาก มีทั้งโปรแกรมที่รองรับตั้งแต่เด็กเล็กระดับอนุบาลและประถมศึกษา ไปจนถึงเด็กมัธยมต้นและมัธยมปลาย นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกตั้งแต่โปรแกรมระยะสั้น (โปรแกรมซัมเมอร์ 1-2 สัปดาห์) ไปจนถึงการเรียนต่อระยะยาวหลายเดือนหรือมากกว่า 1 ปี ทำให้แต่ละครอบครัวสามารถวางแผนให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และไลฟ์สไตล์ของตนเองได้
เหตุผลหลักที่การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกได้รับความสนใจมีอยู่ 3 ประการใหญ่ๆ
ด้วยเหตุนี้ การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกจึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้าน “การศึกษา” เท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในฐานะ “กิจกรรมสำคัญของครอบครัว” อีกด้วย คู่มือฉบับนี้จะอธิบายอย่างครอบคลุมตั้งแต่ข้อดีข้อเสีย ค่าใช้จ่าย ลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศ ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก พร้อมทั้งแนะนำรายละเอียดการเรียนต่อที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมเป็นพิเศษ
รูปแบบการเรียนต่างประเทศที่พ่อแม่และลูกใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศด้วยกันนั้น มีข้อดีที่แตกต่างกันสำหรับเด็ก พ่อแม่ และครอบครัวโดยรวม
แม้การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกจะเป็นประสบการณ์ที่น่าดึงดูด แต่ก็มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจเช่นกัน
เนื่องจากทั้งพ่อแม่และลูกต้องเข้าเรียน ค่าใช้จ่ายโดยรวมจึงสูงกว่าการเรียนต่างประเทศคนเดียว
โดยเฉพาะหากพำนักระยะยาว ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึงหลักล้านเยน จึงจำเป็นต้องวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบล่วงหน้า
การใช้ชีวิตในต่างประเทศมีความแตกต่างจากญี่ปุ่นทั้งในเรื่องอาหาร สภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมด้านสุขอนามัย ทำให้การดูแลสุขภาพของเด็กเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ
โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องเตรียมพร้อมที่จะดูแลและช่วยเหลือได้ตลอดเวลา
แม้จะกล่าวกันว่า “พ่อแม่ก็สามารถเรียนได้” แต่ในความเป็นจริง เวลาส่วนใหญ่อาจถูกใช้ไปกับการรับส่งและดูแลลูก ทำให้บางครั้งไม่สามารถจัดสรรเวลาเรียนของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพาเด็กเล็กหรือเด็กประถมต้นไปด้วย ควรระมัดระวังในจุดนี้เป็นพิเศษ
การจะก้าวผ่านความท้าทายด้านการปรับตัวเหล่านี้ได้ สิ่งสำคัญคือพ่อแม่และลูกควรจินตนาการล่วงหน้าว่า “ชีวิตที่นั่นจะเป็นอย่างไร” และเตรียมใจให้ยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดของการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกคือ “ค่าใช้จ่าย” เนื่องจากต้องใช้ค่าเล่าเรียนและค่าที่พักสำหรับ 2 คน (หรือมากกว่านั้นหากมีพี่น้องรวมด้วย) ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าการเรียนต่างประเทศคนเดียวมาก
นอกจากนี้ยังต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการรับส่งไปโรงเรียนและการเดินทางในพื้นที่นั้นแยกต่างหาก
ค่าอาหาร: จะแตกต่างกันไปตามว่าทำอาหารกินเองหรือรับประทานนอกบ้าน แต่โดยเฉลี่ยพ่อแม่ลูก 2 คนจะอยู่ที่ประมาณ 50,000-100,000 เยนต่อเดือน และหากรวมค่าของใช้ในชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรมพักผ่อนด้วย ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นอีก
| ประเทศ/เมือง | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ต่อเดือน สำหรับพ่อแม่ลูก 2 คน) |
|---|---|
| ฟิลิปปินส์ (เกาะเซบู) | ประมาณ 400,000-600,000 เยน |
| แคนาดา | ประมาณ 800,000-1,200,000 เยน |
| ออสเตรเลีย | ประมาณ 900,000-1,300,000 เยน |
| มอลตา | ประมาณ 700,000-1,000,000 เยน |
หากเป็นระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) ค่าใช้จ่ายจะลดลงได้บ้าง แต่สำหรับการเรียนต่อระยะยาวนั้น ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงถึงหลักล้านเยนได้เช่นกัน เมื่อพิจารณาการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก สิ่งสำคัญคือต้องประเมินงบประมาณรวมที่ครอบคลุมทั้ง “ค่าเล่าเรียน + ค่าครองชีพ + ค่าใช้จ่ายสำรอง” ให้ครบถ้วน
การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกสามารถทำได้ในหลายประเทศทั่วโลก แต่แต่ละประเทศก็มีลักษณะเฉพาะ ระดับค่าใช้จ่าย และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
ดังที่กล่าวมา แต่ละประเทศมีความแตกต่างอย่างมากทั้งใน “ค่าใช้จ่าย” “ระบบการศึกษา” และ “สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต” หากเน้นเรื่องค่าใช้จ่ายก็มักเลือกฟิลิปปินส์ หากต้องการความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษาก็มักเลือกแคนาดาหรือออสเตรเลีย ส่วนผู้ที่ให้ความสำคัญกับการสัมผัสวัฒนธรรมก็มักเลือกมอลตาหรือสิงคโปร์
แม้จะเรียกรวมกันว่าการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก แต่รูปแบบโปรแกรมที่สามารถเข้าร่วมได้นั้นมีความหลากหลาย
รูปแบบที่พ่อแม่และลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน โดยแต่ละคนจะได้เรียนตามระดับอายุและความสามารถของตนเอง บางโรงเรียนยังจัดกิจกรรมที่พ่อแม่ลูกได้เรียนในคลาสเดียวกันด้วย ให้ความรู้สึกอุ่นใจ และเหมาะกับการเรียนระยะสั้น
โปรแกรมที่ใช้ช่วงปิดเทอมยาว เช่น ปิดเทอมฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ผลิ เข้าร่วมได้ในระยะเวลาประมาณ 1-4 สัปดาห์ เด็กจะเข้าร่วมกิจกรรมและเรียนในช่วงกลางวัน ส่วนพ่อแม่สามารถเรียนคอร์สอื่น หรือใช้เวลาว่างตามอัธยาศัย เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ต่างประเทศในระยะเวลาสั้นๆ
รูปแบบที่พ่อแม่เข้าเรียนโรงเรียนสอนภาษา ในขณะที่ลูกเข้าเรียนโรงเรียนหรืออนุบาลในพื้นที่นั้น เด็กจะได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ขณะที่พ่อแม่ก็สามารถจัดสรรเวลาเรียนของตนเองได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับครอบครัวที่พำนักระยะยาวหรือวางแผนให้ลูกศึกษาต่อในพื้นที่นั้น
พ่อแม่และลูกพักอาศัยกับครอบครัวในพื้นที่นั้น เรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน มักใช้ควบคู่กับการเรียนที่โรงเรียน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายหรือต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
รูปแบบที่สามารถผสมผสานโรงเรียน ที่พัก และกิจกรรมได้อย่างอิสระตามความต้องการของแต่ละครอบครัว เหมาะสำหรับกรณีที่พี่น้องมีช่วงอายุห่างกันมาก หรือมีวัตถุประสงค์เฉพาะ (เช่น เตรียมสอบหรือเตรียมศึกษาต่อ)
การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก
กำหนดวัตถุประสงค์ของการเรียนต่างประเทศให้ชัดเจน
ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของลูก? อยากให้พ่อแม่ลูกได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง? หรือเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศในอนาคต? เนื่องจากประเทศและโปรแกรมที่เลือกจะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ จึงควรเริ่มจากการพูดคุยกันในครอบครัวถึงทิศทางที่ต้องการ
เลือกประเทศและเมือง
หากเน้นเรื่องค่าใช้จ่ายก็เลือกฟิลิปปินส์ หากให้ความสำคัญกับระดับการศึกษาและความปลอดภัยก็เลือกแคนาดาหรือออสเตรเลีย หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมยุโรปด้วยก็เลือกมอลตา โดยเลือกจุดหมายปลายทางให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และงบประมาณ
เลือกโรงเรียนหรือโปรแกรม
ควรตรวจสอบว่ามีคอร์สสำหรับพ่อแม่ลูกหรือไม่ รองรับช่วงอายุของลูกหรือไม่ มีสภาพแวดล้อมที่พ่อแม่สามารถเรียนได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นหรือระบบซัพพอร์ตด้านการแพทย์หรือไม่ เพื่อความอุ่นใจ
เตรียมวีซ่า ประกัน และตั๋วเครื่องบิน
ฟิลิปปินส์: สามารถต่ออายุวีซ่านักท่องเที่ยวได้ แคนาดาและออสเตรเลีย: ต้องขอวีซ่านักเรียน ประกัน: พ่อแม่และลูกต้องทำประกันทุกคน (จำเป็นมากเนื่องจากหลายประเทศมีค่ารักษาพยาบาลสูง) ตั๋วเครื่องบิน: ควรจองล่วงหน้าให้ตรงกับวันเปิดเรียน
เลือกที่พัก
หอพักของโรงเรียน (สะดวกและอุ่นใจ), คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ (ทำอาหารเองได้ เหมาะกับการพักระยะยาว), โฮมสเตย์ (เหมาะที่สุดสำหรับการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น)
เตรียมสัมภาระ
เอกสารสำคัญ เช่น พาสปอร์ต วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน และกรมธรรม์ประกัน ของใช้ที่ลูกคุ้นเคย เช่น อุปกรณ์การเรียน ของเล่น หรืออาหารญี่ปุ่น รวมถึงยารักษาโรค (ยาประจำตัวหรือยาที่เหมาะกับสุขภาพของแต่ละคนถือเป็นสิ่งจำเป็น)
การเตรียมตัวไปทีละขั้นตอนเช่นนี้จะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่นั้นได้อย่างมาก โดยเฉพาะ “การกำหนดวัตถุประสงค์” “การเลือกโรงเรียน” และ “การเตรียมวีซ่าและประกัน” ทั้ง 3 เรื่องนี้ ควรเริ่มดำเนินการแต่เนิ่นๆ
ในบรรดาจุดหมายปลายทางสำหรับเรียนต่างประเทศมากมาย เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะสำหรับการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก ซึ่งมักถูกเลือกด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ “ค่าใช้จ่าย” “ระยะทาง” และ “รูปแบบการศึกษา” อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมที่อุ่นใจสำหรับผู้ที่เรียนต่างประเทศเป็นครั้งแรก
เมื่อเทียบกับยุโรปและอเมริกา ค่าเล่าเรียนและค่าที่พักที่นี่ถูกกว่ามาก โดยพ่อแม่ลูกสามารถเรียนต่อได้ในงบประมาณราว 350,000-600,000 เยนต่อเดือน และเนื่องจากมีการเรียนแบบตัวต่อตัวเป็นส่วนใหญ่ จึงเห็นผลได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในระยะเวลาสั้นๆ
มีเที่ยวบินตรงจากสนามบินนาริตะ คันไซ นาโกย่า และฟุกุโอกะ ใช้เวลาบินประมาณ 4-5 ชั่วโมง แม้พาลูกไปด้วยก็ไม่เหนื่อยมาก เหมาะกับแผนการเรียนระยะสั้นหรือช่วงปิดเทอมฤดูร้อน
โรงเรียนสอนภาษาหลายแห่งมี “คอร์สสำหรับพ่อแม่ลูก” และ “หอพักสำหรับครอบครัว” ให้เลือก ทำให้เข้าร่วมได้อย่างอุ่นใจ พ่อแม่สามารถเรียนภาษาอังกฤษ ในขณะที่ลูกสามารถเข้าร่วมโปรแกรมสำหรับเด็กหรือเรียนภาษาอังกฤษผ่านการเล่นได้
เกาะเซบูเป็นเมืองท่องเที่ยวที่พัฒนาแล้วแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาล บางโรงเรียนยังมีบริการรับส่งและมีเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นประจำอยู่ตลอด ทำให้ระบบซัพพอร์ตครบถ้วนสมบูรณ์
นอกเหนือจากเวลาเรียนแล้ว ยังมีชายหาดสวยงาม ทริปเที่ยวเกาะ และกีฬาทางน้ำให้เพลิดเพลิน การได้เรียนต่างประเทศไปพร้อมกับสัมผัสประสบการณ์รีสอร์ตร่วมกันทั้งครอบครัวก็ถือเป็นเสน่ห์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง
ดังที่กล่าวมา เกาะเซบูมอบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูก ด้วย “ความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย” “ระยะทางที่ใกล้” และ “ความครบครันของระบบซัพพอร์ต” จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่แนะนำเป็นพิเศษสำหรับครอบครัวที่ต้องการเรียนต่างประเทศเป็นครั้งแรกหรือต้องการประสบการณ์ระยะสั้น
ลูกสามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับแต่ละโปรแกรม แต่ส่วนใหญ่โรงเรียนจะรับเด็กตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป สำหรับโปรแกรมเด็กเล็กจำเป็นต้องมีผู้ปกครองไปด้วยเสมอ
พ่อแม่จำเป็นต้องเข้าเรียนด้วยหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป สามารถให้เฉพาะลูกเข้าร่วมโปรแกรม ส่วนพ่อแม่ทำหน้าที่ดูแลอยู่ข้างๆ หรือใช้เวลาว่างตามอัธยาศัยก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็น “คอร์สสำหรับพ่อแม่ลูก” บางกรณีอาจกำหนดให้พ่อแม่ต้องเข้าเรียนด้วย
สามารถเข้าร่วมในช่วงระยะสั้น เช่น ปิดเทอมฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ผลิได้หรือไม่?
สามารถทำได้ มีโปรแกรมซัมเมอร์ระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ หรือคอร์สพิเศษช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่มีการเรียนแบบตัวต่อตัวเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นผลได้ดีแม้ในระยะเวลาสั้นๆ
หากลูกป่วยระหว่างอยู่ต่างประเทศจะทำอย่างไร?
โรงเรียนส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นและมีการประสานงานกับสถานพยาบาล สามารถรับบริการรับส่งไปโรงพยาบาลและล่ามช่วยแปลได้ การทำประกันเรียนต่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
หากไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลยจะเรียนได้หรือไม่?
ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มีหลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้นและบทเรียนสำหรับเด็กที่สอดแทรกการเล่นอย่างครบครัน ทั้งพ่อแม่และลูกสามารถเรียนตั้งแต่พื้นฐานได้
มีที่พักประเภทใดให้เลือกบ้าง?
หอพักของโรงเรียน (พ่อแม่ลูกพักห้องเดียวกัน) คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ และโฮมสเตย์ สามารถเลือกได้ตามความต้องการและงบประมาณ
เรื่องอาหารการกินเป็นอย่างไร?
โดยทั่วไปหอพักของโรงเรียน (ที่เกาะเซบู) จะมีอาหาร 3 มื้อต่อวันรวมอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานนอกบ้านหรือทำอาหารเองได้ แต่ควรตรวจสอบล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องอาหารของลูก (เช่น อาการแพ้อาหารหรือการเลือกกิน) เพื่อความอุ่นใจ
การเรียนต่างประเทศแบบพ่อแม่ลูกต้องใช้วีซ่าอะไรบ้าง?
ฟิลิปปินส์ (เกาะเซบู): หากเรียนโรงเรียนสอนภาษาสามารถใช้การต่ออายุวีซ่านักท่องเที่ยวได้ แคนาดาและออสเตรเลีย: จำเป็นต้องขอวีซ่านักเรียน เนื่องจากแต่ละประเทศมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันมาก จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าให้แน่ใจเสมอ
หากยังลังเลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือการเลือกประเทศ ลองเริ่มต้นจากการขอเอกสารข้อมูลหรือปรึกษาฟรีเพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนก็ได้